ปชป.เล็งเสนอพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน คาดคสช.ให้น้ำหนัก"การเมือง-เศรษฐกิจ-ศึกษา"ด้านละ 20 คน
กกต.เปิดปฏิทินทีมสรรหาสปช.11 ด้าน ประชุม 4 ครั้ง 12 ก.ย.เริ่มเคาะตัวเต็งสปช. ไม่เกิน 17 ก.ย.เคาะชื่อได้ 50 คน เผยค่ากลางเลือกแต่ละด้านไม่น้อยกว่า 10-12 คน คาดคสช.อาจให้น้ำหนักกับด้านการเมือง เศรษฐกิจ ศึกษา ด้านละ 20 คน "ญาติวีรชน 35"จี้เลือกสปช.โปร่งใส อย่าบล็อกโหวตเอื้อพรรคพวก พท.จี้รัฐบาลใหม่เร่งสะสาง 6 ภารกิจควบคู่สร้างปรองดอง
นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้เข้าตรวจความพร้อมของสโมสรทหารบก ย่านถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดประชุมคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ทั้ง 11 ด้าน และคณะกรรมการสรรหาระดับจังหวัด รวมทั้งตัวแทนของกระทรวง เหล่าทัพต่างๆ ที่เข้าร่วมการประชุมในวันนี้(4 ก.ย.) โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานมอบนโยบาย
ส่วนการจัดเตรียมสถานที่มีการจัดเตรียมห้องมัฆวานรังสรรค์ไว้สำหรับประชุม และได้แบ่งพื้นที่ห้องไว้ 2 ส่วน ส่วนแรกจะใช้เป็นที่มอบนโยบาย ส่วนด้านหลังใช้ม่านกั้นแบ่งสัดส่วนออกเป็น 11 ห้อง เพื่อให้คณะกรรมการสรรหาแต่ละด้านใช้เป็นสถานที่ประชุม เพื่อคัดเลือกประธาน ที่เหลืออีก 10 ด้าน ส่วนด้านการศึกษาได้เลือกประธานไปแล้ว ก็ใช้พื้นที่ดังกล่าวหารือกันถึงการคัดเลือกบุคคล
นายภุชงค์ กล่าวว่า ยอดผู้เสนอชื่อเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิก สปช.ล่าสุด ได้รับรายงานตัวเลข ณ เวลา 12.00 น.วานนี้(3 ก.ย.) ถึงจำนวนผู้เสนอชื่อเข้ารับสรรหา สปช.เพิ่มจาก 6,729 คน เป็น 6,985 คน เพิ่มจากคนที่ส่งไปรษณีย์เข้ามา ถือว่าเป็นตัวเลขที่ยังไม่สมบูรณ์ เพราะคนที่อยู่จังหวัดไกลๆ ส่งไปรษณีย์วันเดียวไม่ถึง คาดว่าวันที่ 4-5 ก.ย. เอกสารทางไปรษณีย์จะส่งถึง กกต. โดยจะดูตราประทับ ถ้าเป็นวันที่ 3 ก.ย.ถือว่าใช้ไม่ได้
ส่วนการตรวจสอบคุณสมบัติ ได้ตรวจสอบคู่ขนานตั้งแต่เปิดรับเสนอชื่อวันที่ 14 ส.ค.เป็นต้นมา โดยตรวจสอบอย่างเข้มข้นร่วมกับ 15 หน่วยงาน คาดว่าการตรวจสอบคุณสมบัติทั้ง 6,985 คน จะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
นายภุชงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ วันที่ 4 ก.ย.จะเป็นการประชุมใหญ่ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช.จะมอบแนวทางปฏิบัติให้คณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 ด้าน และคณะกรรมการสรรหาระดับจังหวัด หลังจากนายกฯ มอบนโยบายแล้ว คณะกรรมการทั้ง 11 ด้าน จะแยกกันไปประชุม เพื่อเลือกประธานแต่ละด้านใน 10 ด้านที่เหลือ แต่ด้านการศึกษาที่เลือกไปแล้วก็ยังจะมาร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหากันแนวทางปฏิบัติในการจัดประชุม เพื่อลงมติการคัดสรรบุคคลที่เสนอชื่อจากจำนวนทั้งหมดให้เหลือด้านละ 50 คน ซึ่งคงใช้เวลาประชุมกัน 2-3 ครั้ง เพื่อการคัดเลือกบุคคล โดยจะเริ่มขึ้นวันที่ 13 กันยายน แต่ละด้านไม่จำเป็นต้องจัดประชุมพร้อมๆ กัน ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละด้าน ส่วนระดับจังหวัดวันที่ 13 กันยายน สามารถเคาะชื่อบุคคลเหลือ 5 คนได้เลย แต่ชื่อจะเปิดไม่ได้ ขอให้จังหวัดรอก่อน
