"อภิสิทธิ์"ยันเหตุการณ์ปี53ทำตามหน้าที่ หลังศาลอาญายกฟ้อง เผยยังไม่ฟ้อง"อดีตอสส." แต่ยื่นฟ้องอุทธรณ์ "ธาริต"
นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ศาลอาญายกฟ้องคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และอัยการสูงสุด(อสส.)ส่งฟ้องในข้อหา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยมีเจตนาเล็งเห็นผลว่า เป็นไปตามที่ตนเคยยืนยันมาตลอดว่า ข้อกล่าวหาที่ดีเอสไอ กล่าวหาตนและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ว่าเป็นการทำในหน้าที่ราชการทั้งสิ้น ในส่วนของตนคือ การประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ขึ้น หากมีการกระทำผิดก็เป็นเรื่องที่ทาง ป.ป.ช.มีอำนาจในการไต่สวนและลงความเห็นว่าจะส่งฟ้องไปยัง ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ซึ่งดีเอสไอเองก็วินิจฉัยลักษณะนี้ในคดีอื่นมาตลอด แต่กรณีนี้กลับมาทำในสิ่งที่ต่างไปจากคดีอื่น ซึ่งทำผิดมาแต่ต้น ส่วนเหตุการณ์นี้ใครจะทำผิดอะไร อย่างไร ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังสอบสวนอยู่ ซึ่งตนได้ไปให้ถ้อยคำมาแล้ว จึงอยู่ที่ ป.ป.ช.ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้พิจารณาว่าจะฟ้องกลับนายอรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุดที่เป็นคนลงนามสั่งฟ้องในกรณีนี้หรือไม่ เพราะกำลังยื่นอุทธรณ์ฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีดีเอสไอที่ศาลชั้นต้นไม่รับฟ้อง ส่วนความเห็นแย้งของอธิบดีศาลอาญา ที่เห็นต่างจากคำพิพากษาก็ถือเป็นสิทธิที่ท่านเห็นแย้งได้ ส่วนในคดีนี้ก็ต้องดูต่อว่า อสส.จะยื่นอุทธรณ์ต่อหรือไม่ ซึ่งตนยืนยันมาตลอดว่า พร้อมยอมรับที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในกระบวนการยุติธรรม ตามกระบวนการกฎหมายที่ถูกต้อง


