เลขากกต. สรุปยอดสปช.อย่างเป็นทางการ7,370คน พบ30รายขาดคุณสมบัติ มั่นใจ 2 ต.ค.เห็นโฉมหน้าสภาปฏิรูป
เมื่อเวลา 17.30 น. นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. แถลงสรุปยอดผู้เข้ารับการสรรหาการเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ตลอด 20 วัน ระหว่างวันที่ 14 ส.ค. - 2ก.ย.อย่างเป็นทางการ โดยรวมการเสนอชื่อผ่านไปรษณีย์แล้ว ว่า มีผู้เข้าเสนอชี่อ ทั้งสิ้น 7,370 คน แบ่งเป็นนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไรที่เสนอเข้ารับการสรรหาใน 11 ด้าน จำนวน 4,585 คน ระดับจังหวัด 2,785 คน
สำหรับด้านที่มีการเสนอชื่อมากที่สุดคือด้านการศึกษา 778 คน รองลงมาด้านอื่นๆ 683 คน สังคม 679 คน ส่วนด้านที่เสนอน้อยสุดคือสื่อมวลชน 194 คน ขณะที่จังหวัดกรุงเทพมหานครเสนอชื่อมากสุด 113 คน รองลงมา กาฬสินธุ์ 79 คน อุบลราชธานี 71คน น้อยที่สุดคือ พิจิตร 15 คน รองลงมาคือตาก 17 คน ทั้งหมดแบ่งเป็นเพศชาย 6479 คน หญิง 891 คน วุฒิการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี 809 คน ปริญญาตรี 2114 คน ปริญญาโท 3286 คน ปริญญาเอก 1152 คน และไม่แจ้งระดับการศึกษา 9 คน
โดยหลังจากนี้หากยังมีไปรษณีย์ของผู้เข้ารับการเสนอชื่อเข้ามาอีก ก็จะทำหมายเหตุแจ้งให้คณะกรรมการสรรหาทราบว่ามาหลังจากเวลา 17.00 น.ของวันที่ 8 ก.ย.ซึ่งก็ขึ้นอยู่คณะกรรมการสรรหาว่าจะหยิบยกมาพิจารณาหรือไม่
นายภุชงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับการตรวจสอบคุณสมบัติ จากการประสานกับหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของเลยขานุการคณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 ด้าน พบว่าขณะนี้มีเพียง 30 ราย ที่มีคุณสมบัติต้องห้าม มีปัญหาการถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง การทำผิดคดีอาญาที่สูงกว่าลหุโทษ คดีอาญาเสพติดและคดีล้มละลาย คาดว่าการจัดทำข้อมูลทั้งหมดจะเสร็จสิ้นและจะเสนอให้คณะกรรมการสรรหาได้ภายในวันที่ 11ก.ย.นี้ เพื่อให้ทันต่อการประชุมของคณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 ด้าน ในวันที่ 12 ก.ย.นี้
อย่างไรก็ตาม ในส่วนคณะกรรมการสรรหาระดับจังหวัด เมื่อคณะกรรมการสรรหา 11 ด้าน ได้เริ่มประชุม คณะกรรมการสรรหาระดับจังหวัดสามารถประชุมคู่ขนานและอาจคัดเลือกบุคคลจังหวัดละ 5 คน ได้แล้วเสร็จภายในการประชุม 1-2 ครั้ง ซึ่งรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกจากทั้ง 2 ส่วนจะต้องเป็นความลับ จนกว่าจะมีการประกาศจากคสช.ในวันที่ 2 ต.ค.นี้
ทั้งนี้ นายภุชงค์ กล่าวรายงานว่า ตนได้รับหนังสือขอลาออกจากการเป็นคณะกรรมการสรรหาด้านสื่อมวลชน คือ นางพิรงรอง รามสูต อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย เนื่องจากติดภารกิจไปต่างประเทศในช่วงที่มีการสรรหา ซึ่งทำให้คณะกรรมการสรรหาด้านสื่อมวลชนเหลือเพียง 6 คน อย่างไรก็ตามคณะกรรมการที่เหลือ 6 คน ก็สามารถทำหน้าที่ต่อไปได้