เผย12ก.ย.เริ่มเคาะ50ว่าที่สปช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากปิดรับการเสนอชื่อเป็น สปช. และมีการกำหนดว่าคณะกรรมการสรรหาสปช.ทั้ง 11 ด้าน จะใช้เวลาในการประชุมไม่เกิน 4 ครั้งในการสรรหาผู้เหมาะสมเป็นสปช.ด้านละไม่เกิน 50 คนนั้น หลังการประชุมคณะกรรมการสรรหานัดแรกในวันที่ 4 ก.ย. เพื่อรับมอบนโยบายจาก พล.อ.ประยุทธ์ และแต่ละคณะจะมีการประชุมเพื่อคัดเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานคณะกรรมการสรรหา ซึ่งคาดว่าจะเป็นเบอร์หนึ่งในคณะกรรมการสรรหาที่ได้รับแต่งตั้งจากคสช.และเป็นที่ปรึกษาของคสช. ได้รับคัดเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมการสรรหาในแต่ละด้านแล้ว จะมีการนำเสนอรายชื่อผู้ที่เข้ารับการเสนอชื่อทั้งหมด การกำหนดวิธีการประชุม การส่งบัญชีรายชื่อ เอกสารประกอบการพิจารณาคัดเลือกว่าจะเป็นเมื่อใด
ส่วนการประชุมนัดที่สองจะมีขึ้นในวันที่ 12 ก.ย. เพื่อนำข้อมูลเกี่ยวกับรายชื่อและคุณสมบัติบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อมาพิจารณา และคณะกรรมการสรรหาอาจจะเริ่มดำเนินการสรรหาได้เลย ขณะที่การประชุมนัดที่สามในวันที่ 15 ก.ย. วันดังกล่าวตามแผนงานแล้วเป็นวันที่คณะกรรมการสรรหาจะดำเนินการสรรหา โดยอาจจะดำเนินการสรรหาให้แล้วเสร็จได้ว่าที่สปช.ด้านละไม่เกิน 50 คนเลยก็ได้
แต่หากไม่แล้วเสร็จ ก็กำหนดให้ประชุมสรรหาให้แล้วเสร็จในนัดสุดท้ายวันที่ 17 ก.ย. เพื่อที่หลังจากนั้นฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการสรรหาจะได้ดำเนินการในด้านธุรการทั้งในเรื่องของการจัดทำเอกสาร การรวบรวมรายชื่อผู้เหมาะสมได้รับการสรรหาเป็นสปช. จากคณะกรรมการสรรหาระดับจังหวัด ก่อนที่จะส่งรายชื่อผู้เหมาะสมเป็นสปช.ด้านละไม่เกิน 50 คนของคณะกรรมการสรรหา 11 ด้าน จำนวน 550 คน
และรายชื่อผู้เหมาะสมเป็นสปช.จากคณะกรรมการสรรหาระดับจังหวัด ๆ ละ 5 คน 77 จังหวัดจำนวน 385 คน รวมรายชื่อผู้เหมาะสมเป็นสปช.จากทั้งสองส่วนจำนวน 935 คนให้กับคสช.ภายในวันที่ 22 ก.ย. เพื่อให้ทันกับกรอบเวลาวันที่ 23 ก.ย. ที่กำหนดว่า คสช.จะเริ่มพิจารณาคัดเลือกบุคคลเป็นสปช.จำนวน 250 คน โดยเลือกจากรายชื่อคณะกรรมการสรรหา 11 ด้าน จำนวน 173 คน และจากคณะกรรมการสรรหาระดับจังหวัด 77 จังหวัด ๆ ละ 1 คน
ทั้งนี้การประชุมของคณะกรรมการสรรหา 11 ด้าน เพื่อคัดเลือกบุคคลทั้ง 3 ครั้ง ในทางหลักการคสช.ต้องการให้ทุกคณะได้ประชุมพร้อมกันในวันเวลาที่กำหนด เนื่องจากต้องการให้การสรรหาบุคคลในแต่ละคณะเสร็จไปพร้อม ๆ กัน แต่เนื่องจากกรรมการสรรหาในหลายคณะเป็นรัฐมนตรีอาจมีปัญหาเรื่องเวลา จึงอาจนัดประชุมต่างหากได้ แต่มีกำหนดเวลาการสรรหาควรเสร็จภายในวันที่ 17 ก.ย.
