วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'ไม่กำหนด'กรอบเวลา'รัฐบาล

นายกฯไม่กำหนด'กรอบเวลา'รัฐบาล สั่งเร่งเบิกจ่ายงบ ขีดเส้นเริ่มตั้งแต่ต้นปีงบประมาณปี 2558 จี้รายงานทุก3เดือน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เริ่มกำหนดทิศทางการทำงานบริหารประเทศ โดยเตรียมลดบทบาทคสช.เหลือเฉพาะด้านความมั่นคง และไม่กำหนดกรอบเวลาการทำงานของรัฐบาล

ท่าทีของพล.อ.ประยุทธ์ในครั้งนี้ เป็นการระบุถึงแนวทางการทำงานที่ชัดเจนเป็นครั้งแรก จากก่อนหน้านี้ยังระบุถึงความจำเป็นต้องมีคสช.แม้จัดตั้งรัฐบาลแล้ว และกำหนดกรอบเวลาการทำงานของรัฐบาลประมาณ 1 ปี เพื่อปฏิรูปประเทศในหลายด้าน จากนั้นจะให้มีการเลือกตั้งทั่วไป โดยคาดว่าจะมีการเลือกตั้งต้นปีหน้า

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในที่ประชุม คสช.ครั้งที่ 13 เมื่อวานนี้ (2 ก.ย.) ซึ่งมี คสช.เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงว่า ทันทีที่มีการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะมีการแบ่งการทำงาน 19 กระทรวงให้รองนายกรัฐมนตรี 5 คนดูแล

ขณะที่บทบาทการทำงานของ คสช. 5 ด้านยังคงอยู่ แต่ต้องลดบทบาทลง มีเพียงการดำเนินการเกี่ยวกับงานขับเคลื่อนที่เป็นเรื่องเร่งด่วน เช่น การรักษาความสงบเรียบร้อย การรักษาความมั่นคงภายใน รวมถึงการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ คสช.มุ่งเน้นเท่านั้น แต่ในส่วนของการประกาศกฎอัยการศึกจะมีการปรับลดและผ่อนคลายลง แต่ยังไม่ใช่ช่วงนี้

พล.อ.ประยุทธ์ ยังระบุถึงการทำงานในส่วนของรัฐบาลใหม่ว่า ได้กำชับให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงสรรหาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมทำงานเพื่อขับเคลื่อนประเทศ โดยยึดหลัก "ทำก่อน ทำจริง มีผลสัมฤทธิ์ปี 58 และยั่งยืน" บนพื้นฐานของค่านิยมคนไทย 12 ประการที่มีความเหมาะสมกับประเทศไทย และสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้

ส่วนการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มีการสมัครเข้ามากว่า 6,000 คนนั้น จะพิจารณาบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ยืนยันว่าไม่มีการล็อกสเปค

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เรื่องสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ คือ เรื่องการทำความเชื่อมั่นกับต่างชาติ ทั้งนี้ ในกลุ่มประเทศอาเซียนมีความเข้าใจและเชื่อมั่นประเทศไทยเป็นอย่างมาก เรากำลังเร่งสร้างความเชื่อมันและทำความเข้าใจกับกลุ่มประเทศยุโรปว่าเรากำลังร่วมกันพัฒนาประเทศเพื่อเตรียมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558

ลุยแก้ค้ามนุษย์ให้เห็นเป็นรูปธรรม

ส่วนกรณีที่สหรัฐอเมริกาจัดอันดับการค้ามนุษย์ของไทยอยู่ระดับต่ำสุดนั้น คสช.จะขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรม โดยการมอบหมายให้กระทรวงต่างประเทศไปชี้แจงต่อไป สำหรับด้านเศรษฐกิจ คสช.จะขับเคลื่อนให้มีเงินหมุนเวียนเข้ามาในประเทศ

ทั้งนี้ ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะต้องวางแผนการพัฒนาประเทศเพื่อจัดสรรงบประมาณให้เป็นไปตามนโยบาย ส่วนโครงการใหญ่ๆ ก็ต้องทยอยดำเนินการ พร้อมให้กำชับทุกกระทรวงให้ทำตามนโยบาย

ลั่นครม.ใหม่ไม่มีกรอบเวลาทำงาน

"การทำงานของคณะรัฐมนตรีต่อจากนี้จะไม่มีการกำหนดระยะเวลาการทำงาน เพราะไม่ต้องการให้เงื่อนไขของเวลามาเป็นอุปสรรค ที่ผ่านมามักจะมีการถามถึงระยะเวลาในการทำงาน ซึ่งตรงนี้ผมไม่กำหนด แต่การทำงานของคณะรัฐมนตรีต้องมีผลงาน โดยหลักการทำงานของผมมี 4 คำ 'ทำก่อน ทำจริง มีผลสัมฤทธิ์ปี 58 และยั่งยืน' มีคนขอเบอร์โทร วันเดือนปีเกิดของผม บอกว่าจะเอาไปดูฮวงจุ้ย โหงวเฮ้งที่ทำเนียบรัฐบาล แต่ผมไม่ได้นึกถึงฮวงจุ้ย ยึดความดีมากกว่าว่าความดีจะต้องชนะความไม่ดี และจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปได้" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เร่งเบิกจ่ายงบขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

