"ประยงค์"เลขาธิการปปท.แถลงผลงาน1เดือน ทวงคืนผืนป่าสระบุรี 3,000 ไร่ เฟส2ตั้งเป้าจับทุจริตงบเยียวยาภัยพิบัติ
พร้อมไล่บี้หน่วยราชการ 105 แห่ง ส่งรายงานผลสอบวินัยก่อนสิ้นเดือนส.ค.
ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการป.ป.ท. แถลงความคืบหน้าผลการทำงานครบ 1 เดือน หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีคำสั่งให้ดำเนินการตามมาตรา 69/2557 เรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ
โดยพบว่าหลายหน่วยงานทยอยส่งผลสอบวินัยข้าราชการที่กระทำความผิดมาแล้ว 67หน่วยงานจากทั้งหมด172 หน่วยงาน โดยพบว่าอีก 105 หน่วยงานยังไม่ส่งรายงานมายังป.ป.ท. ซึ่งจะขยายระยะเวลาให้ถึงวันที่ 30 ส.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบการกระทำผิดของข้าราชการมากสุดคือ การยักยอก-เบียดบังทรัพย์ของทางราชการไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ปลอมแปลงเอกสาร เบิกจ่ายงบประมาณไม่ถูกต้อง เรียกรับเงิน และรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ
โดยหน่วยงานที่พบว่ามีการร้องเรียนเรื่องทุจริตมากสุดคือ กระทรวงมหาดไทย รองลงมาคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ส่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพบมีเรื่องอยู่ระหว่างไต่สวน 12 เรื่อง และเป็นกรณีสอบสวนการบุกรุกที่ดิน 34 เรื่อง อย่างไรก็ตาม หลังได้รับคำสั่งจากคสช. พบว่าประชาชนส่งเรื่องร้องเรียนมาที่ป.ป.ท.จำนวนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมมีเรื่องร้องเรียนเฉลี่ยเดือนละ 10 เรื่อง แต่ปัจจุบันเฉพาะเดือนก.ค. มีเรื่องร้องเรียนมากถึง 341 เรื่อง นอกจากนี้ยังมีเรื่องร้องเรียนที่ส่งต่อมาจากคสช.กว่า 10 เรื่อง และบางส่วนมาจากกอ.รมน.จังหวัดด้วย
นายประยงค์ กล่าวต่อว่า ป.ป.ท.ตั้งเป้าทำงานภายใน 3 เดือนต้องเดินหน้าแก้ไขปัญหาทุจริตให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยก่อนหน้านี้ 1 เดือนแรกป.ป.ท.เน้นตรวจสอบการบุกรุกพื้นที่ป่าซึ่งปฏิบัติการณ์ไปแล้ว 17 ครั้ง อยู่ระหว่างดำเนินการเพิกถอนเรียกคืนพื้นที่ให้รัฐเกือบ 3,000 ไร่ หรือคิดเป็นมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท ส่วนอีก 2 เดือน ป.ป.ท.ตั้งเป้าภารกิจตรวจสอบการใช้งบภัยพิบัติฉุกเฉินทั่วประเทศ ซึ่งแต่ละปีมีการใช้งบเยียวยาฟื้นฟูไปมากกว่าแสนล้านบาท และพบมีเรื่องร้องเรียนทุจริตใช้งบเป็นจำนวนมากโดยในจำนวนเรื่องร้องเรียนที่ส่งเข้ามาให้ป.ป.ท.เป็นเรื่องที่มีมูลทุจริตจริงมากถึง 80%
พร้อมกันนี้ป.ป.ท.กำลังปรับเปลี่ยนการทำงานเพื่อสะสางเรื่องร้องเรียนที่ค้างจำนวนมาก ซึ่งหลังจากนี้หากเป็นเรื่องร้องเรียนทุจริตจะดำเนินให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน และเมื่อรับไต่สวนแล้วจะส่งเรื่องให้หน่วยงานต้นสังกัดตรวจสอบความผิดทางวินัยทันที แต่หากเป็นกรณีเกี่ยวกับการละเลยการปฏิบัติหน้าที่จะส่งข้อมูลตั้งคณะกรรมการสอบวินัยเพื่อลงโทษอย่างเร่งด่วน





