สนช.ฝ่ออภิปรายร่างพรบ.งบ58 แนะเพิ่มเม็ดเงินรับเปิดเออีซี

สนช.ฝ่ออภิปรายร่างพรบ.งบ58 แนะเพิ่มเม็ดเงินรับเปิดเออีซี

สนช.ฝ่ออภิปรายร่างพ.ร.บ.งบปี2558 แนะเพิ่มเม็ดเงินรับเปิดเออีซี-ปราบโกง

รับหลักการกันไปเรียบร้อยแล้วในแบบสั้น กระชับ สไตล์ทหาร สำหรับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2558 (พ.ร.บ.งบ 58) ในวาระแรก ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำหน้าที่ชี้แจงหลักการและเหตุผลของร่าง พ.ร.บ.งบปี 58 ด้วยตนเองต่อที่ประชุม สนช. ที่มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดยมีรองหัวหน้า คสช.และทีมงานนั่งสนับสนุนข้อมูลบนบัลลังก์ฝ่ายบริหารอย่างพร้อมหน้า

ทุกคนรวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ สวมสูทแทนเครื่องแบบทหารอย่างพร้อมเพรียง!

ทั้งนี้ หัวหน้า คสช.ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที ในการชี้แจงและเสนอร่าง พ.ร.บ.งบปี 58 ต่อ สนช. จากนั้นได้มีการเปิดให้สมาชิก สนช.ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็น ปรากฏว่ามีสมาชิกลงชื่ออภิปรายเพียง 17 คน จากสมาชิกในห้องประชุมกว่า 190 คน ซ้ำประธานยังกำหนดกรอบเวลาให้อภิปรายกันได้คนละ 10 นาทีเท่านั้น ผิดกับสภาจากการเลือกตั้งอย่างสิ้นเชิง เพราะต้องใช้เวลากันอย่างน้อย 2-3 วัน เวลา 10 นาทีแค่เกริ่น ยังไม่ได้เริ่มเข้าเรื่องก็หมดแล้ว

อย่างไรก็ดี แม้จะมีผู้อภิปรายเพียง 17 คน แต่หลายคนก็อภิปรายได้อย่างมีเนื้อหาสาระน่าสนใจ แม้ไม่ดุเดือดเข้มข้นเหมือนสภาเลือกตั้งก็ตาม

แนะตั้งงบปรองดองให้ กศน.

นายวัลลภ ตั้งคณานุรักษ์ สมาชิก สนช. อภิปรายว่า ยุทธศาสตร์การฟื้นฟูความเชื่อมั่นและเร่งรัดวางรากฐานที่ดีของประเทศ ด้านแผนงานปรองดองนั้น คสช.จัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ แบ่งเป็น กระทรวงกลาโหม จำนวน 54 ล้านบาท กระทรวงมหาดไทย 296 ล้านบาท และกระทรวงแรงงาน 26 ล้านบาท จึงขอฝากว่าขณะนี้ยังมีอีกส่วนงานหนึ่งที่ถือว่ามีส่วนสำคัญต่อการสร้างความปรองดองในระดับรากหญ้า นั่นคือ การศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) แต่ คสช.ไม่มีการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ให้เลย โดยตนจะนำเรื่องนี้ไปพูดในชั้นแปรญัตติให้มีการเพิ่มงบในส่วนของ กศน.เข้าไป

"กลไกสำคัญในการสร้างความปรองดองที่ถูกลืม คือ กศน.ที่ขณะนี้ดูแลประชากรถึง 1.6 ล้านคน โดยกลไกในส่วนนี้จะช่วยสร้างความปรองดองในระดับรากหญ้าได้อีกทางหนึ่ง" นายวัลลภ ระบุ

จี้เพิ่มงบปราบทุจริต

นายสมชาย แสวงการ สมาชิก สนช. อภิปรายว่า การจัดทำงบประมาณที่ผ่านมามีปัญหา เพราะข้าราชการตั้งงบเผื่อให้นักการเมือง ทั้ง ส.ส. ส.ว. ตลอดจนนักการเมืองท้องถิ่น รวมถึงข้าราชการประจำ การตั้งงบประมาณในครั้งนี้ตั้งจากกรม กระทรวง จึงไม่จำเป็นต้องตั้งงบไปตามจังหวัดต่างๆ แบ่งให้กับนักการเมืองที่มักจะไปแฝงอยู่กับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ซึ่งงบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะงบด้านการก่อสร้าง มักมีการเรียกกินหัวคิว 20-30%

