วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ประมูลรถไฟฟ้า'หมอชิต-คูคต'ก.ย.นี้

บอร์ดรฟม. ยืนยันใช้ทีโออาร์เดิม เดินหน้าประมูลรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือเดือนหน้า พร้อมชงครม.อนุมัติรถไฟฟ้าอีก3สาย

พลเอกยอดยุทธ บุญญาธิการ ประธานกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม. เห็นชอบให้ใช้ร่างเงื่อนไขการประกวดราคา ( TOR ) เดิมในการประมูลรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต มูลค่า 26,569 ล้านบาท หลังจากก่อนหน้านี้มีบริษัทที่ซื้อซองประมูลร้องเรียนว่าเงื่อนไขไม่เป็นธรรมและบอร์ดยังพิจารณาไม่ได้ข้อยุติ

เหตุผลที่ยืนยันจะใช้เงื่อนไขเดิม เพราะโครงดังกล่าวมีมูลค่านับหมื่นล้านบาทจึงต้องมีเงื่อนไขสูง โดยกำหนดให้ผู้เข้าร่วมประมูลต้องเคยผ่านงานที่มีมูลค่าตั้งแต่ 5,000 ล้านบาท ขึ้นไป เพื่อกลั่นกรองให้ได้บริษัทที่มีมาตรฐานและมั่นใจได้ว่าผู้รับเหมาจะไม่ทิ้งงาน อีกทั้งผู้ที่ร้องเรียนเป็นผู้ประกอบการเพียง 1 รายจากผู้ที่ซื้อซองทั้งหมด 31 ราย ถ้ามีการเปลี่ยนเงื่อนไขการประมูลเพื่อผู้ประกอบการรายดังกล่าวก็อาจจะทำให้เกิดการร้องเรียนจากรายอื่นๆ ที่ไม่เป็นปัญหาตามมาได้ ดังนั้นบอร์ดจึงตัดสินใจให้ใช้เงื่อนไขเดิมเปิดประมูลในเดือน ก.ย. นี้ โดยกระทรวงการคลังจะเป็นผู้ดำเนินการจัดหาเงินกู้

ขณะเดียวกันที่ประชุมมีมติจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ขอเป็นผู้จัดหาและเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ระยะทาง 13 กิโลเมตร เนื่องจากเห็นว่า รฟม. ควรเตรียมตัวเพื่อรองรับภารกิจขึ้นในอนาคต เพราะเมื่อผู้เดินรถสายต่างๆ หมดอายุสัมปทาน รฟท. ก็ต้องเป็นผู้นำกลับดูแลเอง เบื้องต้นหากได้รับอนุญาตให้จัดหาขบวนรถก็จะต้องดำเนินการก่อน และถ้า ครม. เห็นชอบให้เดินรถ ก็จะดำเนินการเองหากมีความพร้อม โดยขณะนี้เหลือเวลาเตรียมตัวอีก 2 ปี แต่ถ้าไม่พร้อมก็จะจ้างเอกชนให้เดินรถแทน

นอกจากนี้ บอร์ดยังเสนอให้คณะกรรมการตามมาตรา 13 แห่ง พ.ร.บ.การให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 35) พิจารณาแนวทางการหาผู้เดินรถโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ระยะทาง 27 กิโลเมตร โดยคำนึงถึงถึงการทำให้รถไฟฟ้าทั้งสายสามารถวิ่งทะลุถึงกันได้ทุกช่วง ไม่ว่าจะใช้วิธีสรรหาด้วยการเปิดประมูลหรือเจรจาตรงกับผู้เดินรถรายเดิม คือ บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บีเอ็มซีแอล)

หากจะเปิดประมูลก็ควรหากกำหนดเงื่อนไขการประมูลให้การเดินรถทั้งสายสามารถเชื่อมต่อกันได้ เช่น กำหนดวิธีแบ่งค่าตอบแทนระหว่างผู้เดินรถแต่ละราย หรือวิธีเชื่อมต่อระบบข้อมูลและสัญญาณ ซึ่งทางบีเอ็มซีแอลก็ส่งสัญญาณว่าพร้อมจะอำนวยความสะดวกถ้ามีผู้เดินรถรายอื่น แต่ต้องมาคุยในรายละเอียดเพิ่มเติม

"การหาผู้เดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบพิจารณา เพราะงานโครงสร้างรางมีความคืบหน้าไปมาก ถ้ายังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องเดินรถ อาจทำให้ไม่มีวิ่งในช่วง 1-2 ปีแรก เมื่อสร้างรถไฟฟ้าเสร็จ ดังนั้นจึงจะพยายามให้ได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้ ถ้าคณะกรรมการมาตรา 13 เห็นว่าควรเปิดประมูลตามมติเดิมก็สามารถดำเนินการได้เลย แต่หากมีความเห็นว่าต้องเปิดเจรจากับบีเอ็มซีแอลก็ต้องเสนอให้ ครม. พิจารณาอีกครั้ง" พลเอกยอดยุทธกล่าว

นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า หากคณะกรรมการมาตรา 13 ตัดสินใจใช้วิธีเจรจากับบีเอ็มซีแอลเพื่อหาผู้เดินรถสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย จะทำให้ขั้นตอนการเตรียมพร้อมเดินรถเร็วขึ้นกว่าปกติที่ต้องใช้เวลาถึง 30 เดือน เพราะอุปกรณ์และขบวนรถไฟฟ้าที่จะใช้เดินรถเป็นสิ่งที่ใช้ในปัจจุบันทำให้ง่ายต่อการพิจารณา

สำหรับภาพรวมโครงการรถไฟฟ้า แบ่งเป็นโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 3 โครงการ ประกอบด้วย โครงการสายสีม่วงเหนือ เส้นทางบางใหญ่-บางซื่อ มีความคืบหน้าด้านโยธา 90% และด้านระบบ 20% กำหนดเปิดเดินรถในปี 2559 สายสีน้ำเงินตะวันตก ช่วงหัวลำโพง- บางแค และบางซื่อ- ท่าพระ มีความคืบหน้าด้านโยธา 50% กำหนดเดินรถปลายปี 2560 หรือต้นปี 2561 ขณะที่สายสีเขียวใต้ มีคืบหน้าด้านโยธา 35% กำหนดเดินช่วงเดียวกับสายสีน้ำเงินตะวันตก

ขณะที่สายสีเขียวเหนือกำลังจะเปิดประมูลในเดือน ก.ย. นี้ คาดว่าจะเปิดเดินรถได้ในปลายปี 2561 หรือต้นปี 2562 ส่วนรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรม- มีนบุรี สายสีชมพู ช่วงแคราย - มีนบุรี และสายเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง อยู่ระหว่างรอ ครม. อนุมัติ

พล.อ.อ.คำรบ ลียะวณิช รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้กำหนดเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) โครงการจัดซื้อขบวนรถไฟฟ้าใหม่จำนวน 7 ขบวน วงเงินประมาณ 4 ,800 ล้านบาทเสร็จเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะสามารถประกวดราคาได้ในเดือน ก.ย. และส่งมอบขบวนรถได้ประมาณปี 2561-2562 ล่าช้ากว่าแผนงานเดิมที่กำหนดไว้ประมาณปี 2560