ปปท.ตรวจงบฯอปท.บุรีรัมย์โกงเสาไฟโซล่าเซลล์

ปปท.ตรวจงบฯอปท.บุรีรัมย์โกงเสาไฟโซล่าเซลล์

ป.ป.ท.ลุยตรวจงบฯอปท.บุรีรัมย์ โครงการเสาไฟโซล่าเซลล์ปั่นราคาจัดซื้อแพงเท่าตัว ซอยงบฯ 1.9 ล้านเลี่ยงอีอ็อคชั่น

นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) นำกำลังเจ้าหน้าที่ป.ป.ท.ลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบการใช้งบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างโครงการเงินอุดหนุนเฉพาะกิจระบบส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซล่าเซลล์ ในจังหวัดบุรีรัมย์ ตามที่ป.ป.ท.ได้รับการแจ้งเบาะแสจากสายลับว่า มีเจ้าหน้าที่ขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หลายแห่งในอำเภอนางรอง จ.บุรีรัมย์ ถูกบุคคลกลุ่มหนึ่งบังคับ ขู่เข็ญให้เสนอโครงการเพื่อขอรับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจโครงการดังกล่าว

ป.ป.ท.จึงเข้าขอข้อมูลจากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น มีข้อมูลสรุปในภาพรวมว่าในปี พ.ศ. 2556 กรมส่งเสริมฯ ได้รับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจสำหรับพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกรณีเร่งด่วน จำนวนกว่า 18,500 ล้านบาท โดยพบว่าโครงการโซล่าเซลล์จัดอยู่ในประเภทโครงการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยได้รับการจัดสรรทั้งสิ้น 13 จังหวัด 173 โครงการ งบประมาณกว่า 548 ล้านบาท ในส่วนของจังหวัดบุรีรัมย์ได้รับการจัดสรร 31 โครงการในพื้นที่ 6 อำเภอ 22 อปท.งบประมาณ 57 ล้านบาท

นางประยงค์ กล่าวต่อว่า จากการเปรียบเทียบข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างของอปท.ในพื้นที่อำเภอใกล้เคียงกับอำเภอนางรอง พบว่าในอำเภอหนองกี่ อำเภอโนนสุวรรณ และอำเภอปะคำ ได้รับการจัดสรร 17 โครงการ มีการจัดซื้อโซล่าเซลในราคาชุดละ 114,000 บาทโดยหนึ่งชุดประกอบด้วย เสา และอุปกรณ์ประกอบ รวม 6 รายการ ขณะนี้อำเภอนางรองจัดซื้อจัดจ้างในราคาชุดละ 52,000 บาท มีราคาต่างกันถึงชุดละ 62,000 บาท จึงเป็นเหตุให้สงสัยมีการจัดซื้อจัดจ้างโดยมิชอบซึ่งข้อมูลที่ตรวจพบเป็นการจัดซื้อแพงกว่าราคาในอ.นางรองเกือบ100% โดยเรื่องนี้ตนจะเสนอให้คณะกรรมการป.ป.ท.ตั้งอนุกรรมการขึ้นไต่สวนอย่างเร่งด่วน และจะตั้งคณะทำงานขึ้นตรวจสอบการใช้งบประมาณโครงการเงินอุดหนุนเฉพาะกิจทั่วประเทศ18,000 ล้านบาท ที่กระจายลงอบต.ทั่วประเทศ ซึ่งเชื่อว่าอาจจะมีความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะโครงการโซล่าเซลล์เนื่องจากแต่ละอบต.จะจัดซื้อโซล่าเซลล์แห่งละ 17 ต้น เฉลี่ยงบประมาณให้ไม่เกินอบต.ละ 1.9 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เป็นโครงการที่มีงบเกิน 2 ล้านบาทขึ้นเพื่อไม่ต้องประมูลผ่านระบบอีอ๊อคชั่น

