วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พรชัย'เร่งปฏิรูปรัฐวิสาหกิจสื่อสาร

ไอซีที เร่งปฏิรูปรัฐวิสาหกิจสื่อสาร เล็งยกเครื่องแผนการดำเนินงานกระทรวง

ไอซีทีเล็งยกเครื่องแผนการดำเนินงานกระทรวง-พร้อมดูแนวทางแก้ปมวิกฤตรัฐวิสาหกิจทีโอที-กสท รับทุกปัญหาต้องเดินหน้าคุยพนักงานทำความเข้าใจร่วมกัน

นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า การประชุมนัดแรกของคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ (9 ก.ย.) ได้มีการหารือแผนการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงต่างๆ โดยแผนงานของกระทรวงไอซีทีนั้น ในส่วนของตัวเองที่นำเสนอ ยังไม่มีรายละเอียดเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ได้เอาแผนงานเดิมที่ดำเนินการไปแล้ว หรือกำลังจะเข้าอนุมัติโครงการมาปรับปรุงใหม่เพิ่มเติม

ทั้งนี้ ต้องมีการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่กระทรวง สำนักงานปลัดไอซีที และคณะกรรมการ (บอร์ด) ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจควบคู่ไปด้วย

"การประชุมนโยบายกระทรวงของพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรีต่อสภาฯวันที่ 12 ก.ย.นี้ ถ้าถามผมจริงๆ ก็ยังไม่มีแผนงานใดของไอซีทีเป็นพิเศษที่ต้องเสนอไป เพราะต้องขอหารือพูดคุยกับคนในกระทรวงไอซีทีก่อน อยากรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น อุปสรรคในการทำงานที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องนี้ผมว่ามีความสำคัญมาก" นายพรชัย กล่าว

รายงานข่าวแจ้งว่า ภารกิจหลักของรัฐมนตรีไอซีทีนั้น สิ่งสำคัญ คือ การแก้วิกฤตของรัฐวิสาหกิจในสังกัด คือ บมจ.ทีโอที บมจ.กสท โทรคมนาคม และปฏิรูปการทำงานและแนวทางการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจอย่างเต็มรูปแบบ ตามที่ทั้ง 2 องค์กรกำลังเผชิญปัญหาด้านรายได้ที่ลดลงอย่างหนักจากการที่ต้องนำส่งรายได้สัมปทาน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ให้เป็นรายได้แผ่นดินตาม มาตรา 84 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.กสทช.)

โดยเบื้องต้นนั้น รมว.ไอซีที จะเข้ามาดูแผนการลงทุนของทุกรัฐวิสาหกิจมาช่วยพลิกฟื้นทีโอทีและ กสท โดยจะใช้จุดแข็งด้านความพร้อมของโครงข่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด และจะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจด้านการให้บริการและการทำตลาด เพราะทิศทางธุรกิจโทรคมนาคมและไอทีทั่วโลก ได้มุ่งเน้นการคอนเวอร์เจนซ์ ดังนั้น ทีโอที และ กสท ต้องหาพันธมิตรร่วมดำเนินธุรกิจสำหรับการควบรวมระหว่างทีโอทีและ กสท

สำหรับทีโอทีนั้น เบื้องต้นผลประกอบการปี2557 โดย 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย.) มีรายได้ 32,400 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย 33,700 ล้านบาท ขาดทุน 1,300 ล้านบาท ส่วนการประมาณการรายได้ทั้งปี (ม.ค.-ธ.ค.) มีรายได้ 57,600 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย 66,500 ล้านบาท ขาดทุน 8,900 ล้านบาท สูงกว่าที่เคยตั้งเป้าหมายจะขาดทุน 5,100 ล้านบาท

ขณะที่ปี2558 ทีโอทีจะประสบปัญหาการขาดทุนและขาดสภาพคล่องทางเงิน เนื่องจากรายได้ไม่เพียงพอต่อรายจ่าย ทำให้ต้องนำเงินสดสะสมที่มีอยู่ประมาณ 30,000-50,000 ล้านบาท ออกมาใช้จ่าย และเงินสะสมที่ได้นำไปลงทุนในโครงการต่างๆ เพื่อสร้างรายได้และพัฒนาบริการ ผลประกอบการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

ส่วนกสท โทรคมนาคม นั้นรายงานผลประกอบการ 6 เดือนปี 2557 ต่อบอร์ดใหม่ โดยกสทมีรายได้ 25,260 ล้านบาท รายจ่าย 24,658 ล้านบาท กำไร 602 ล้านบาท โดยผลประกอบการนี้ เป็นรายได้จากการประกอบกิจการของ กสท เท่านั้น ไม่รวมรายได้สัญญาสัมปทาน ส่วนเป้าหมายรายได้ปี 2557 นี้อยู่ที่ 55,000 ล้านบาท คาดว่ามีกำไร 1,240 ล้านบาท

ซึ่งก่อนหน้านี้ นายรังสรรค์ จันทร์นฤกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานตรวจสอบ ในฐานะรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ ทีโอที ระบุว่า ในวันที่ 17 ก.ย. จะมีการประชุมบอร์ด โดยจะมีการรายงานบอร์ดเรื่องความคืบหน้าโครงการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคที่ 3 หรือ 3จี วงเงิน 19,980 ล้านบาทของทีโอที ซึ่งคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ระบุว่า โครงการมีความไม่โปร่งใสและมีการเอื้อประโยชน์ให้แก้ผู้รับจ้าง จึงต้องส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ติดตามผลการดำเนินการของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

สำหรับการเปิดให้บริการ 3จี เริ่มตั้งแต่เปิดให้เอกชน กิจการร่วมค้า เข้ามารับประมูลงานในต้นปี 2554 มีมูลค่า 17,440 ล้านบาท ซึ่งกิจการร่วมค้าร่วมเอสแอลคอนซอร์เตียมเป็นผู้ชนะประมูลในราคาต่ำสุด 16,290 ล้านบาท จนกระทั่งต่อรองราคาเหลือ 15,999 ล้านบาท โดยทีโอทีจะใช้เงินกู้เพื่อดำเนินโครงการนี้ 80% แต่ค่าใช้จ่ายในโครงการรวม 19,980 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ภายในช่วงเวลาดังกล่าวการติดตั้งโครงข่ายไม่เสร็จสมบูรณ์ จากจำนวนการสร้างสถานีฐานจำนวน 5,320 แห่ง ในการว่าจ้างกิจการร่วมค้า เอสแอล คอนซอร์เตียม เป็นผู้รับเหมาดำเนินการ แต่เมื่อกลางปี 2557 ที่ผ่านมา นายยงยุทธ วัฒนสินธุ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ยอมรับว่าการดำเนินงานโครงการ 3จีล้มเหลว เนื่องจากปัญหาการติดตั้งสถานีฐานที่ล่าช้าทำให้เปิดให้บริการ และทำการตลาดช้ากว่าคู่แข่งรายอื่น รวมไปถึงงบประมาณการลงทุนก็น้อยกว่าผู้ประกอบการรายอื่นๆ ทีโอทีลงทุนไปกว่า 20,000 ล้านบาท แต่มีรายได้กลับมาราว 1,000 ล้านบาทเท่านั้น