ป.ป.ช.โต้ PERC การทำงานเป็นไปตามกระบวนการ ปัดเป็นต้นเหตุให้"ยิ่งลักษณ์" พ้นเก้าอี้นายกฯ
ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป .ช. ในฐานะโฆษกป.ป.ช.กล่าวถึงกรณีบริษัทที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจ (PERC) ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของสำนักงาน ป.ป.ช.โดยให้คะแนนและมีการจัดอันดับต่ำที่สุดจนไม่มีศักยภาพในการแข่งขันกับหน่วยงานอื่นๆในต่างประเทศ ว่า คงจะมีแต่บริษัทนี้เพียงแห่งเดียวที่ออกมาโจมตีในขณะนี้ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่มีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และมีการกล่าวหาป.ป.ช.ว่าเป็นผู้ที่ทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่ง ซึ่งไม่ใช่เลย เพราะเหตุที่ทำให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลุดจากตำแหน่งเพราะการยึดอำนาจ การควบคุมอำนาจ
ส่วนที่ PERC บอกว่าป.ป.ช.มุ่งที่จะแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เอื้อต่อการทำหน้าที่นั้น นายวิชา กล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายของป.ป.ช.ก็เพื่อให้เข้าสู่กระบวนการสากลให้เป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต (UNCAC) ซึ่งหากไม่ปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้แล้วป.ป.ช.จะสามารถเข้าไปเป็นสมาชิกของอนุสัญญาตามกฏหมายฉบับนี้ได้อย่างไร ในเมื่อจะเข้าเป็นสมาชิกแล้วมันต้องแก้ไข เช่น แก้เรื่องของอายุความที่มีการเสนอขอให้ขยายเพิ่มออกไป หรือไม่ให้มีอายุความในเรื่องของการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ
" รู้สึกว่า PERC จะกลัวเหลือเกินว่าเราจะได้ตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ เป็นอย่างนั้นหรือเปล่าไม่ทราบ" นายวิชา กล่าว
นายวิชา กล่าวอีกว่า ข้อกล่าวหาของ PERC ที่ว่า ป.ป.ช.เอาจริงเอาจังกับคดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นเพราะป.ป.ช.มีการไต่สวนแล้วพบความจริงจึงต้องดำเนินการต่อไป แต่ไม่ได้หมายความว่าป.ป.ช.ละเลยไม่ดำเนินคดีสลายการชุมนุมเมื่อปี 53 และคดีการทุจริตอื่นๆ ทั้งนี้ หากการไต่สวนพบว่า ป.ป.ช.ไม่ให้ความเป็นธรรมหรือมีการเลือกที่รักมักที่ชัง ป.ป.ช.ต้องถูกลงโทษอย่างหนักเป็นสองเท่า ฐานประพฤติมิชอบ ป.ป.ช.จึงต้องระมัดระวังในการดำเนินการและการดำเนินคดีอยู่แล้ว