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวเป็นผลมาจากคำสั่งของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรส่วนท้องถิ่น ที่จัดสรรโครงการให้กับอปท.ทั่วประเทศเมื่อวันที่ 15 มี.ค.2556 หลังได้รับงบประมาณ นักการเมืองในท้องถิ่นก็จะนำยอดงบประมาณในโครงการมาเร่ขายและบวกราคาเข้าไป 100% ทำให้มีการจัดซื้อในราคาแพง โดยโครงการโซล่าเซลที่ป.ป.ท.เข้ามาตรวจสอบเปรียบเทียบกับอ.นางรองพบความแตกต่างของราคา 114,000 บาทกับ52,000 บาท ต่อต้น ทั้งที่ความเป็นจริงราคาโซล่าเซลล์อาจมีราคาเฉลี่ยเพียงต้นละประมาณ 30,000 บาทเศษเท่านั้น ซึ่งเป็นไปตามราคาที่มีการเสนอราคา กับอบต.ต่าง ๆ ยกตัวอย่างการจัดซื้อในอบต.นางรอง จัดซื้อกับร้านวรพลเซลล์ จากจ.ขอนแก่นคิดราคาต้นละ 37,101 ขณะที่อบต.อื่น อาทิ หนองกง หนองไทร หนองโสนทุ่งแสงทอง บริษัท ฟ้ากาญจน์ จากจ.นครปฐม เสนอราคาอยู่ที่ต้นละ 40,000-50,000 บาท

สำหรับการจัดซื้อที่ตรวจสอบพบว่ามีราคาแพงในอ.หนองกี่ อ.โนนสุวรรณเปรียบเทียบกับอ.นางรอง พบว่ามีการตั้งราคาต่างกันเกือบเท่าตัวโดยอปท.ในอ.นางรอง จัดซื้อต้นละ 52,000 บาท ส่วนอปท.ในอำเภออื่น ๆ จัดซื้อต้นละ 113,000-114,000 บาท โดยจำแนกเป็นเสาชุบกัลป์วาไนซ์สูง 6 เมตร พร้อมกิ่ง ราคา 12,000 บาท ขณะที่ราคาในอ.นางรอง 4,5000 บาท แผงโซล่าเซล 130 วัตต์ 24,000 บาท ราคาในอ.นางรอง 9,100 บาท กล่องโลหะชุบกัลป์วาไนซ์ 7,800 บาท อ.นางรอง จัดซื้อ 3,500 บาท ชุดควบคุมประจุแบตเตอรี่ 8,000 บาท อ.นางรอง จัดซื้อเพียง 2,000 บาท ค่าแรง 47,730 บาท อ.นางรองมีค่าแรงที่ 18,900 บาท

ทั้งนี้ภาพรวมโครงการโซล่าเซลล์ 13 จังหวัด งบประมาณ 548 ล้านบาท มีดังนี้ กำแพงเพชร 4 โครงการ ต้นละ 70,000 บาท เชียงราย 26 โครงการ ต้นละ 71,000 บาท เชียงใหม่ 10 โครงการ ต้นละ 71,000 บาท นครราชสีมา 8 ดครงการ ต้นละ 90,000 บาท บุรีรัมย์ 31 โครงการ ต้นละ 114,000 บาท ยโสธร 5 โครงการ ต้นละ 110,000 บาท ลำพูน 23 โครงการ ต้นละ 71,000 และ 114,000 บาท สงขลา 14 โครงการต้นละ 114,000 บาท ยกเว้นเทศบาลนครสงขลาต้นละ 167,000 บาท สตูล 5 โครงการต้นละ 113,000 บาท สมุทรปราการ 9 โครงการ 174,000 บาท สระบุรี 7 โครงการ ต้นละ 70,000 บาท อุดรธานี 20 โครงการ ต้นละ 90,000 บาท อุบลราชธานี 11 โครงการ ต้นละ 114,000 บาท