เผย5ขั้นตอนเลือกนายกฯวันนี้ 'สุรินทร์'หวังได้ผู้นำรอมชอม

เผย5ขั้นตอนเลือกนายกฯวันนี้ 'สุรินทร์'หวังได้ผู้นำรอมชอม

วิป สนช.แจง"5ขั้นตอน"เลือกนายกฯวันนี้ เผยตามข้อบังคับต้องได้เสียงโหวตเกินกึ่งหนึ่ง "สมชาย"หนุน"ประยุทธ์"

จับบตาใครยกมือเสนอชื่อ ด้าน "สุรินทร์ พิศสุวรรณ" หวังได้ผู้นำรอมชอม ดึงทุกภาคส่วนร่วมปฏิรูปประเทศ เพิ่มขีดแข่งขัน เตือนอย่าหลงภารกิจ ไม่ยึดติดตำแหน่ง ปีครึ่งเก็บฉาก เปิดโผ ครม.ใหม่ ข้าราชการบัวแก้วลุ้นได้รัฐมนตรีพลเรือน

มีการประชุมของคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) เพื่อหารือเกี่ยวกับวาระการประชุม สนช.ในวันที่ 21 ส.ค. ซึ่งมีระเบียบวาระสำคัญ คือ เลือกนายกรัฐมนตรี

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิป สนช.แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบหลักเกณฑ์ขั้นตอนการเลือกนายกรัฐมนตรีตามที่คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม สนช.เสนอมา โดยในการประชุม สนช.วันที่ 21 ส.ค.จะมีเพียงวาระเดียว คือ การให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ มีขั้นตอน คือ ประธาน สนช.จะเสนอหลักเกณฑ์ขั้นตอนการเลือกนายกฯต่อที่ประชุม สนช.เพื่อให้ที่ประชุมรับรองและเห็นชอบ จากนั้นจะเปิดให้สมาชิก สนช.เสนอชื่อบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งผู้เสนอชื่อต้องมีสมาชิก สนช. 1 ใน 5 หรือประมาณ 40 คนให้การรับรอง โดยใช้วิธีเสียบบัตรลงคะแนนในการรับรอง แทนการยกมือรับรองเหมือนที่ผ่านมา เพื่อป้องกันไม่ให้มีการรับรองชื่อซ้ำซ้อนกัน หากมีการเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีมากกว่า 1 คน

หลังจากที่มีการเสนอชื่อบุคคลที่มาเป็นนายกรัฐมนตรีและมีผู้รับรองครบถ้วนแล้ว ขั้นตอนการคัดเลือกจะให้เลขาธิการวุฒิสภาขานรายชื่อสมาชิก สนช.เพื่อให้ลงมติโดยเปิดเผยว่า เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรืองดออกเสียง โดยผู้ที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องได้รับคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของ สนช.ที่มีอยู่

ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องประชุม ไม่จำเป็นต้องแสดงวิสัยทัศน์ เพียงแต่ผู้เสนอชื่อต้องรับผิดชอบเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติว่า บุคคลดังกล่าวต้องไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และต้องมีการทาบทามบุคคลดังกล่าวมาล่วงหน้าแล้ว

ประเด็นร่างกฎหมาย6ฉบับเข้าสนช.

นพ.เจตน์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมวิปมีมติให้มีการประชุม สนช.สัปดาห์ละ 2 วัน คือ วันพฤหัสบดีกับวันศุกร์ เวลา 10.00 น. โดยจะประชุมวิป สนช.ทุกวันอังคาร สำหรับการพิจารณากฎหมายเร่งด่วน ขณะนี้ คสช.เสนอกฎหมายให้ สนช.พิจารณา 10 ฉบับ ซึ่ง สนช.จะพิจารณาในเบื้องต้นก่อน 6 ฉบับได้แก่ 1.ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ถวายความปลอดภัย 2.ร่าง พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ 3.ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 4.ร่าง พ.ร.บ.ศุลกากร 5.ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ.2530 6.ร่าง พ.ร.บ.การกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญ ตามพ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494

อดีตแกน40ส.ว.เปิดตัวหนุน"ประยุทธ์"

นายสมชาย แสวงการ สนช. ในฐานะเลขานุการวิป สนช. กล่าวว่า ส่วนตัวเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.มีความเหมาะสม และไม่มีอะไรไม่ชอบธรรม การยึดอำนาจในสภาวะบ้านเมืองไม่ปกติก็ถือว่าเป็นเรื่องยากลำบากอยู่แล้ว และ พล.อ.ประยุทธ์ เองก็มีอำนาจที่จะตั้งตัวเองได้เลย แต่กลับมอบมาให้ สนช.เป็นผู้เลือกให้ความเห็นชอบ จึงขอให้รอดูที่ประชุม สนช.ในวันที่ 21 ส.ค.