นอกจากนี้ เห็นว่าควรมีการเพิ่มงบประมาณในส่วนการปราบปรามทุจริตให้กับหน่วยงานที่ทำหน้าที่ปราบปรามการทุจริต โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้มากกว่าเดิม

"ผมได้รับข้อมูลจากบริษัทรับเหมาขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่ต้องรับงานในการขุดลอกคูคลองป้องกันน้ำท่วม ปรากฏว่าไม่ได้มีการกินงบกันแค่ 20-30% แต่กินกันถึง 80% เพราะต้องจ่ายให้นักการเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัด ทำให้บริษัทรับเหมาได้แค่ 20% การขุดลอกคูคลองจึงทำได้เหมือนกับการทำนากุ้ง แล้วก็ต้องถ่ายรูปโชว์การใช้งบประมาณ และต่อมาน้ำก็ท่วมครั้งใหญ่" นายสมชาย กล่าว พร้อมย้ำว่าต้องเพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันการทุจริตให้มากกว่านี้

งบรองรับเออีซีน้อยเกินไป

นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ สมาชิก สนช. อภิปรายว่า เห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณให้เกิดความปรองดองสมานฉันท์ ตอบสนองการลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องรายได้ ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์การสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นธรรม ส่วนยุทธศาสตร์การต่างประเทศที่เตรียมการรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) นั้น มีการตั้งงบประมาณอยู่บนพื้นฐานเพิ่มจากปีที่ผ่านมาเพียง 5 หมื่นล้านบาท ถามว่าจะรองรับการเติบโตในส่วนของเป้าหมายที่จะดำเนินการในกลุ่มอาเซียนอย่างแนบแน่นได้อย่างไร และตอบโจทย์ได้จริงหรือ

นอกจากนี้ อยากให้กระทรวงการคลังพิจารณาระบบการจัดเก็บภาษีให้ดีขึ้น

งบโครงการ30บาทไม่ขยับ

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิก สนช. อภิปรายว่า นับตั้งแต่มีระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า งบประมาณในส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ว่างบปี 58 นี้ สำนักงบประมาณกลับจัดสรรวงเงินดูแลประชาชนอยู่ที่ 2,895 บาทต่อคนต่อปี เท่ากับงบปี 57 และหากดูย้อนหลังกลับไป 4 ปี งบประมาณส่วนนี้เพิ่มขึ้นเพียง 140 บาทต่อคนต่อปีเท่านั้น

ทั้งนี้ การดูแลประชาชนของหน่วยงานสาธารณสุขยังสามารถทำได้ ถึงแม้งบหลักประกันสุขภาพจะเพิ่มขึ้นเพียงน้อยนิด แต่โดยภาพรวมแล้วประชาชนก็จะไม่ได้รับบริการดีอย่างที่ควร จึงอยากให้มีการพิจารณาแปรญัตติเพิ่มงบประมาณส่วนนี้ในชั้นกรรมาธิการด้วย

..................................................................

(ล้อมกรอบ)

"ประยุทธ์" ลั่น "ผมไม่ใช่เทวดา"วอน สนช.ร่วมรับผิดชอบแก้ปัญหา

พล.อ.ประยุทธ์ ได้ลุกขึ้นชี้แจงข้อเสนอของสมาชิก สนช.ในประเด็นต่างๆ ที่ได้อภิปราย เป็นการปิดท้ายการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบปี 58 ในวาระแรก โดยระบุตอนหนึ่งว่า ตนและคณะ คสช.ได้นั่งฟังข้อคิดเห็นซึ่งเป็นประโยชน์ จากการบริหารมาระยะหนึ่ง ปัญหาทั้งหมดเกิดตั้งแต่เมื่อไร แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็จะพยายามทำให้ได้ ความคาดหวังของตนจะทำให้สำเร็จเท่าที่ทำได้มากที่สุด จึงอยากช่วยทำการปฏิรูปให้ได้ เพราะเป็นเรื่องของโครงสร้าง ทุกอย่างต้องแก้ไขด้วยการปฏิรูป

