วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

หน.ปชป.ติงปรับลดภาษีเบนซินเพิ่ม'ดีเซล'

"อภิสิทธิ์"ติงปรับลดภาษีเบนซินเพิ่ม"ดีเซล" ข้องใจ"คสช."ยังไม่มีสปช.ปฎิรูปพลังงาน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ประกาศปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซินลง แต่ไปเพิ่มภาษีน้ำมันดีเซลว่า ตนแปลกใจกับการตัดสินใจเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าประชาชนจะพอใจก็ตาม แต่ที่เป็นห่วงเพราะน้ำมันเบนซิน 95 คนใช้น้อย และไม่ใช่น้ำมันที่รัฐจะมาสนับสนุน จึงทำให้ที่ผ่านมาจึงมีการเก็บภาษีสรรพสามิตและกองทุนน้ำมัน ในอัตราที่สูงมาตลอด เมื่อลดภาษีสรรพสามิต และเงินที่จะเข้ากองทุนฯในน้ำมันเบนซิน 95 ลง รายได้รัฐก็จะลดลง จะกระทบต่อฐานราคาน้ำมันเบนซิน ให้ลดลงไปใกล้เคียงกับแก็สโซฮอล ก่อให้เกิดแรงจูงใจประชาชนไปใช้เบนซินมากกว่าแก๊สโซฮอล์

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า รัฐบาลและสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ต้องกลับไปตัดสินใจอีกหลายเรื่อง รวมทั้งโครงสร้างราคาทั้งหมด ส่วนนโยบายของ คสช. จะถือว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้ที่ใช้น้ำมันดีเซลหรือไม่นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่อยากให้เก็บภาษีน้ำมันดีเซล เพราะขณะนี้ราคาอยู่ใกล้เพดาน 30 บาทต่อลิตรแล้ว ซึ่งถ้าในอนาคตราคาขยับขึ้น ดีเซลจะสูงขึ้นด้วย ระดับนโยบายต้องมาหารืออีกครั้งว่า จะปรับลงอย่างไร การปรับโครงสร้างภาษีน้ำมันครั้งนี้จึงไม่ใช่การปรับที่ยั่งยืน

"ผมค่อนข้างมั่นใจว่ารัฐบาลกับสปช. ยังต้องพิจารณาโครงสร้างราคาอีก แต่ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมต้องทำเรื่องนี้ในเวลานี้ มีความประสงค์เรื่องอะไร ถ้าเห็นว่าเบนซิน 95 รับภาระภาษีมากเกินไปก็ถือเป็นเรื่องนโยบาย ซึ่งประชาชนต้องทราบว่า การลดราคาที่เกิดขึ้น ภาษีจะหายไป แต่ไปเก็บเพิ่มที่ดีเซลแทน ซึ่งเป็นดุลพินิจของผู้บริหารว่า ระหว่างผู้ใช้ดีเซลกับเบนซินใครควรจ่ายภาษีมากกว่ากัน" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่ลดลงขณะนี้ไม่เกี่ยวกับผู้ประกอบการ แต่เป็นเรื่องนโยบายที่ปรับลดภาษี ซึ่งในส่วนของบริษัทน้ำมันยังต้องไปหารือกันอีกยาว เพราะยังไม่มีความชัดเจนว่าแนวทางจะเป็นอย่างไร

"ต้องถามแนวทางจาก คสช.และสปช.ว่า ทำเรื่องนี้ก่อนที่มีสภาปฏิรูปทำไม ซึ่งมีการชี้แจงว่า ไม่กระทบต่อรายได้ในการจัดเก็บภาษี แต่ถ้ารัฐบาลต้องการปรับโครงสร้างราคาอย่างยั่งยืนก็ต้องไปพิจารณาเรื่องกองทุนน้ำมัน ที่ตนยังเห็นว่ามีความจำเป็นในการเป็นเครื่องมือเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคา แต่ไม่ใช่นำไปใช้อุดหนุนหรือพยุงราคา ซึ่งจะทำให้บริหารกองทุนโดยไม่ขาดทุน และยังเป็นเครื่องมือในการส่งสัญญาณว่า รัฐบาลต้องการให้ประชาขนหันมาใช้น้ำมันชนิดไหน เช่น ถ้าต้องการให้ใช้แก๊สโซฮอลก็ต้องลดภาระ ส่วนน้ำมันชนิดไหนที่ไม่ต้องการให้ประชาชนใช้ ก็กำหนดให้มีราคาสูง"นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ส่วนนโยบายเกี่ยวกับก๊าซหุงต้ม ที่ถือว่าเป็นของคนไทยทั้งชาติ มีปริมาณเพียงพอที่จะให้ประชาชนใช้ในภาคครัวเรือน จึงต้องให้ใช้ในราคาต้นทุน ไม่ใช่ในราคาตลาด แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับผู้กำหนดนโยบาย ซึ่งตนยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับการขยับราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะในการเสวนาเวทีพลังงาน ปตท.ก็ยอมรับเองว่ายังขายแอลพีจี ให้บางบริษัทในราคาที่ถูกกว่า

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ส่วนที่มีข่าวว่าจะมีการปรับราคาแอลพีจีภาคขนส่ง เท่ากับภาคครัวเรือนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับนโยบายว่าต้องการให้แอลพีจี ทั้งสองภาคอยู่ในระดับใด แต่ทั้งสองส่วนควรอยู่ในอัตราที่เท่ากันเพื่อป้องกันปัญหาการยักย้ายถ่ายเทแอลพีจีข้ามภาค จะเกิดปัญหาตามมาอีก จึงเห็นว่าสิ่งที่ต้องทำคือ ต้องหาต้นทุนที่แท้จริงของแอลพีจีว่า เท่าไหร่ แต่เวลานี้ยังไม่สามารถจับหลักคิดของ คสช.ได้ว่า มีแนวทางเกี่ยวกับแอลพีจี อย่างไร เพราะยังไม่ชัดเจน