"พรเพชร"ยื่นหนังสือลาออกผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว มีผล1 ก.ย.นี้ บอกไม่อยากถูกมองเหยียบเรือสองแคม
เมื่อเวลา 13.40 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แถลงภายหลังการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่า ที่ประชุมได้รับทราบกรณีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ว่าที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ยื่นขอลาออกจากการเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. เป็นต้นไป ซึ่งนายพรเพชร ได้ให้เหตุผลว่า เนื่องจากไม่อยากให้มีข้อสงสัยเกิดขึ้นว่าหากยังดำรงตำแหน่งพร้อมกันทั้งปธ.สนช.และผู้ตรวจการแผ่นดินอาจเป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
นายพรเพชรระมัดระวังในเรื่องกฎ กติกามาตลอด และไม่อยากให้มีการมองว่าเหยียบเรือสองแคม และเหตุที่ให้การลาออกมีผลในวันที่ 1 ก.ย. ก็เพื่อสองสัปดาห์นี้จะได้เคลียร์งานในส่วนที่รับผิดชอบ ทั้งด้านตำรวจ การยุติธรรมและปัญหาภาคใต้ ที่เหลืออยู่ทั้งให้แล้วเสร็จ ไม่เป็นภาระของใคร เพื่อที่จะได้ไปทำหน้าที่ในฐานะประธานสนช.อย่างเต็มที่
"สาเหตุการลาออกของนายพรเพชร คงไม่เกี่ยวกับคำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา อุปนายกสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ที่ยื่นขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบและมีความเห็นเสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากระบวนการสรรหาสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากมีการสรรหาบุคคลที่เป็นพวกพ้องกับผู้มีอำนาจและขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง เพราะเรื่องดังกล่าวยังอยู่ในชั้นการพิจารณาของสำนักงาน ยังไม่ได้บรรจุเข้าวาระการประชุมของผู้ตรวจฯ เพียงแต่แจ้งผู้ตรวจทราบว่ามีคำร้องเข้ามา ซึ่งนายพรเพชร ค่อนข้างระวังในเรื่องการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายอยู่แล้ว ขนาดในวันนี้มีการประชุมพิจารณาเรื่องการเสนอบุคคลเป็นสปช. นายพรเพชรก็ไม่ได้อยู่ร่วมหลังประกาศขอลาออก"นายรักษเกชา กล่าว
นายรักษเกชา กล่าวต่อว่า สำหรับการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดินคนใหม่แทนนายพรเพชร นั้นตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้ระบุไว้ว่า หากกรรมการองค์กรอิสระว่างลงให้ดำเนินการสรรหาตามรัฐธรรมนูญ 50 ดังนั้นหลังจากนี้ทางสำนักงานก็จะทำหนังสือแจ้งไปยังสำนักเลขาธิการวุฒิสภาในฐานะหน่วยงานธุรการให้ดำเนินการสรรหา ซึ่งรัฐธรรมนูญ 50 มาตรา 243 กำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหา 7 คนประกอบด้วยประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ตัวแทนจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา และตัวแทนจากที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด ทำการคัดเลือกด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ซึ่งกรณีนี้คณะกรรมการสรรหาอาจเหลือเพียง 5 คนเพราะไม่มีผู้นำฝ่ายค้าน และประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อคณะกรรมการสรรหา ดำเนินการสรรหาแล้วเสร็จ ก็คงต้องส่งให้สนช.พิจารณาเห็นชอบเพราะไม่มีวุฒิสภา โดยกระบวนการสรรหาทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณทั้งสิ้น 60 วัน





