เมื่อ'ทักษิณ-เพื่อไทย-นปช.'จะขอคืนพื้นที่

เมื่อ'ทักษิณ-เพื่อไทย-นปช.'จะขอคืนพื้นที่

เพียงเพราะ"พ.ต.ท.ทักษิณ"และแกนนำพท. ไม่ต้องการให้ตัวเองถูกใช้เป็นข้ออ้างหากคสช.ดำเนินการผิดพลาด

"นิ่ง" คือยุทธวิธีที่พรรคเพื่อไทยเลือกใช้มาตลอดนับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือคสช.ยึดอำนาจ ไม่ปรากฎทั้งภาพและข่าวของแกนนำพรรคและแกนนำนปช.ให้เห็นบนหน้าจอทีวีหรือในหน้าหนังสือพิมพ์เหมือนอย่างเคย

จะบริหาร ปฏิรูป เปลี่ยนแปลง หรือโยกย้าย ก็ปล่อยคสช.เดินหน้าลุยได้เต็มที่ ไม่มีออกมาติชม โต้แย้ง หรือด่าทอใดๆ อดีตส.ส.คนไหนที่ทนไม่ไหว ออกมาคอมเมนท์รายวันแบบสุ่มเสี่ยงก็ถูกเรียกไปตักเตือนและชี้แจงเหตุผลที่ต้อง “นิ่ง”

ทั้งหมดทั้งสิ้นเพียงเพราะ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย ไม่ต้องการให้ตัวเองถูกใช้เป็นข้ออ้างหากคสช.ดำเนินการเรื่องใดแล้วผิดพลาดว่า เป็นเพราะถูกคนเพื่อไทยออกมาขัดขวาง นัยว่า จะได้ย้อนได้เต็มปากเต็มคำว่า ก็ไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้น

กระทั่งเมื่อวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา “พานทองแท้ ชินวัตร” บุตรชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ลงอินสตาแกรม @oak_ptt และเฟซบุ๊ก Oak Panthongtae Shinawatra ว่า “อีก 3 วันเค้าจะกลับมา”

ทำเอาฮือฮาขึ้นมาเลยทีเดียวกับคำถามที่ว่า “เค้า” ในที่นี้นั้น “พานทองแท้” กำลังหมายถึงใคร ใช่ “ทักษิณ” หรือไม่ จะเดินทางกลับประเทศไทยแล้วหรือ แล้วจะกลับมาอย่างไร สนามบินไหน เที่ยวบินอะไร

จากนั้นวันที่ 9 ก.ย. “พานทองแท้” ได้โพสต์ข้อความล่าสุดอีกว่า “อีก 2 วัน ทุกคนจะหายคิดถึง” พร้อมกับพ่วงลิงก์ไปยังเว็บไซต์ยูทิวบ์ด้วยว่า www.youtube.com/thaksinstory

เมื่อลองคลิกเข้าไปดูตามลิงก์ดังกล่าวพบว่า ชื่อ Tadoodao Animation เป็นผู้ที่โพสต์คลิป “ตาดูดาว เท้าติดดิน” ซึ่งเป็นการ์ตูนอนิเมชั่นที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับชีวประวัติของ พ.ต.ท.ทักษิณ เริ่มตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นเด็กจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า จะออกเผยแพร่ครั้งแรกในวันที่ 11 ก.ย.แต่ไม่ได้บอกว่าจะเผยแพร่ผ่านช่องทางใด

สำหรับชื่อ “ตาดูดาว เท้าติดดิน” นั้น หลายคนอาจจะคุ้นหูอยู่บ้าง เพราะเคยถูกเรียบเรียงเป็นบทความที่บอกเล่าถึงชีวประวัติของพ.ต.ท.ทักษิณในรูปแบบพ็อกเกตบุ๊ค ซึ่งถือเป็นหนังสือขายดีเล่มหนึ่งในขณะนั้นเลยทีเดียว

