'ปนัดดา'ตรวจความพร้อมห้องประชุมครม.

"ม.ล.ปนัดดา" ตรวจความพร้อมห้องประชุมครม.ยันพร้อมใช้ในวันที่ 9ก.ย.นี้ เผยใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกับทำเนียบขาว
เมื่อเวลา 15.00น. วันที่ 4 ก.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ตรวจติดตามความคืบหน้าการปรับปรุงและติดตั้งอุปกรณ์ที่ห้องประชุมประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล โดย ม.ล.ปนัดดาได้ตรวจดูรายละเอียดทั้งหมดนอกจากห้องประชุม ครม.แล้ว ยังใช้เวลาตรวจดูห้องรับรองนายกรัฐมนตรีและลิฟต์ขึ้นลงเฉพาะ ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะใช้ในวันประชุม ครม.ด้วย ซึ่งภายในห้องรับรองก็จะใช้เป็นห้องประชุมและหารือนอกรอบก่อนการประชุม ครม.
ทั้งนี้ ระหว่างการตรวจเยี่ยม ม.ล.ปนัดดา เปิดเผยว่า ห้องประชุม ครม.หรือห้อง 501 ใช้เทคโนโลยีเดียวกับทำเนียบขาว ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งประธานาธิบดีบาลัค โอบาห์มา ประธานาธิบดีสหรัฐฯใช้อยู่ ถือเป็นแห่งแรกของประเทศไทยที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ซึ่งระบบเครื่องเสียงที่ใช้ทั้งหมดติดตั้งโดยใช้ระบบทัชสกรีน และมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ มีระบบการป้องกันการดักฟัง เพื่อป้องกันการประชุมรั่วไหล
โดยในห้องประชุม ครม.จะใช้ไมโครโฟนทั้งสิ้น 89 ตัวๆละ 1.45 แสนบาท มีวิดีโอวอลล์ความละเอียดสูงขนาด 55 นิ้ว (ระบบไฮเดฟ) สามารถใช้เป็นวิดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ได้ด้วย ซึ่งห้องประชุมทั้ง 3 ห้อง ที่ตึกบัญชาการ 1 คือห้อ 301 -302 และ 501 ใช้งบประมาณปรับปรุงทั้งสิ้น 69 ล้านบาท
ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า เป็นเรื่องน่าภูมิใจที่อาคารทั้งหมดภายในทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่ตึกสันติไมตรีหลังนอกและหลังในเกิดความเรียบร้อยสมบูรณืแล้ว รวมถึงบตึกไทยคู่ฟ้า มีข้าราชการที่เกี่ยวข้องเข้าทำงานร่วมกันโดยมีกรมศิลปากรเป็นผู้ดูแล รวมทั้งตึกนารีสโมสรได้ปรับปรุงเสร็จเป็นที่เรียบร้อยเหมาะสำหรับการต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ทำเนียบรัฐบาลเป็นสถานที่ทำงานของหัวหน้าคณะรัฐบาลและเป็นมรดกของแผ่นดินต่อไป สำหรับตำบัญชาการ 1 ห้อง 501 จะใช้เป็นสถานที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งแรกในวันที่ 9 ก.ย.นี้ ซึ่งมีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงการเก็บงานรายละเอียดและการทำความสะอาด กลิ่นต่างๆให้มีความพร้อมสมบูรณ์ แต่ในส่วนของตึกบัญชาการ 2 อาจต้องใช้เวลานานเนื่องจากเก่ามาก ปลวกขึ้น น้ำรั่ว จึงคาดว่าจะเสร็จเป็นลำดับสุดท้าย
ส่วนเรื่องของงบประมาณที่ใช้ในการปรับปรุงนั้น พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รองหัวหน้า คสช.ฝ่ายกิจการพิเศษ ได้แต่งตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญในการติดตามทุกขั้นตอน และการทำงานทุกส่วนว่าเป็นไปอย่างเรียบร้อยหรือไม่เพราะงบประมาณที่ใช่เป็นภาษีของประชาชน และถือว่าทำเนียบรัฐบาลเป็นโบราณสถาน ดังนั้นการซ่อมแซมจำเป็นต้องอนุรักษ์ซึ่งเป็นโบราณสถานจะทำสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ เชื่อว่าผู้บริหารจะพึงพอใจ
ขณะที่นายมณฑล กล่าวว่า ในการปรับปรุงตึกบัญชาการ 2 นั้น เนื่องจากมีการรื้อใหม่ทั้งหมดเหลือเพียงโครงสร้างจึงต้องใช้เวลาในการปรับปรุงพอสมควร โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนก.ย.




