กรมโยธาฯแจงคลังยกเว้นระเบียบพัสดุ เผยเม็ดเงิน 169 ล้านปรับปรุง-ซ่อมแซมทำเนียบบ้านพิษ
นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมด้วย ผู้บริหารจากบริษัท อัศวโสภณ จำกัด และหจก.ภัทรรุ่งโรจน์ ร่วมแถลงข่าวกรณีการปรับปรุง ซ่อมแซม บูรณะ อาคารบัญชาการ 1 และ 2 ตึกทำเนียบรัฐบาล และบ้านพิษณุโลก
นายมณฑล กล่าวว่า การปรับปรุงภูมิทัศน์และระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ทั้งหมด 4 สัญญา โดยมีการทำสัญญา 3 สัญญา ยกเว้นงานปรับปรุงและติดตั้งระบบโสตทัศน์และระบบไฟฟ้าห้องประชุมครม. เนื่องจากมีรายละเอียดในเรื่องอุปกรณ์และราคา ซึ่งทางกรมฯทราบรายละเอียดและเทคนิค จึงยังไม่มีการเซ็นสัญญาตั้งแต่แรก เนื่องจากต้องมีการพิจารณาต่อรองราคา โดยที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยความเห็นชอบ จากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ยกเว้นระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ส. 2535 และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2549 ซึ่งทางกรมโยธาฯ ได้รับผิดชอบ 3 ส่วนสำคัญ ในวงงบประมาณ 169 ล้านบาท ในงานปรับปรุงซ่อมแซมภายในอาคาร ปรับปรุงและซ่อมแซมภายนอกอาคารและงานระบบวิศวกรรมประกอบอาคาร ปรับปรุงและติดตั้งระบบโสตทัศน์และระบบไฟฟ้าห้องประชุม
ในส่วนของห้องประชุม 501 อาคารบัญชาการ 1 ที่มีประเด็นข่าวเกี่ยวกับการจัดซื้อระบบไมโครโฟนห้องประชุมว่า มีราคาที่สูงกว่าท้องตลาดนั้น ทางกรมโยธาฯได้คัดเลือกบริษัท อัศวโสภณ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการติดตั้ง เพราะมีประสบการณ์ผ่านการดำเนินงานที่สำคัญ และมีชื่อเสียงในการติดตั้งอุปกรณ์ระบบเสียงเป็นอย่างมาก โดยได้นำอุปกรณ์ ไมโครโฟน รุ่น DCNM - MMD ซึ่งบริษัท Bosch Thailand เป็นผู้นำเข้า โดยไมโครโฟนรุ่นนี้ ได้ถูกใช้ในการประชุมระดับสูง เช่น การประชุม Nuclear Summit ที่ เนเธอร์แลนด์ และยังไม่มีหน่วยงานราชการใดในไทยใช้มาก่อน ซึ่งตามข่าวนั้น บริษัท Robert Bosch Limited ได้ตั้งราคาเพื่อเสนอขาย ตัวละ 145,000 บาท ต่อมาบริษัท อัศวโสภณ ซึ่งเป็นลูกค้าทางบริษัทได้เจรจาเพื่อขอต่อรอง และได้ราคาลดลงมาที่ 35 เปอร์เซนต์ คงเหลือ 94,250 ต่อเครื่อง ทำให้สามารถประหยัดงบประมาณไปได้ 14,188,000 บาท โดยในใบเสนอราคาในเว็ปไซต์ของกรมโยธาฯ ราคาไมค์ ราคา 139,960 นั้นเอกสารดังกล่าวเป็นเพียงใบเสนอราคากลาง เพื่อตั้งเป็นงบประมาณในการเบิกจ่ายเท่านั้น ไม่ใช่ราคาที่จะจัดซื้อจัดจ้าง ขอยืนยันว่า ยังไม่มีการทำสัญญาและจ่ายเงิน 15 เปอร์เซ็นท์ ตามที่เป็นข่าว
"ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ทางกรมซื้อหลอดไฟราคาดวงละเเสนกว่าบาทนั้น ไม่เป็นความจริง ผมฟังแล้วจะเป็นลม เนื่องจากเราได้ติดตั้งระบบเป็นชุดหลอดไฟ LED ซึ่งมีหลายดวง สามารถปรับความสว่าง มืดได้ และมีการกำหนด เเละวัดผลของความสว่างให้เหมาะสมสำหรับห้องประชุม ราคาจึงมีความสมเหตุสมผล เเละยอมรับได้" อธิบดีกรมโยธาฯ กล่าวและว่า ในส่วนการทำสัญญาที่อาจจะไม่โปร่งใสนั้น ในการดำเนินการต้องทำให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 9 ก.ย. 57 ซึ่งมีระยะเวลา เพียง 50 วัน ทาง กรมบัญชีกลางจึงได้มีหนังสือด่วนที่สุด ให้รีบดำเนินการปรับปรุงทำเนียบรัฐบาล และบ้านพิษณุโลกเป็นการเร่งด่วน ประกอบกับ ที่ดังกล่าวมีความชำรุดเสียหายเป็นอย่างมาก และไม่ได้รับการซ่อมแซมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 12 ปี ทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีจึงได้ยกเว้นในการปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการสั่งซื้อ และการส่งมอบ โดยจะรอทดสอบระบบที่ติดตั้งว่า สามารถใช้งานได้จริง มีประสิทธิภาพ และสามารถป้องกันข้อมูลรั่วไหลได้ จึงจะตรวจรับงานดังกล่าว
เมื่อถามว่า ราคา 94,250 บาทคือราคาที่เคาะแล้วหรือไม่ นายมณฑล กล่าวว่า ตนมองว่าเป็นราคาที่เหมาะสม เพราะตนก็ต่อรองเต็มที่ เพราะต้องยอมรับว่า เขาทำก็ต้องการกำไร อีกทั้งกำไรก็แฝงอยู่ในราคาแล้ว ส่วนเหตุผลที่ต้องยกเว้นระเบียบนั้น เนื่องจากสำนักเลขาธิการนายกฯ เป็นผู้ขอยกเว้นระเบียบ เพราะเป็นการทำงานเร่งด่วน มีเวลาอันจำกัด และต้องใช้เวลาช่วงที่ไม่มีรัฐบาลเร่งทำเพื่อรองรับครม. ส่วนตัวเลขสุทธิยังไม่ขอให้ตอนนี้ คาดว่า ภายใน 1- 2 วันนี้จะได้ตัวเลข และจะให้ตรวจสอบอีกครั้ง
เมื่อถามว่า อธิบดียืนยันว่าไม่มีการจัดซื้อ แต่ภาพที่ปรากฏคือมีการติดตั้งแล้ว เป็นตามกระบวนการทางราชการเป็นอย่างนี้หรือไม่ และถ้าเราตกลงราคากันไม่ได้ สามารถไม่เอาสินค้าจากอัศวโสภณได้หรือไม่ อธิบดีกรมโยธา กล่าวว่า ตามเอกสารเป็นการยกเว้นระเบียบพัสดุ เหมือนการซื้อของเข้าบ้าน ไม่มีระเบียบอะไรรองรับเลย อยู่ที่ความรับผิดชอบของคนลงนามในสัญญา ไม่มีว่า ต้องเป็นไปตามกระบวนการ 1 2 3 เพราะจะไม่ทัน ส่วนคำถามที่ว่า ถ้าสุดท้ายแล้วต่อรองแล้วไม่พอใจ ไม่เอาได้ไหม ตรงนี้เป็นข้อตกลงร่วมกัน บนพื้นฐานความเชื่อใจ เพราะไม่มีเวลาจะไปคัดเลือกใคร ก็ต้องเลือกคนที่เราเชื่อ เขาก็ต้องเชื่อหลวง เพราะถ้าทำแล้วเบิกเงินไม่ได้จะทำอย่างไร เป็นความเสี่ยงที่เขาเชื่อ
“สำหรับงบประมาณที่ใช้ในการติดตั้งระบบต่างๆ ในห้องประชุมว่า สำนักเลขาเป็นหน่วยของบฯ แต่ทางกรมโยธาฯ เป็นผู้เบิก จึงต้องรับผิดชอบเต็มๆ ยืนยันว่า เราต้องทำรอบคอบ เพราะการที่ไม่มีระเบียบตรวจสอบ มันยิ่งหนัก ผมสังวรตรงนี้ตลอดว่า ไม่ใช่จะทำอะไรก็ได้ การมีระเบียบจะยิ่งสบายใจกว่า แต่นี่ไม่มีอะไรเลยก็ต้องรัดกุม ส่วนเรื่องการตัดสินใจเลือกซื้อนั้น ขอเรียนว่า ในด้านโจทย์ เราได้มาว่า ต้องทันสมัย เป็นหน้าตา ต้องดี เราก็เลือกเอาที่ดีที่สุด เราก็คุยกันทั้งทางด้านบริษัทอัศวโสภณ และกรมโยธาฯ ด้วย” อธิบดีกรมโยธาฯ ระบุ
เมื่อถามว่า การยกเว้นระเบียบพัสดุครั้งนี้เป็นกรณีแรกหรือไม่ นายมณฑล กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะตั้งแต่รับราชการมาก็ยังไม่เคยพบ