ถึงขนาดที่ว่า โทรทัศน์ช่องหนึ่งเคยขอนำไปทำเป็นละครมาแล้ว แต่ปรากฎว่า ในช่วงที่ละครถ่ายทำเสร็จสิ้นน้ัน เป็นช่วงที่กลุ่มเครือข่ายต่างๆ เริ่มออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านพ.ต.ท.ทักษิณมากขึ้น ทำให้มีการสั่งระงับการออกอากาศละครเรื่องนี้ไปโดยปริยาย

และแล้วยุทธวิธี “นิ่ง” จึงถือเป็นอันต้องสิ้นสุดลง พร้อมกับการกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งของแกนนำพรรคเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดง ซึ่งตรงกับที่พ.ต.ท.ทักษิณเคยเปรยกับแกนนำพรรคเพื่อไทย แกนนำคนเสื้อแดง และอดีตส.ส.เพื่อไทยที่เดินทางไปพบในต่างประเทศพอดีว่า "มีรัฐบาลชุดใหม่แล้วค่อยเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกครั้ง"

แม้แต่"ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หยุดโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กมาได้สักระยะ ก็เริ่มกลับมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวอีกครั้ง สร้างความคึกคักให้กับบรรดาแฟนคลับที่คอยติดตามดูความเคลื่อนไหวอยู่ทุกวันได้ไม่น้อย

ขณะที่แกนนำนปช.และแกนนำคนเสื้อแดงก็เลิกเหนียมอาย เริ่มกลับมาทำกิจกรรมออกสื่ออีกครั้ง ตั้งแต่การเตะฟุตบอลการกุศลของแกนนำพรรคเพื่อไทยกับแกนนำนปช.ที่เมืองทองธานี หรือแม้แต่การออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองผ่านเฟซบุ๊ก

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตรมช.พาณิชย์ และแกนนำนปช. เป็นแกนนำคนแรกที่กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งและชัดเจนที่สุด โดยให้สัมภาษณ์รายการ Peace Talk ทาง Peace TV หรือ UDD TV เดิมเมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา

โดยเนื้อหารายการนั้น เป็นการบอกเล่าถึงเหตุการณ์ในคืนแรกเมื่อครั้งที่ถูกควบคุมตัวไปอยู่ในค่ายทหาร แต่ไฮไลท์เด็ดคงอยู่ที่การระบุว่า จะจัดรายการ “เข้าใจตรงกันนะ” ผ่านทาง PeaceTV ซึ่งมีเรื่องราวทั้งที่เกี่ยวกับแวดวงบันเทิงไปจนถึงการเมืองของต่างประเทศ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาในส่วนของเวลาออกอากาศกับทางสถานีว่าจะเป็นวันไหน เวลาใด

ต่อด้วยทีมโฆษกพรรคเพื่อไทยที่นำโดย “พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์” รักษาการโฆษกพรรค ที่กลับมาตอบโต้พรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง แม้ว่าจะยังไม่ถึงขั้นตอบโต้เป็นรายวันเหมือนอย่างที่เคยผ่านมาก็ตาม
สุดท้าย คงเป็นแกนนำคนเสื้อแดงจังหวัดต่างๆ ที่วันนี้เริ่มต่อสายนัดแนะกันบ้างแล้วว่า จากนี้ไปควรจะหาสถานที่จัดกิจกรรมกันบ้าง เพื่อจะได้ใช้โอกาสนี้ในการพบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนความเห็นและมุมมองทางการเมืองกันด้วย หลังจากที่ทุกวันนี้แกนนำฮาร์ตคอร์ทั้งหลายยังถูกทหารประกบติดอยู่ทุกวี่วัน

ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นเป็นนัยได้ดีอยู่แล้วว่า “ทักษิณ-เพื่อไทย-นปช.” กำลังจะกลับมาทวงพื้นที่บนเส้นทางการเมืองของเขาคืน

แต่สุดท้ายแล้ว จะได้จัดกิจกรรมหรือไม่ จะได้แสดงพลังให้นายใหญ่เห็นถึงความจงรักภักดีที่ยังเต็มเปี่ยมอยู่หรือไม่นั้น คสช.คงจะเป็นผู้ให้คำตอบสุดท้ายเอง