ทั้งนี้ได้กำหนดสถานที่ประชุมไว้ อาจเป็นที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ในกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ หรือ( ร.1รอ) และที่กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ หรือ (ร 1 พัน 4 รอ)
ชงค่ากลางคสช.เลือกสปช.ด้านละ10-12คน
ส่วนเมื่อคณะกรรมการสรรหาได้ผู้เหมาะสมเป็นสปช.ในแต่ละด้านไม่เกิน 50 คนแล้ว เอกสารที่จะมีการจัดทำเสนอต่อคสช. จะประกอบไปด้วย รายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อ องค์กรนิติบุคคลที่เสนอชื่อ ประสบการณ์ ความโดดเด่นและเรื่องที่มีการนำเสนอที่จะเข้าไปปฏิรูป และมติที่คณะกรรมการสรรหาเลือกบุคคลนั้น ๆ ว่าได้จำนวนกี่เสียง โดยรายชื่อทั้ง 50 รายชื่อจะถูกจัดเรียงตามตัวอักษร แต่ก็จะจัดทำเอกสารปะหน้าที่จะบอกถึงชื่อผู้ที่เหมาะสมเป็นสปช.ทั้ง 50 คน ที่คณะกรรมการสรรหาเลือกโดยเรียงตามลำดับคะแนนที่ได้ เพื่อให้เกิดความสะดวกต่อการพิจารณาคัดเลือกของ คสช.
อย่างไรก็ตาม การที่พ.ร.ฎ.ว่าด้วยการสรรหาสปช.ไม่ได้กำหนดว่าเมื่อคณะกรรมการสรรหา 11 ด้านได้เสนอรายชื่อผู้เหมาะสมเป็นสปช.ด้านละไม่เกิน 50 คนให้คสช.แล้ว คสช.ต้องคัดเลือกผู้เหมาะสมเป็นสปช.ที่แต่ละด้านที่ส่งมาจำนวนเท่าใด เพียงแต่ระบุว่าให้เลือกจากผู้เหมาะสมที่คณะกรรมการสรรหา 11 ด้านเสนอมา 550 คน เลือกให้เหลือ 173 คน
ดังนั้น เมื่อคำนวณสัดส่วน 11 ด้านค่าเฉลี่ยการคัดเลือกบุคคลเป็นสปช.ของคสช.แต่ละจะอยู่ที่ 15 คน แต่มีรายงานว่า สัดส่วนที่คสช.จะเลือกบุคคลเป็นสปช.ในแต่ละด้านนั้นคสช.จะคำนึงว่าในภาวะของประเทศขณะนี้ว่าจำเป็นต้องให้น้ำหนักกับการปฏิรูปด้านใดมากเช่น การเมือง เศรษฐกิจ ศึกษา ก็จะเน้นในการคัดเลือกบุคคลด้านนั้น ๆ มากกว่า 15 คนโดยอาจจะถึง 20 คน แต่เพื่อไม่ให้เกิดความแตกต่างมาก จึงมีการกำหนดค่ากลางที่คสช.จะต้องเลือกบุคคลเป็นสปช.ในแต่ละด้านอยู่ที่ 10-12 คนเป็นอย่างน้อย
ปชป.เล็งชงพิมพ์เขียวปฏิรูปให้สปช.
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป..) กล่าวถึงข้อเสนอของพรรคต่อ สปช.ว่า เคยเสนอต่อ คสช.ไปแล้ว แต่เมื่อมีสภาปฏิรูปแห่งชาติแล้ว พรรคจะมีการปรับข้อเสนอให้เข้ากับกลุ่มของสภาปฏิรูปฯ 11 ด้าน เพื่อให้เกิดความง่ายต่อความเข้าใจ โดยจะมีการเปิดเผยต่อสาธารณะต่อไป
ทั้งนี้มีประเด็นที่สภาปฏิรูปฯ ต้องคิดว่างานปฏิรูปไม่เสร็จภายใน 1 ปี จะทำให้มีฐานที่มั่นคงในการสานต่ออย่างไร และตอบโจทย์สังคมได้มากน้อยแค่ไหน หากตอบโจทย์สังคมก็จะมีการกดดันจากสังคมให้ทุกพรรคการเมืองต้องเดินหน้าต่อ แต่ถ้าไม่ตอบโจทย์ก็จะมีข้อเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ส่วนตัวเลขของผู้ที่เสนอชื่อเป็นสปช.กว่า 6,000 คน ไม่ได้บ่งบอกความสำเร็จของ สปช. เพราะต้องดูที่การทำงาน แต่ก็มีคนมีชื่อเสียงที่มีความหลากหลายพอสมควร แต่ยังไม่ทราบว่าใครจะได้รับการสรรหาบ้าง แต่ก็คงต้องดูที่งานว่าจะออกมาเป็นอย่างไร
"อภิสิทธิ์"เชื่อครม.ไม่อยู่ยาว
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า ครม.ชุดนี้ไม่มีอายุ ทำให้มีการวิจารณ์ว่าจะอยู่ยาว มองอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แม้จะมีการเปิดช่องว่า หากร่างรัฐธรรมนูญไม่เสร็จก็สามารถร่างใหม่ได้ โดยไม่มีกรอบเวลา แต่เป็นที่เข้าใจว่า กระบวนการคือ เมื่อจัดทำรัฐธรรมนูญเสร็จก็จะเป็นไปตามบทเฉพาะกาลที่กำหนด จึงคิดว่าคงไม่มีความตั้งใจที่จะอยู่เกินกว่าที่เคยระบุ
"ญาติวีรชน35"จี้คสช.เลือกสปช.โปร่งใส
นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 กล่าวว่า การที่มีผู้เสนอชื่อเข้าเป็น สปช.กว่า 6,729 คน ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจยิ่ง แสดงถึงความต้องการของประชาชนที่อยากเห็นการปฏิรูปประเทศ และขอเรียกร้องให้คณะกรรมการสรรหา ทั้ง 11 ด้าน ใช้วิจารณญาณในการเลือกสมาชิกสปช.ด้วยมโนธรรมสำนึกและด้วยความรอบคอบ ตอบสนองความคาดหวังของประชาชนที่เฝ้าดูด้วยความห่วงใย
"บุคคลที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกสปช. ควรมีประวัติหรือมีผลงานที่เคยปรากฏชัด และพิสูจน์ได้ว่ามีความคิด มีความตั้งใจอยากปฏิรูปประเทศหรือเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองในทางที่ดีขึ้นและเพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าคสช.ไม่ได้ทำเพื่อพวกพ้อง และไม่มีการบล็อกโหวตอย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ ลั่นวาจาไว้ หากมีการเล่นพรรคเล่นพวก สนับสนุนบุคคลที่ไม่เหมาะสม ก็คือการเริ่มต้นการทุจริตคอร์รัปชัน ปลายทางก็คือความเสื่อมของคสช.และคือความเสียหายของประเทศชาติประชาชน”นายอดุลย์ กล่าว
พท.จี้รัฐเร่งสาง6ภารกิจควบคู่ปรองดอง
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและอดีตรมว.ต่างประเทศ พรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวว่า ภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จัดตั้งครม.เสร็จแล้ว สิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนในด้านการบริหารคือ 1.แก้ปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นของต่างชาติ 2.แก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ 3.ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน 4.แก้ปัญหาการค้ามนุษย์ 5.กวาดล้างยาเสพติด และ 6.แก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ควบคู่กับการสร้างความปรองดอง ขจัดความขัดแย้ง
"วันนี้รัฐบาลและคสช.สบายใจได้ เพราะทุกพรรคการเมืองไม่เคลื่อนไหว สิ่งสำคัญที่สุดคือ กติกาใหม่ต้องเป็นธรรม กฎหมายต้องศักดิ์ศิทธิ์ ถ้าทุกคนปฏิบัติตามรับรองว่าจบแน่นอน และอยากให้คสช.ทำตามที่สัญญาประชาคมไว้ด้วยว่า จะใช้เวลาไม่นาน ภายในเดือนต.ค. 2558 จะจัดให้มีการเลือกตั้งขึ้น"
สนช.พิจารณาก.ม.5ฉบับ4-5ก.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันที่ 4-5 ก.ย.มีวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจำนวน 5 ฉบับ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้ สนช.พิจารณารับหลักการในวาระแรก โดยร่างพ.ร.บ.จำนวน 5 ฉบับ ได้แก่ 1.ร่างพระราชบัญญัติการรับขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ 2.ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.... 3.ร่างพ.ร.บ.การรับขนคนโดยสารทางถนนระหว่างประเทศ พ.ศ.... 4.ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่...) พ.ศ.... 5.ร่างพ.ร.บ.มาตราชั่งตวงวัด (ฉบับที่...) พ.ศ....