พ.อ.วินธัย สุวารี คณะทำงานโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่าพล.อ.ประยุทธ์ ให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 2557 - 2558 โดยเน้นความสำคัญกับการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณประจำและงบประมาณเพื่อการลงทุนของภาครัฐโดยให้ทุกหน่วยงานเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมายและมีความโปร่งใสไม่มีการทุจริต เพื่อสร้างความเชื่อถือต่อประชาชน

“หัวหน้า คสช.เน้นให้มีการเบิกจ่ายงบประมาณตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ 2558 โดยให้หน่วยงานราชการจัดทำกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างไว้ให้พร้อมสำหรับการลงนามในสัญญา และหลังจากที่ พ.ร.บ.งบประมาณผ่านการพิจารณาของ สนช.จะสามารถเบิกจ่ายได้ทันที โดยเฉพาะโครงการที่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว เช่น การซ่อมแซมสถานที่ราชการ การอบรมและสัมมนา เพื่อให้มีเม็ดเงินลงทุนสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็ว” พ.อ.วินธัยกล่าว

ตั้งกรอบเบิกจ่ายงบปี58ไม่ต่ำกว่า96%

ร.อ.ยงยุทธ มัยลาภ คณะทำงานโฆษก คสช. กล่าวว่าคสช.เห็นชอบมาตรการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณปี 2558 ตามที่สำนักงบประมาณและกระทรวงการคลังเสนอ โดยมีเป้าหมายในการเบิกจ่ายงบประมาณทั้งปี 2558 ให้ได้ไม่ต่ำกว่า 96% ของวงเงินงบประมาณทั้งหมด และเป้าหมายในการเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐอยู่ที่ 87% ของงบประมาณการลงทุนภาครัฐทั้งหมด ทั้งนี้ในปีงบประมาณ 2558 มีวงเงินลงทุนภาครัฐทั้งสิ้น 450,110 ล้านบาท

นอกจากนั้นสำนักงบประมาณยังกำหนดเป้าหมายในการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นรายไตรมาสโดยเน้นการเบิกจ่ายงบประมาณในไตรมาสที่ 1 ซึ่งกำหนดเป้าหมายในการเบิกจ่ายงบลงทุนฯไว้ 35% หรือคิดเป็นวงเงิน 157,538.5 ล้านบาท เพื่อให้มีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปี 2557 (ต.ค.-ธ.ค. 2557) ขณะที่ไตรมาสที่ 2 - 4 ของปีงบประมาณ 2558 เป้าหมายในการเบิกจ่ายงบประมาณในการลงทุนของภาครัฐอยู่ที่ประมาณ 20% เศษ

สั่งกรมบัญชีกลางรายงานทุก3เดือน

ส่วนกระทรวงการคลังได้นำเสนอมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2558 เพิ่มเติมได้แก่ การเร่งรัดการเบกจ่ายงบลงทุนของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจตั้งแต่ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ และเร่งรัดโครงการที่เป็นประโยชน์และสามารถจัดสรรงบประมาณได้รวดเร็ว เช่นงานซ่อมแซมอาคาร สำนักงาน การจัดหาวัสดุอุปกรณ์สำนักงาน การจัดงานประชุมสัมมนาฯ โดยกำหนดเป้าหมายในการเบิกจ่ายในการประชุมสัมมนา 50% ภายในไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ 2558 โดยจะให้กรมบัญชีกลางแจ้งความคืบหน้าให้กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบทุก 3 เดือน

ทั้งนี้กระทรวงการคลังยังได้รายงานให้ที่ประชุมฯทราบว่าได้จัดทำกำหนดการในการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2558 และแจ้งให้กับหน่วยงานต่างๆ ทราบ ได้แก่ กำหนดให้เร่งรัดการก่อหนี้ในโครงการลงทุนภาครัฐภายในวันที่ 25 ธ.ค.2557 และให้รายงานผลการก่อหนี้และการกันเงินสำหรับการเบิกจ่ายเหลื่อมปีงบประมาณในวันที่ 30 ธ.ค.2557

ร.อ.ยงยุทธกล่าวด้วยว่าพล.อ.ประยุทธ์ได้กำชับว่าให้ทุกหน่วยงานราชการใช้งบประมาณให้ตรงวัตถุประสงค์ห้ามไม่ให้มีการปรับเปลี่ยนแผนงาน หรือย้ายโครงการไปยังแผนการลงทุนอื่นๆ โดยหากหน่วยราชการใดเบิกจ่ายงบประมาณไม่ได้ตามเป้าหมายจะพิจารณาปรับลดงบประมาณลงในปีงบประมาณต่อไป