เปิดโผครม.ยุค'คืนความสุข'ทหาร-ขรก.ประคองรัฐนาวา

เปิดโผครม.ยุค'คืนความสุข'ทหาร-ขรก.ประคองรัฐนาวา

(รายงาน) เปิดโผ ครม.ยุค "คืนความสุข" ทหาร-ข้าราชการประคองรัฐนาวา

ปฏิทินการเมืองช่วงเดือนสิงหาคมนับว่าสำคัญสุดๆ เพราะประเทศไทยจะมีทั้งอำนาจ "นิติบัญญัติ" และ "บริหาร" ครบ หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ทำหน้าที่เป็น "รัฐาธิปัตย์" แต่เพียงองค์กรเดียวมาตั้งแต่วันเข้าควบคุมอำนาจการปกครอง

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (5 ส.ค.) เป็นวันรายงานตัวของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันสุดท้าย จากนั้นวันที่ 7 ส.ค.จะมีรัฐพิธีเปิดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ รุ่งขึ้นอีกวัน คือ 8 ส.ค.จะมีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาตินัดแรกเพื่อสรรหาประธาน สนช.และรองประธานอีก 2 คน เมื่อลงมติกันเรียบร้อยก็คาดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะนำรายชื่อขึ้นกราบบังคมทูลฯ เพื่อทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธาน สนช. และรองประธาน สนช.คนที่ 1 และ 2 ทันที

สาเหตุที่ต้องเร่งเดินหน้าให้ สนช.ทำงานได้อย่างสมบูรณ์โดยเร็ว ก็เพราะมีงานใหญ่รออยู่ ทั้งการเลือกนายกรัฐมนตรี และการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558

ฉะนั้นเมื่อพ้นวันหยุดยาววันแม่แห่งชาติ คาดว่าในวันที่ 13 ส.ค. จะมีการประชุม สนช.เพื่อสรรหานายกรัฐมนตรีเข้ามาบริหารประเทศอย่างเป็นทางการ โดยประธาน สนช. จะเป็นผู้นำชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯ และรับสนองพระบรมราชโองการ จากนั้นนายกฯจะเป็นผู้เลือกคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อบริหารราชการกระทรวงต่างๆ

สำหรับนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของประเทศไทยนั้น จากการเช็คกระแสทุกด้านแล้ว ค่อนข้างชัดเจนว่า สนช.จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นดำรงตำแหน่งแบบไม่มีคู่แข่ง ฉะนั้นโฟกัส ณ ยามนี้จึงมุ่งไปยังบุคคลที่มีโอกาสเข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมากกว่า

เริ่มจากกลุ่มผู้บัญชาการเหล่าทัพ (ผบ.เหล่าทัพ) และที่ปรึกษา คสช. ซึ่งมีความใกล้ชิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ มีการคาดหมายกันว่า พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ในฐานะรองหัวหน้า คสช. จะได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี โดยอาจควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อดูแลงานด้านความมั่นคงและการต่างประเทศทั้งแพ็ค

อย่างไรก็ดี ยังมีชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ. เข้ามาเป็นแคนดิเดทในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมด้วย โดยในรายของ พล.อ.อนุพงษ์ นั้น ยังมีชื่อคั่วเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เจ้าของรหัส มท.1 ซึ่งก่อนหน้านั้นปรากฏชื่อ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ที่ปรึกษา คสช. เพื่อนรักร่วมรุ่น ตท.12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จองอยู่

กระนั้นก็ตาม มีข่าวอีกกระแสหนึ่งว่า พล.อ.ประวิตร กับ พล.อ.อนุพงษ์ ในฐานะหัวขบวนบูรพาพยัคฆ์ลำดับ 1 และ 2 อาจไม่รับตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาลชุดนี้ เพราะเกรงว่าอาจทำให้ภาพลักษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ถูกมองในแง่ลบ เนื่องจากทั้งคู่มีความสนิทสนมและเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาที่ใกล้ชิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ มาก ประกอบกับที่ผ่านมาก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลายเรื่อง ตั้งแต่ช่วงเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง รวมถึงผลงานในห้วงที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการเหล่าทัพ

ด้วยเหตุนี้จึงมีการคิดสูตรการเมืองให้ พล.อ.ประวิตร เข้าไปช่วยงานเบื้องหลังในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ อาจเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเท่านั้น

ด้าน พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ในฐานะรองหัวหน้า คสช.ฝ่ายสังคมจิตวิทยา มีการคาดหมายว่าจะได้รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หรือควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมี นางกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ลูกหม้อของกระทรวงศึกษาธิการ อาจได้รับเชิญเข้าไปเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ขณะที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ในฐานะรองหัวหน้า คสช.ฝ่ายเศรษฐกิจ จะเข้าไปดูแลงานด้านเศรษฐกิจต่อเนื่อง โดยจะควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อสานต่อการปฏิรูปการคมนาคมขนส่งของประเทศ โดยเฉพาะระบบราง ขณะเดียวกันก็มีข่าวควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานด้วย แต่ข่าวบางกระแสระบุว่า กระทรวงพลังงานอาจมีการมอบหมายให้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เพื่อนร่วมรุ่น ตท.12 ของ พล.อ.ประยุทธ์ รับหน้าเสื่อดูแล

สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า คสช.วางตัว พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เป็นเจ้ากระทรวงตาชั่ง ส่วน พล.อ.ฉัตรชัย ซึ่งวันนี้เป็นรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.อยู่ด้วย มีอีกโผหนึ่งระบุว่าอาจได้รับการเสนอชื่อให้ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือไม่ก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ส่วนว่าที่รัฐมนตรีที่ไม่ใช่คนในเครื่องแบบ ปรากฏชื่อ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ที่ปรึกษา คสช. อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และอดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เข้าไปคุมงานด้านเศรษฐกิจในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรม อาจใช้บริการ นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ที่จะเกษียณอายุราชการในปีนี้พอดี นอกจากนั้นยังมีชื่อ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อาจได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อสานงานการสร้างความเข้าใจประเทศไทยในเวทีโลกอย่างมีน้ำหนักมากขึ้นต่อไป ซึ่งผลงานของปลัดฯสีหศักดิ์ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ก็คือว่าสร้างความเข้าใจได้ดีระดับหนึ่ง

ในกลุ่มพลเรือน ยังมีชื่อ นายพรชัย รุจิประภา ที่อาจได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) โดยมีชื่อคนในตระกูล "โควสุรัตน์" เป็นคู่แข่งคนสำคัญ ทั้งนี้ เป้าหมายของ คสช.ต้องการให้มีการปรับวิสัยทัศน์ของกระทรวงไอซีทีให้มีความทันสมัย เพื่อรองรับประเทศไทยในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ในปลายปี 2558

นอกจากนั้นยังมีชื่อ นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ ที่ปรึกษา คสช. อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในรัฐบาลขิงแก่ อาจหวนมารับตำแหน่งเดิมอีกรอบ เพราะหลายคนประทับใจในผลงาน

อีกรายหนึ่งที่จะลืมเสียไม่ได้ คือ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้า คสช. ที่กำกับดูแลงานด้านกิจการพิเศษ อาจได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดใหม่ เพื่อทำหน้าที่ดูแลสื่อมวลชน และเป็นแม่บ้านให้กับ คสช.รวมทั้งคณะรัฐมนตรี

บุคคลที่คาดว่าจะเข้าไปทำงานใน ครม.ทั้งหมด พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้คัดเลือกและตัดสินใจเองในขั้นตอนสุดท้าย โดยมีเป้าหมายสานงานต่อจาก คสช. และประคับประคองงานใหญ่ "ปฏิรูปประเทศไทย" ให้ตลอดรอดฝั่ง และสร้าง "แผ่นดินที่งดงาม" คืนกลับให้คนไทยเหมือนที่ประกาศเอาไว้ในบทเพลงที่ขับกล่อมประชาชนอยู่ทุกคืนวัน