อนึ่ง หลายฝ่ายกำลังรอลุ้นว่า สมาชิก สนช.คนใดจะเป็นผู้เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยบุคคลที่ถูกจับตาก็เช่น นายสมชาย แสวงการ ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่ม 40 ส.ว.เดิมที่ได้เข้ามาดำรงตำแหน่ง สนช. นอกจากนั้นในซีกทหาร มีการระบุถึง พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ว่าอาจเป็นคนที่ลุกขึ้นเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์

มีรายงานด้วยว่า ในวันที่ 21 ส.ค. พล.อ.ประยุทธ์ มีภารกิจที่จะไปร่วมงานวันสถาปนากรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) ที่ จ.ชลบุรี เสร็จแล้วจะกลับไปปฏิบัติภารกิจที่กองบัญชาการกองทัพบก

หวังได้ผู้นำรอมชอม-ดึงทุกฝ่ายปฏิรูป

นายสุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้ความเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีซึ่งจะเป็นผู้นำคนใหม่ของประเทศในยามที่บ้านเมืองมีวิกฤติหลายด้านว่า จะต้องเป็นคนใจกว้าง อดทน มีขันติธรรม ต้องสามารถโอบแขนเชื้อเชิญทุกภาคส่วน ทุกฝ่าย เข้ามามีส่วนร่วมเป็นหนึ่งเดียวในการสร้างฉันทามติในสังคมให้เกิดความสำนึกว่าต้องการจะเดินหน้าไปด้วยกันเพื่อที่จะแข่งขันกับคนอื่นในเวลานี้ได้

ทั้งนี้ หากนายกฯคนใหม่สามารถดำเนินการดังกล่าวภายใน 1 ปีถึง 1 ปี 6 เดือนโดยไม่หลงอำนาจ ไม่ยึดติดกับตำแหน่ง เชื่อว่าจะสามารถทำให้เกิดความปรองดองและปฏิรูปประเทศได้ เพราะระยะเวลาดังกล่าวคงทำอะไรไม่ได้มาก

"ผมไม่ขอตอบเรื่องตัวบุคคล แต่ต้องรอมชอม ใจกว้าง ต้องเป็นที่ยอมรับ และต้องใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ เพราะปัญหามีมาก ต้องเรียบเรียงประเด็นความสำคัญก่อนหลัง หากมากเกินไปก็จะสับสน และอย่าหลงภารกิจ เพราะภารกิจคือต้องเข้ามาจัดระบบระเบียบการปฏิรูปใหม่ให้สังคม ผมหวังว่าจะไม่ไปติดยึดในเรื่องของตำแหน่ง ผลประโยชน์ และพรรคพวก เพราะจะทำให้ภารกิจแรกที่เข้ามาไขว้เขวได้" นายสุรินทร์ กล่าว

เปิดโผครม."กุนซือ-ผบ.เหล่าทัพ"พรึ่บ

ด้านความคืบหน้าเรื่องการจัดโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งคาดว่าจะมี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 ระบุว่า ครม.จะมีได้ไม่เกิน 36 คนรวมนายกฯ ส่วนตำแหน่งสำคัญๆ ในกระทรวงเศรษฐกิจ ก็เช่น ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ที่ปรึกษา คสช. คาดว่าจะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ นายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.ในฐานะรองหัวหน้า คสช.ฝ่ายเศรษฐกิจ ได้รับการคาดหมายว่าจะเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีการระบุชื่อ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์

นอกจากนั้น รองหัวหน้า คสช.ซึ่งเป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพ (ผบ.เหล่าทัพ) ต่างๆ รวมทั้งตำรวจ ได้แก่ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี น่าจะเข้าไปมีตำแหน่งใน ครม.ทุกคน โดยอาจเป็นรองนายกฯ ควบตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงในสายงานที่ตนเองดูแลอยู่ช่วงทำหน้าที่รองหัวหน้า คสช. รวมถึง พล.อ.อ.ประจิน ด้วย

ขณะที่ พล.ต.อ.อดุลย์ ได้รับการคาดหมายว่าจะได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

"ฉัตรชัย-ไพบูลย์"ลุ้นเข้าวิน

ส่วนนายทหารคนสำคัญอีก 2 คนที่คาดว่าจะมีตำแหน่งใน ครม.ใหม่ คือ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช. ได้รับการคาดหมายว่าจะเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขณะที่ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. (เพื่อนร่วมรุ่น ตท.12 ของ พล.อ.ประยุทธ์) อาจเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

เพื่อนร่วมรุ่น ตท.12 ของหัวหน้าคสช.อีกคนหนึ่งที่น่าจะมีตำแหน่งใน ครม. คือ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ อดีตรองผบ.ทบ.

บัวแก้วไม่อยากได้คนในเครื่องแบบ

สำหรับบุคคลที่เป็นแคนดิเดตรัฐมนตรีใหม่อีกหลายคนที่ยังไม่ชัดเจนเรื่องตำแหน่ง ก็เช่น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผบ.ทบ. ที่ปรึกษา คสช. มีข่าวว่าอาจเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะที่ปรึกษา คสช. ยังไม่ชัดว่าจะเข้าดำรงตำแหน่งใน ครม.หรือไม่

ด้านตำแหน่งสำคัญที่หลายฝ่ายจับตามอง แต่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องตัวบุคคล ก็เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งมีข่าวว่าคนในกระทรวงไม่อยากได้รัฐมนตรีเป็นนายทหาร เพราะจะลดทอนความเชื่อมั่นในการทำงานกับนานาชาติ อีกตำแหน่งหนึ่งที่ยังไม่ชัดเจน คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน