"อุดมเดช"เลขาฯคสช. เผยโยกงบ2.67พันล้าน ลงทุนใน 6 โครงการอนุรักษ์พลังงานในพื้นที่ราชการที่มีความพร้อม
พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการกองทุนฯวานนี้ (14 ส.ค.) ว่า ที่ประชุมฯมีการพิจารณาเรื่องต่อเนื่องจากการประชุมครั้งก่อน ที่มีการทบทวน 23 โครงการที่เสนอของบประมาณจากกองทุนอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งเห็นชอบให้จบการดำเนินโครงการไปบางส่วนและเหลืองบประมาณของปี 2557 อยู่จำนวน 2,678 ล้านบาท
ที่ประชุมฯได้เห็นชอบใช้งบประมาณจำนวนดังกล่าว มาให้กับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) ดำเนินโครงการพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานที่เร่งด่วนและเกิดประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม จำนวน 6 ชุดโครงการ
ทั้งนี้โครงการส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ส่วนราชการและความมั่นคง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความพร้อม โดยขอให้ประชาชนมั่นใจการใช้งบประมาณ เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ได้ให้นโยบายต้องดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุด โปร่งใส คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายใน 1 ปี
ทั้งนี้ 6 ชุดโครงการประกอบด้วย โครงการต้นแบบการบริหารจัดการโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซชีวภาพจากหลุมฝังกลบขยะขนาดเล็ก ในพื้นที่หน่วยงานของกองทัพบก 3 แห่งและกองทัพอากาศ 5 แห่ง รวม 8 หน่วยงานในภาคอีสานและภาคกลาง ซึ่งมีความพร้อมด้านพื้นที่และกำลังพลในการบริหารจัดการและศักยภาพด้านปริมาณของขยะ รวมกำลังการผลิตไฟฟ้า ได้ไม่น้อยกว่า 4 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการนำร่อง และการบริหารจัดการขยะในชุมชน ซึ่งในส่วนนี้จะต้องมีการประสานกับฝ่ายสังคมจิตวิทยา คสช. ซึ่งดูแลการบริหารจัดการปัญหาขยะในภาพรวมด้วย ซึ่งโครงการนี้จะไม่มีกรณีที่ภาครัฐต้องจ่ายค่าแอดเดอร์ เนื่องจากจะเป็นการผลิตไฟฟ้าเพื่อป้อนหน่วยงานของกองทัพ ซึ่งเป็นการลดต้นทุนค่าไฟฟ้าให้กับหน่วยงาน
โครงการอนุรักษ์พลังงานและใช้พลังงานทดแทนพื้นที่เสี่ยงภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ประกอบไปด้วย 3 โครงการย่อย คือ โครงการส่งเสริมการผลิตและการใช้พลังงานแสงอาทิตย์แบบรถเคลื่อนที่ในฐานปฏิบัติการที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง โครงการพัฒนาระบบแสงสว่างด้วยชุดโคมส่องสว่างแบบแอลอีดี (LED) ประหยัดพลังงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความสว่างในเส้นทางเพื่อความปลอดภัย และโครงการติดตั้งเสาไฟพร้อมโคมส่องสว่างแบบโซลาร์เซลล์
โครงการอนุรักษ์พลังงานและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในพื้นที่ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการตามแนวพระราชดำริ เพื่อนำพลังงานทดแทนไปสาธิตใช้งานในพื้นที่โครงการ รวม 10 โครงการย่อย และ โครงการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานแสงอาทิตย์และใช้ในหน่วยงานด้านความมั่นคง ได้แก่ กองทัพบก กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยได้ของบประมาณจากกองทุนอนุรักษ์พลังงาน เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์พร้อมติดตั้งระบบผลิตและการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ที่จะนำไปใช้เสริมความมั่นคงในพื้นที่ 4 หน่วยงานหลัก จำนวน 33 ระบบ ขนาดกำลังการผลิตรวมไม่น้อยกว่า 10 เมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าที่ใช้ในหน่วยได้ประมาณ 30-70% ของค่าใช้จ่ายปัจจุบัน
“สำหรับงบประมาณของกองทุนฯ ในปี 2558 นั้นจะยังคงอยู่ในกรอบ 7,000 ล้านบาท แต่ได้กำหนดว่าจะต้องมียุทธศาสตร์การส่งเสริมที่ชัดเจนมากขึ้น ส่วนว่าจะมีการลดการเก็บเงินจากน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ากองทุนฯ หรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับนโยบายของคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ(กพช.) การสนับสนุนโครงการดังกล่าว เป็นการดำเนินโครงการที่สอดคล้องตามแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก 25% ใน 10 ปี (พ.ศ.2555-2563) และยังเป็นการเสริมความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าให้กับภารกิจขอหน่วยงานความมั่นคง” พล.อ.อุดมเดชกล่าว
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า งบประมาณของกองทุนฯ ปี 2558 ที่ประชุมฯได้ขอให้มีการจัดทำยุทธศาสตร์การส่งเสริมให้ชัดเจนว่าจะเน้นส่งเสริมพลังงานประเภทใด ซึ่งจะมีการประชุมกำหนดยุทธศาสตร์ในต้นเดือน ก.ย.นี้
ส่วนในเรื่องของแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ขณะนี้ยังต้องนำเรื่องแผนโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่มีการปรับปรุงเข้ามาพิจารณาก่อน คาดว่าจะมีการเริ่มเปิดรับฟังความคิดเห็นส่วนที่เกี่ยวข้องภายในเดือน ส.ค. นี้





