"พล.อ.ประยุทธ์" ย้ำสนช.ยึดพระราชดำรัส สมเด็จพระบรมฯปฎิบัติงาน พร้อมพิจารณางบปี58-กม.เร่งด่วน
คาดเศรษฐกิจช่วงหลังของปีงบประมาณ57โต4% ส่งผลจีดีพีตลอดปีขยับ2% ห่วงสถานการณ์สู้รบนอกประเทศ ตัวฉุดรั้ง เตรียมออกมาตราการรับประกันความปลอดภัย นักท่องเที่ยวต่างประเทศเที่ยวไทย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมใหญ่ คสช.ครั้งที่ 10 โดยมีรองหัวหน้า คสช. ประกอบด้วย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ร่วมประชุมอย่างพร้อม นอกจากนี้ยังมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการ คสช. พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการปรองดองและการปฏิรูป และหัวหน้าฝ่ายต่างๆร่วมประชุมด้วย
โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวขอบคุณคณะกรรมการจัดงานวันเฉลิมพระชนมพรรษา 12 สิงหาคม รวมถึงทุกส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน ที่ได้ร่วมจัดงานระหว่างวันที่ 9-12 สิงหาคมให้ผ่านไปได้ด้วยความเรียบร้อยเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถทรงแข็งแรงขึ้นและมีพระชนมมายุยิ่งยืนนาน ส่วนกรณีที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ทรงเปิดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พุทธศักราช 2557 เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็ขอให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติและทุกฝ่ายน้อมนำพระราชดำรัสที่ได้ทรงพระราชทานให้ทุกฝ่ายร่วมแรงร่วมใจ ร่วมคิดอ่าน ปฏิบัติภาระหน้าที่ โดยเต็มสติปัญญา ความสามารถ ด้วยความสุจริต บริสุทธิ์ใจ ให้งานทุกด้านดำเนินไปอย่างเที่ยงตรง ถูกต้อง ตามหลักนิติธรรม และเหตุผล ความชอบธรรม สำเร็จผลเป็นประโยชน์อันพึงประสงค์ คือความผาสุก มั่นคงของประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง ไปประพฤติปฏิบัติ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการปฏิบัติงานของ สนช.จากนี้จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 และกฎหมายที่มีความเร่งด่วน เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้งานภาครัฐดำเนินการต่อไปได้ ในส่วนรายได้มวลรวมเฉลี่ยต่อหัว หรือ GDP ช่วงหลังปีงบประมาณ 2557 คาดว่าจะเติบโตได้ร้อยละ 4 ซึ่งจะส่งผลให้ GDP รวมตลอดปีขยับขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 2 อันมาจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจปรับตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลเรื่องของสถานการณ์เศรษฐกิจภายนอกประเทศจากการสู้รบ ความไม่สงบเรียบร้อยของหลายประเทศในภูมิภาค
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนเรื่องการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไปหาวิธีการหรือมาตราการต่างๆเพื่อแสดงให้เห็นว่า เรื่องการดูแลด้านความมั่นคงกับการท่องเที่ยว สามารถเดินหน้าไปด้วยกันได้ แม้จะมีการประกาศใช้กฎอัยการศึกอยู่ก็ตาม โดยให้เน้นการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น รวมถึงออกมาตรการประกันความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ได้รับผลกระทบจากการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยและได้รับบาดเจ็บ สูญเสียจากสถานการณ์ความมั่นคง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ ขอให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ไปเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณในช่วงไตรมาสแรกให้ได้โดยเร็ว โดยให้สำนักงบประมาณไปดำเนินการจัดกลุ่มโครงการที่จะต้องดำเนินการเร่งด่วน โดยเฉพาะโครงการขนาดเล็ก ขนาดย่อย ใช้งบประมาณไม่เกิน 100 ล้าน ที่จะมีผลกระทบต่อประชาชนโดยรวม เพื่อสร้างงานและรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั้งยืน ซึ่งทุกกระทรวง ทบวง กรม จะต้องมีผลสัมฤทธิ์รายไตรมาสออกมาให้เห็นและรายงานต่อ คสช.





