วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี้สนช.ออกกฎหมายป้องกันผลประโยชน์ขัดกัน

"ถวิลวดี" ผอ.วิจัย สถาบันพระปกเกล้า เรียกร้อง สนช. เร่งออกกฎหมายป้องกันผลประโยชน์ขัดกัน

ในงานสัมมนา "ปฏิรูปประเทศไทย : การต่อต้านการทุจริต" ภายใต้โครงการสัมมนาสู่ทศวรรษที่เก้า : ก้าวใหม่ของระบอบประชาธิปไตยไทย ของสถาบันพระปกเกล้า น.ส.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นชองประชาชนเกี่ยวกับความพึงพอใจต่อการบริการสาธารณะและการทำงานของหน่วยงานต่างๆ พ.ศ. 2546-2556 ที่จัดทำโดยสำนักวิจัยและพัฒนา พบว่าช่วงระยะเวลาดังกล่าวประชาชนมีประสบการณ์พบเห็นการทุจริตด้วยตนเอง และหลังจากที่พบและทราบแล้วพฤติกรรมหลังจากนั้นตามผลสำรวจที่มียอดสูงสุดคือ อยู่เฉยๆ คิดเป็นร้อยละ 68.13

รองลงมาคือการเขียนจดหมายหรือโทรศัพท์แจ้งตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่ไม่ระบุชื่อตนเองร้อยละ 16.31และเขียนแจ้งไปยังหนังสือพิมพ์แต่ไม่ระบุชื่อตนเองร้อยละ 8.5 นอกจากนั้นในประเด็นมุมมองและการยอมรับการทุจริตที่สำรวจเมื่อปี 2556 พบค่านิยมต่อการทุจริต ร้อยละ 67.9 ไม่ยอมรับการติดสินบนในการปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ และพบว่ามีผู้ที่ยอมรับได้ทุกรูปแบบ มีเพียงร้อยละ 0.3 โดยคนในสัดส่วนดังกล่าวพบว่า เป็นเพราะการไม่เคร่งศาสนา อยู่ในเพศหญิงมีความเห็นด้านลบต่อมาตรฐานการครองชีพที่ดีอีก 10 ปีข้างหน้าและพฤติกรรมไม่ติดตามข่าวสาร ดูแต่ละคร

น.ส.ถวิลวดี กล่าวด้วยว่า ส่วนมาตรการป้องกันการคอร์รัปชั่นหรือสร้างทัศนคติให้ประชาชนนั้นส่วนตัวเห็นว่าในระยะเร่งด่วนที่มสภานิติบัญญัติ (สนช.) ทำหน้าที่อยู่คือ การยกร่างกฎหมายที่ว่าด้วยผลประโยชน์ที่ขัดกัน เพื่อใช้เป็นกลไกคุมนักการเมือง รวมถึงออกกลไกที่สนับสนุนต่อการคัดกรองบุคคลที่จะเข้าสู่อำนาจ ทั้งด้านจริยธรรม และคุณธรรม