ดีเดย์คุมขายสลากแพง45ล้านฉบับ ปูดนายทุนทุ่มจ้างรายย่อยจองสิทธิ์
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลดีเดย์คุมเข้มขายสลากแพง 45 ล้านฉบับแล้ว เตรียมสุ่มรายชื่อแจกโควตาให้ผู้สมัครสำรองกว่าแสนรายหลังไม่มีตัวแทนมาทำสัญญา ด้านผู้ค้าแห่รับสลากงวดวันที่ 16 ก.ย.ทะลัก อ้างมีเวลาขายน้อย กลัวขายไม่ทัน แฉมีนายทุนทุ่ม 10 ล้านจ้างประชาชน-คนพิการลงทะเบียนขอโควตาใหม่
ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลขายเกินราคา ยังคงเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตก แม้ที่ผ่านมาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะมีนโยบายชัดเจนให้ขายราคาสูงสุดที่ 92 บาท และมีมาตรการเข้าไปจัดระเบียบต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องโควตาสลากที่ไปตกอยู่ในมือยี่ปั๊วรายใหญ่ แต่ล่าสุดในงวดที่ผ่านมา ราคาสลากยังอยู่ที่ใบละ 110 บาท
นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) สลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยเมื่อวานนี้ (1 ก.ย.) ว่า หลังจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้เปิดให้ผู้ค้ารายย่อย คนพิการ และนิติบุคคลเข้าลงทะเบียน ทำสัญญา และรับบัตรการเป็นตัวแทนจำหน่ายสลากจำนวน 45 ล้านฉบับ จนถึงวันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมานั้น
ปรากฏว่า มีผู้เดินทางมาแสดงตัวเกินกว่าครึ่ง จากตัวแทนจำหน่ายสลากที่มีอยู่เดิม ดังนั้นนับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.เป็นต้นไป สำนักงานสลากฯจะเข้มงวดด้วยการส่งเจ้าหน้าที่กระจายออกไปในหลายพื้นที่ เพื่อสำรวจการขายสลากในตลาดซื้อขายจริง
"วันที่ 1 ก.ย.ถือเป็นวันแรกในการเข้มงวดการขายสลากโควตา 45 ล้านฉบับ จึงต้องการให้ผู้ซื้อสลากสังเกตว่า หากสลากประทับตราสีน้ำเงินรูปสี่เหลี่ยมด้านซ้าย ตัวแทนขายต้องขายในราคาแนะนำ 80-90 บาท และต้องติดบัตรประจำตัวของสำนักงานสลากฯ หากกระทำผิด 2 ครั้งติดต่อกัน จะยึดโควตาทั้งหมด" นายสมชัย ระบุ
อย่างไรก็ตาม ประธานบอร์ดกองสลาก บอกว่า หลังจากมีตัวแทนไม่มาทำสัญญาและทำบัตรใหม่ จึงมีสลากจำนวนหนึ่งต้องจัดสรรให้รายย่อยที่มาลงทะเบียนเพื่อขอจัดสรรใหม่กว่าแสนราย ทางสำนักงานสลากฯ จะทยอยจัดสรรโควตาให้แก่ผู้ที่มาลงทะเบียนใหม่ไว้ แต่ยอมรับว่าหลังจากเข้มงวดการขายสลากแล้ว จะขายได้หรือไม่อยู่ที่ความต้องการของผู้ซื้อสลาก แต่กองสลากยืนยันว่าจะต้องปฏิรูปสลากทั้งระบบให้เป็นธรรม
วันเดียวกัน ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ มีรายงานว่า ประชาชนผู้ที่ได้รับโควตาจำหน่ายสลาก 45 ล้านฉบับตามราคาควบคุม ได้เดินทางไปรับสลากงวดวันที่ 16 ก.ย.เป็นจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถให้บริการได้ทัน เพราะเป็นวันที่สำนักงานต้องออกรางวัลด้วย เจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งต้องไปเตรียมการออกรางวัลนอกสถานที่ คือที่ จ.พิษณุโลก ทำให้ผู้ค้าสลากไม่พอใจ ส่งเสียงโวยวายด่าทอเจ้าหน้าที่กองสลากว่าไม่เตรียมการรับมือให้พร้อม และเหตุที่ต้องรีบมารับสลากตั้งแต่วันแรกทั้งที่เปิดให้รับได้จนถึงวันที่ 8 ก.ย. ก็เพราะกลัวมีเวลาขายน้อยและขายไม่ทัน
ส่วนการลงทะเบียนขอรับโควตาสลากใหม่ผ่านทางอินเทอร์เน็ตที่เปิดเพียง 4-5 วัน พบว่ามียอดพุ่งทะลุนับแสนกว่าราย ล่าสุดมีกระแสข่าวว่า นายทุนหรือยี่ปั๊วรายใหญ่ทุ่มเงินกว่า 10 ล้านบาทจ้างประชาชนรายย่อยหรือคนพิการมาลงทะเบียนใช้สิทธิ์ไว้ก่อน เพราะต้องการมีโควตาสลากในมือจำนวนมากๆ โดยที่ผ่านมากลุ่มยี่ปั๊วก็ใช้วิธีการนี้ คือ แจ้งให้เจ้าของโควตาไปรับสลาก และเอามาส่งให้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะยี่ปั๊วจะออกเงินค่าสลากให้ด้วย
อาทิ ราคาสลากเล่มละ 7,400 บาท หากรับมา 6 เล่ม จะได้ค่าจ้างเล่มละ 1,000 บาท จากนั้นยี่ปั๊วเอาไปขายต่อ 9,000 บาท หรือ 9,500 บาท ยังมีกำไรถึงเล่มละ 600-1,100 บาท





