คสช.แจงโรดแมพ3ระยะ ก่อนนำประเทศสู่เลือกตั้งต.ค.58 มอบมท.จับมือหน่วยราชการช่วยเหลือปชช.อย่างเบ็ดเสร็จ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ห้องบอลรูม โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค มีการประชุมเชิงปฏิบัติการชี้แจงแนวทางการดำเนินงานตาม Road Map ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แก่บุคลากรกรมประชาสัมพันธ์ โดยมีนายอภินันท์ จันทรังษี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมด้วย พ.อ.สุทัศน์ นาคพันธ์ รองผู้อำนวยการยุทธการ กองทัพภาคที่ 1 และรองหัวหน้าฝ่ายยุทธการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ในฐานะผู้แทนเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) นายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง และนายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เข้าร่วม
พ.อ.สุทัศน์ กล่าวชี้แจงถึงกรอบระยะเวลาในการดำเนินงานของคสช. ว่า คสช.กำหนดกรอบเวลาในการดำเนินงานไว้ 3 ระยะ คือ ตั้งแต่เดือนพ.ค.-มิ.ย.2557 จะเป็นช่วงการเตรียมการ เช่น การสร้างความปรองดองสมานฉันท์เพื่อยุติความแตกแยก การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชาวนา การคลี่คลายเหตุด่วนเหตุร้ายต่างๆ รวมถึงการเตรียมการเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี
ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้ต้องเร่งแก้ไขในช่วงแรก โดยอาศัยอำนาจคสช. ส่วนระยะที่ 2 คือ ช่วงเดือนก.ค.2557 เป็นต้นไป ถือเป็นระยะปัจจุบัน ที่จะต้องจัดให้มีรัฐธรรมนูญชั่วคราว ตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) เพื่อให้กระบวนการบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปโดยสมบูรณ์ มีการเลือกนายกรัฐมนตรี มีคณะรัฐมนตรี จนมาถึงการตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) โดยการเปิดรับการเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมเป็นสปช. เพื่อเข้าไปดำเนินการสรุปปัญหาทั้ง 11 ด้าน และขับเคลื่อนกลไกลการปฏิรูป ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง และมีรัฐบาลตามปกติต่อไป และในระยะที่ 3 ซึ่งถือเป็นระยะสุดท้ายตั้งแต่เดือน ส.ค. 2558 เป็นต้นไป หลังจากมีการดำเนินการตามระยะที่ 2 เรียบร้อยแล้ว ก็จะมีการเลือกตั้งและรัฐบาลตามปกติในการบริหารราชการแผ่นดิน ในช่วงเดือนต.ค.2558 ต่อไป
เมื่อถามว่า ปัญหาการใช้สื่อปลุกระดมทางการเมือง ทำให้ประชาชนแตกแยก พ.อ.สุทัศน์ กล่าวว่า เรามีกฎหมาย มีบทบาทหน้าที่ แต่การดำเนินการพวกนี้ค่อนข้างจะจับยาก เจ้าหน้าที่คงต้องพัฒนากรรมวิธีดำเนินการต่อไป การปลุกระดมทางการเมืองโดยใช้สื่อนั้น อย่าไปหลงเชื่อ ให้ใช้วิจารณญาณแยกแยะ นอกจากนี้การจัดการคลื่นใต้น้ำให้สงบนิ่งหรือหายไปได้นั้น เรื่องนี้คงแก้ไขกันอย่างต่อเนื่อง มีการพูดคุยสร้างความเข้าใจ ใครทำผิดก็ดำเนินการตามกฎหมาย
ด้านนายกฤษฎา กล่าวว่า กลไกลกระทรวงมหาดไทย มีทั้งในกทม.และต่างจังหวัด ซึ่งคนของกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่ 2 หน้าที่ นอกจากจะทำหน้าที่ในงานของกระทรวงมหาดไทยแล้ว ก็ต้องทำหน้าที่นำนโยบายของรัฐบาลไปปฏิบัติในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและแก้ไขปัญหาของประชาชน ซึ่งคสช.ได้ออกประกาศฉบับที่ 96 ที่กำหนดให้จังหวัดต่างๆตั้งศูนย์ดำรงธรรม
โดยหลักการของคสช.ในช่วงที่ 2 ที่ให้ข้าราชการทุกหน่วยร่วมมือกันแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างเบ็ดเสร็จ การที่คสช.ให้ทุกหน่วยร่วมกันทำนั้นไม่ใช่งานของกระทรวงมหาดไทยอย่างเดียว เช่น การปล่อยน้ำเสียลงคลอง หน้าที่รับผิดชอบโดยตรงแล้วน่าจะเป็นหน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรม แต่เมื่อมีศูนย์ดำรงธรรมแล้ว เราก็สามารถเข้าไปสนับสนุนได้ เพื่อไปเติมเต็มส่วนราชการที่ไม่อยู่จังหวัดและอำเภอในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน





