วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนช.นัด16ก.ย.ถกงบวาระ2-3

(รายงาน) สนช.นัด16ก.ย.ถกงบวาระ2-3 ตั้งแท่นม้วนเดียวจบ-จับตาโบนัส ขรก.

การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 (ร่าง พ.ร.บ.งบ 58) ได้ผ่านขั้นตอนในชั้นกรรมาธิการ วิสามัญฯ (กมธ.) ที่มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธาน กมธ.ไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากได้เรียกแต่ละหน่วยงานเข้าให้ข้อมูลและชี้แจงเหตุผลความจำเป็นของการตั้งงบประมาณ พร้อมเปิดโอกาสให้สมาชิก สนช.ได้เสนอคำแปรญัตติ

บรรยากาศการประชุม กมธ.เป็นไปอย่างเรียบร้อย ฉับไว สมกับที่มีนายทหารระดับผู้ช่วย ผบ.ทบ.นั่งหัวโต๊ะ ทำให้การประชุมไม่มีแตกแถว ไม่ปรากฏภาพการปะทะคารมหรือตอบโต้กันไปมากลางห้องประชุมเหมือนสมัยสภาเลือกตั้ง แต่ละวันไม่มีการประชุมลากยาวหรือยืดเยื้อเหมือนที่ผ่านๆ มา

นอกจากนั้น เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย ที่ประชุม กมธ.ยังไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปนั่งฟังในห้องประชุม เพียงให้มีการถ่ายทอดการประชุมผ่านระบบโทรทัศน์วงจรปิด และให้ถ่ายทอดลงมาเฉพาะที่ห้องสื่อมวลชนประจำรัฐสภาเท่านั้น ไม่มีการถ่ายทอดออกไปบริเวณโดยรอบเหมือนสมัยก่อน

ในส่วนของการแถลงข่าวของ กมธ.ยุคนี้ก็แตกต่างไปจากยุคเดิมๆ คือ ในช่วงแรกจะแจกเอกสารสรุปการประชุม แต่ภายหลังได้มอบหมายพล.ท.ชาตอุดม ติตถะสิริ โฆษก กมธ.เป็นผู้แถลงข่าวสรุปผลการประชุมในแต่ละวัน

ทั้งหมดนี้แม้จะทำให้การประชุมเป็นไปอย่างเรียบร้อย รวดเร็ว ไร้ภาพความขัดแย้ง แต่ในแง่ของการตรวจสอบถ่วงดุลการตั้งและกระจายงบประมาณ ก็ยังคงถูกตั้งคำถามพอสมควร

สำหรับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบปี 58 ในชั้น กมธ.วิสามัญฯ ได้มีการปรับลดงบประมาณลงทั้งสิ้น 1.6 หมื่นล้านบาท จากที่ตั้งงบไว้ 2.575 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นการปรับลดจากทุกกระทรวง รวมถึงหน่วยงานที่ไม่สังกัดกระทรวง โดยนำยอดเงินจำนวนนี้ไปตั้งไว้ใน "งบกลาง" รายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

สำหรับกระทรวงที่ถูกปรับลดงบมากที่สุด คือ กระทรวงคมนาคม ขณะที่รายการที่ถูกปรับลดสูงสุดคือ "งบกลาง" ซึ่งตั้งไว้ 4.6 หมื่นล้านบาท และอีกส่วนที่สำคัญ คือ ค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ หรือโบนัสข้าราชการ จำนวน 5,000 ล้านบาท ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.) ที่ต้องจ่ายปลายปี 2557 โดยยอดเงินที่ปรับลดในส่วนนี้ นำไปแขวนไว้ในงบกลาง

คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้ให้ ก.พ.ร.ไปพิจารณาหลักเกณฑ์ใหม่ และเสนอให้รัฐบาลเพื่อพิจารณาอีกครั้ง เนื่องจากเห็นว่าหลักเกณฑ์การจ่ายโบนัสข้าราชการไม่แน่นอนและไม่มีมาตรฐาน การจ่ายโบนัสแต่ละปีไม่เหมือนกัน ทั้งนี้หากรัฐบาลเห็นชอบ ก็นำงบกลางกลับมาดำเนินการจ่ายโบนัสให้ข้าราชการต่อไป

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ กมธ.งบประมาณอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายงานการพิจารณาของ กมธ. ซึ่งจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อจัดส่งรายงานดังกล่าวไปให้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ภายในวันที่ 11 ก.ย. และเมื่อประธาน สนช.ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องแล้ว ก็จะดำเนินการบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม สนช.ในวาระ 2-3

มีรายงานว่า ขณะนี้มี สนช.ที่เสนอคำแปรญัตติต่อ กมธ.ที่ยังติดใจและขอสงวนคำแปรญัตติไว้ โดยจะได้สิทธิอภิปรายในที่ประชุม สนช. จำนวน 7 คน โดยประเด็นที่ติดใจเป็นประเด็นเกี่ยวกับการใช้งบประมาณในโครงการต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่าได้ใช้ใน "โครงการประชานิยม" จำนวนมาก และไม่เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง

นอกจากนั้นยังพุ่งเป้าไปที่งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ที่ยังพบการใช้งบประมาณที่ไม่ถูกต้อง ที่ผ่านมา อบจ. และ อบต.ทำงานโดยรับใช้ฝ่ายการเมืองมากเกินไป รวมถึงการดำเนินนโยบาย เช่น แก้ปัญหาคอร์รัปชันยังขาดการบูรณาการร่วมกัน

ดังนั้นข้อติดใจของ สนช.ที่สงวนคำแปรญัตติเอาไว้ ส่วนใหญ่จะเป็นการท้วงติงการใช้งบโครงการประชานิยม และงบท้องถิ่น เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างเหมาะสม ไม่ใช่การอภิปรายเพื่อให้มีการปรับลดหรือเปลี่ยนแปลงรายละเอียดใดๆ

โดยในวันที่ 11 ก.ย. กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบปี 58 จะนัดประชุมกันอีกครั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการชี้แจงรายละเอียด โดยเบื้องต้นได้จัดกลุ่มให้ กมธ.รับผิดชอบการชี้แจงในกระทรวงหรือกลุ่มงานที่สนใจและเชี่ยวชาญ

สำหรับการประชุม สนช.เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบปี 58 ในวาระ 2-3 ได้กำหนดวันเวลาเอาไว้ เป็นวันที่ 16 ก.ย.ช่วงบ่าย ซึ่งจะมีการพิจารณาเป็นรายมาตรา โดย พล.ท.ชาตอุดม ติตถะสิริ โฆษก กมธ. ระบุว่า เบื้องต้น กมธ.ได้กำหนดกรอบการพิจารณาไว้ 1 วัน ซึ่งคาดว่าน่าจะเพียงพอ เนื่องจากขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่ออภิปรายเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

เมื่อร่าง พ.ร.บ.งบปี 58 ผ่านการพิจารณาในวาระ 2-3 แล้ว ขั้นตอนต่อไป สนช.ต้องส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อบังคับใช้ให้ทันวันที่ 1 ต.ค.57 ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นปีงบประมาณ 2558 ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เคยประกาศโรดแมพเอาไว้ต่อสาธารณชน