"วิชา" ยืนยัน ไม่ทอดทิ้งคดีสลายการชุมนุม 53 แจงเหตุช้าเพราะรอความชัดเจนศาลอาญา
วานนี้ ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวนกรณีสลายการชุมนุม กล่าวถึงความคืบหน้าคดีการสลายการชุมนุมทางการเมืองปี 2553 ว่า ยืนยันว่า ป.ป.ช.ไม่ได้ทอดทิ้งคดี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก กรณีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่เราต้องรอความชัดเจน ทั้งนี้ แม้ศาลอาญามีคำสั่งไม่รับพิจารณาคดีสลายการชุมนุมทางการเมืองปี 2553 เนื่องจากเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทางป.ป.ช.ก็ต้องดำเนินการต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเรื่องที่อยู่ระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ตามที่มีผู้ร้องนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เกี่ยวกับการสั่งการสลายการชุมนุมทางการเมือง อาทิ 1.กรณีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยใช้วิธีสลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. รุนแรงเกินไปไม่เหมาะสมกับสถานการณ์และไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวน 99 คน 2.ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไต่ตรองไว้ก่อน โดยยืนยันสั่งการให้มีการใช้กำลังอาวุธสลายการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุม นปช.บริเวณแยกคอกวัว เป็นเหตุให้ นายสวาท วานาม นายเทิดศักดิ์ ฟุ้งกลิ่นจันทร์ และ นายไพรศล ทิพย์ลม เสียชีวิต เหตุเกิดที่บริเวณแยกคอกวัว แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 และ 3.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยภายหลังการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553
นอกจากนี้ยังมีกรณียื่นขอให้ป.ป.ช.พิจารณาถอดถอน โดยขอให้วุฒิสภามีมติตามมาตรา 274 ของรัฐธรรมนูญฯ ถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่งเนื่องจากมีพฤติการณ์ส่อว่าทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตราฐานตามจริยธรรมอย่างร้ายแรง ดังนี้ 1.ฆาตรกรรมประชาชนโดยนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และ พล.อ อนุพงษ์ กับพวกร่วมกันใช้หรือสั่งการอันเป็นเหตุให้เกิดการกระทำความผิด โดยเกิดการฆาตรกรรม บุคคลจนถึงแก่ความตาย จำนวนหลายรายเช่น นายฮิโรยูกิ มูราโมโต ผู้สื่อข่าวชาวญี่ปุ่นประจำสำนักข่าวรอยเตอร์ นายมานะ อาจราญ พนักงานสวนสัตว์ดุสิต และบุคคลอื่นๆ ระหว่างวันที่ 10 เมษายน - 19 พฤษภาคม 2553 และไม่ทบทวนวิธีการหรือหยุดยั้งการกระทำจากเหตุวันที่ 10 เมษายน 2553 กลับสั่งการให้ดำเนินการเช่นเดิม โดยเฉพาะเหตุการณ์วันที่ 19 พฤษภาคม 2553
2.แทรกแซงการใช้อำนาจขององค์กรในขบวนการยุติธรรม “กรณีการชันสูตรพลิกศพ” โดยนำคดีการตายของประชาชนและเจ้าหน้าที่ รวมจำนวน 91 ศพ ให้เสนอเป็นคดีพิเศษ โดยไม่ดำเนินการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพตามกฎหมายและจงใจบิดเบือนและเบี่ยงเบนการบังคับการตามกฎหมาย ในเรื่องชันสูตรพลิกศพ และ 3.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการปกป้องและระงับเหตุวางเพลิงศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิร์ด แล้วมีการทำร้ายและไล่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงออกจากศูนย์การค้าทำให้ไม่มีผู้ดับเพลิง