"ท่านไปพูดทางโน้น (สภาปฏิรูปแห่งชาติ) ทางผมทำอยู่แล้ว ผมไม่ได้อ่านอย่างเดียว แต่กำหนดให้เขาทำ มีการประชุม นำแผนต่างๆ มาพิจารณา อะไรทำได้อะไรทำไม่ได้ อะไรทำได้ก็ทำ ขั้นตอนในการปฏิบัติในกรรมาธิการไปปรับแก้เอา ร่วมรับผิดชอบด้วยก็แล้วกัน ทุกคนต้องการหมด แต่จะเอาเงินที่ไหน วันนี้การต่อต้านยังมีอยู่ข้างนอก มีทุกที่ รอเวลาที่ไปไม่ได้ ผมว่าจะทำได้หรือไม่ 1 ปี เพราะปัญหามีมา 20 ปี แต่ขอเว้นช่องว่างตรงนี้ให้ผมได้วางอนาคตไปตรงนี้"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า การดำเนินการจะต้องค้นหาปัญหา และต้องหาวิธีการแก้ปัญหา จากนั้นจึงนำไปสู่การทำโรดแมพเพื่อวางรากฐานในอนาคต โดยสิ่งแรกที่เราต้องแก้คือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เหมือนที่เคยพูดมาตลอดว่าจะต้องมีการบูรณาการ คือ ให้แต่ละหน่วยงานมาพูดคุยกัน

"เมื่อเดินมาถึงตรงนี้แล้วก็ต้องทำให้ได้มากที่สุด แต่ต้องยอมรับว่าคงทำไม่ได้ทั้งหมด เพราะผมไม่ใช่เทวดา แต่ขอยืนยันว่าไม่มีการทุจริตอย่างแน่นอน ผมไม่ได้แม้แต่สลึงเดียว ส่วนที่บอกว่ากระทรวงกลาโหมได้งบเพิ่มขึ้นนั้น ก็ได้เพียงเล็กน้อย ซึ่งการปรับเพิ่มก็เป็นการปรับเพิ่มตามความเหมาะสม"

หัวหน้า คสช. กล่าวอีกว่า พวกเราต้องปรับโครงสร้างและปฏิรูปด้านต่างๆ กันต่อไป อยากให้ทำอะไรขอให้เสนอมา แต่สุดท้ายแล้วต้องร่วมกันรับผิดชอบ

"ปัญหาที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด 20 ปี ขอให้เปิดช่องว่างปีนี้ไว้ให้ผมได้แก้ปัญหา แนวทางทุกอย่างคิดไว้หมดแล้วโดยสมองทหาร ซึ่งผมไม่อยากสร้างภาระด้วยการกู้เงิน เราต้องช่วยกันหารายได้ด้วย ผมไม่อยากสร้างภาระ ไม่กู้เงิน ปีหน้าปีเดียว จะทำทุกอย่างที่ควรทำ"

"สิ่งที่ทุกคนต้องทำคือ ค้นหาปัญหา แล้วหาวิธีแก้ปัญหา กำหนดแนวทางแก้ปัญหา และส่งต่อให้รัฐบาลชุดใหม่ร่วมแก้ปัญหาต่อไป คสช.ไม่ใช่เทวดาที่จะแก้ปัญหาทั้งหมดได้ สนช. ทุกคนที่เสนอแนะต้องช่วยกันทำให้ได้ ไม่ใช่ว่าโยนปัญหาให้ผมคนเดียว วันนี้ทุกคนลงเรือลำเดียวกันแล้ว ใครมีปัญหาอะไรหรือไม่ หรือใครไม่เห็นชอบอย่างไร"

ก่อนหน้านั้น ในช่วงของการชี้แจงหลักการของร่าง พ.ร.บ.งบปี 58 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในตอนท้ายว่า การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายปี 2558 มีพื้นฐานหลักการเหตุผลที่ชัดเจนและเหมาะสม จึงขอให้มั่นใจว่าเงินภาษีอากรของประชาชนจะมีการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ยึดหลักการความระมัดระวัง ความคุ้มค่าโปร่งใส

ทั้งนี้ ระหว่างปีงบประมาณจะมีกลไกเพื่อติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายอย่างใกล้ชิด ทุกหน่วยงานจะต้องรายงานการใช้จ่ายงบประมาณทุกๆ 3 เดือนให้ทราบ ค่าก่อสร้างจะต้องลดลง 10-30% จะต้องไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์

"ใครเก็บค่าหัวคิวเรียก คสช.ได้เลย ซึ่ง คสช.เชื่อมั่นว่าหากดำเนินการตามร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ จะสามารถแก้ไขปัญหาสำคัญของชาติได้ รวมทั้งวางรากฐานที่ดีเพื่ออนาคตของประเทศ"