วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สุขุมพันธ์'ประเดิมตรวจศูนย์ป้องกันน้ำท่วม

"สุขุมพันธ์" ประเดิมงานแรก ตรวจศูนย์ป้องกันน้ำท่วมรับมือหน้าน้ำ ไร้กังวลเพราะเขื่อนใหญ่ปริมาณน้ำยังน้อย

ม.ร.ว. สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่ากทม.พร้อมคณะได้เดินทางมายังศูนย์ป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ กทม. 2 ดินแดง เพื่อรับฟังการบรรยายและการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำในกทม.ภายหลังจากวานนี้ศาลอุทธรณ์ได้ยกฟ้องคดีกรณีกกต.มีมติให้ใบเหลืองม.ร.ว.สุขุมพันธ์ ในการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.เมื่อ 3 มี.ค. 56 โดยนายอดิศักดิ์ ขันตี ผอ.สำนักการระบายน้ำ รายงานว่าตามประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าพื้นที่กทม.จะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ระหว่างวันที่ 6-7 ก.ย. รวมไปถึงในปลายเดือนก.ย.เป็นต้นไป จะเข้าสู่ช่วงน้ำทะเลหนุน กทม.จึงเตรียมแผนความพร้อมในการรับมือกับน้ำท่วมในสถานีสูบน้ำ 166 แห่ง ประตูระบายน้ำ 217 แห่ง บ่อสูบน้่ำ 222 แห่ง อุโมงค์ระบายน้ำ 7 แห่ง ความยาวรวม 19 กม. มีประสิทธิภาพระบายน้ำรวม 155.50 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งที่ผ่านมามีการขุดลอกคลอง และเปิดทางน้ำไหลดำเนินการไปแล้ว 98.35 เปอร์เซ็นต์ ทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ดำเนินการไปแล้ว 89.21 เปอร์เซ็นต์รวมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำบริเวณจุดอ่อนน้ำท่วม จำนวน 520 แห่ง

อย่างไรก็ตาม ดีใจที่ได้กลับมาทำงานอีกครั้ง สิ่งที่ห่วงมาตลอดในช่วงการหยุดปฏิบัติหน้าที่คือเรื่องน้ำท่วม ตนจึงได้มาที่สำนักการระบายน้ำเพื่อสอบถามความพร้อม ในการรับมือสถานการณ์ในช่วงฤดูฝนแต่จากการรายงานยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เขื่อนต่าง ๆ อาทิ เขื่อนภูมิพล เขื่อนป่าสัก เขื่อนสิริกิติ์ ยังมีระดับน้ำที่ 30-40 เปอร์เซ็นต์ แต่อยากให้สำนักการระบายน้ำติดตามเรื่องปริมาณฝน ซึ่งในทุกปีจะมีปริมารฝนเฉลี่ยอยู่ที่ 1,500 มม.ต่อปี ซึ่งช่วงที่เหลือของปีนี้ ยังมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยที่ไม่ตกอีก 1,000 มม. เกรงว่าช่วงที่เหลือหากมีปริมาณฝนตกลงมาจะทำให้ประชาชนเดือดร้อน

ส่วนในพื้นที่ที่เป็นจุดอ่อนน้ำท่วมกทม.ได้เข้าไปติดตั้งเครื่องสูบน้ำเรียบร้อยแล้วรวมถึงได้ประสานงานไปยังกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ผ่านคสช. ว่ากทม. จะขอเข้าไปรับผิดชอบในพื้นที่ ถนนที่ถูกน้ำท่วม เพราะกทม. มีความพร้อมในการแก้ปัญหาซึ่งคสช.ก็ตอบรับและอนุญาต

สำหรับนโยบายเร่งด่วนหลายเรื่องที่ล่าช้านั้น ไม่อยากให้มองว่าเพราะตนหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ที่ผ่านมาก็มีปัญหาความไม่สงบในกทม.หลายเดือนซึ่งทุกฝ่ายก็ปฏิบัติหน้าที่ตนเองอย่างเต็มที่จึงอยากให้ทุกฝ่ายมองไปข้างหน้า ปัญหาเรื่องการเลือกตั้งก็ผ่านไปแล้วเราจึงต้องเดินหน้าต่อไปดีกว่า ในทิศทางการทำงานของกทม.กับรัฐบาลชุดใหม่และสก.ชุดใหม่นั้น กทม.ไม่มีหน้าที่ทะเลาะกับใคร กทม.มีหน้าที่ดูแลประชาชนและให้ความร่วมมือกับรัฐบาลกลาง ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาล กทม.ก็จะร่วมมือ อย่างเต็มที่ซึ่งช่วงที่ตนหยุดปฏิบัติหน้าที่กทม.ก็ได้ร่วมมือกับ คสช.มาอย่างต่อเนื่อง