'วิษณุ'ชี้ตั้ง'ก.ทรัพยากรน้ำ-กรมขนส่งทางราง'

'วิษณุ'ชี้ตั้ง'ก.ทรัพยากรน้ำ-กรมขนส่งทางราง'

"วิษณุ"ชี้ช่องปฏิรูปราชการ แนะตั้ง"ก.ทรัพยากรน้ำ-กรมขนส่งทางราง"ให้ทบทวน"ดีเอสไอ-ก.ท่องเที่ยวฯ" ควรมีหรือไม่

นายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวในรายการของตัวเอง คือ รายการ "อาทิตย์สโมสรกับวิษณุ" ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง TNN24 ตอน"สภาปฏิรูปจะปฏิรูปอะไรบ้าง" ว่า ช่วงนี้มีการพูดถึงการปฏิรูปด้านต่างๆของประเทศมากพอสมควร ซึ่งมีการพูดกันพอสมควรแล้วว่าใครจะเป็นผู้เสนอแนวทางในการปฏิรูปคำตอบก็คือ "สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)" เป็นแกนหลัก โดยไม่ได้ตัดสิทธิของประชาชนในการออกความคิดความเห็นที่สามารถส่งไปตามช่องทางต่างๆ แต่คำถามคือจะปฏิรูปอะไรกัน เพราะเวลาพูดถึงความไม่พออกพอใจความเดือดร้อนจากกิจการของรัฐด้านต่างนั้นมีมากมายจนไม่รู้จะปฏิรูปเรื่องใดก่อน

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ในรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557 กำหนดให้มีการปฏิรูป11ด้านเป็นอย่างน้อย ซึ่งสามารถเสนอแนวทางปฏิรูปเรื่องอื่นด้านที่12 13 14 ก็สามารถทำได้ แต่ด้านที่จะมีการปฏิรูปการเมือง ที่จะรวมถึงเรื่องกฎเกณฑ์ กติกา มารยาททางการเมือง และการปฏิรูประบบราชการน่าจะเป็นเรื่องใหญ่ที่จะถูกพูดถึงมากที่สุดนับจากนี้ไป

นายวิษณุ กล่าวว่า การปฏิรูประบบราชการ ซึ่งระบบราชการเป็นระบบที่มีขนาดใหญ่มีงบประมาณมากกว่าระบบอื่นในประเทศ และมีอำนาจมากในการกำหนดกฎเกณฑ์ให้คนปฏิบัติ อำนาจปกครองบังคับบัญชาและอำนาจการอนุมัติ ซึ่งเป็นอำนาจที่อาจจะทำให้คนจนลงและรวยขึ้นก็ได้ เช่นมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเรื่องภาษีก็ย่อมกระทบบความเป็นอยู่ของคน

" เมื่อระบบราชการมีความใหญ่โตมีอำนาจมากและมีผู้คนมากปานนี้ มีงบประมาณเอาไว้หมุนเวียนใช้จ่ายมากปานนี้ แถมยังเป็นระบบที่เก่าแก่นานกว่าระบบใดทั้งหมดของประเทศด้วยซ้ำไป คือเกิดขึ้นมาพร้อมกับการมีประเทศไทยหรือสยามหรือกรุงศรีอยุธยา กรุงสุโขทัยเลยทีเดียวก็ว่าได้ ก็กลายเป็นระบบที่มีปัญหามากเพราะเกี่ยวพันกับชีวิตประชาชนมากในทุกอณูของชีวิตประจำวัน " นายวิษณุ กล่าว

ที่ปรึกษาคสช. กล่าวอีกว่า เมื่อเราเข้าไปเกี่ยวกันกับระบบราชการแล้วเราไม่พอใจ เช่น อาจพบเจ้าหน้าที่พูดจาไม่สุภาพ มีการเรียกเงินทองเงินสินบน เงินกินเปล่า เงินใต้โต๊ะ ซึ่งบางทีไม่ใช่เรื่องจุกจิกน่ารำคาญแต่มันเป็นเรื่องใหญ่โต เช่นการจะเข้าไปประมูลรับการจัดซื้อจัดจ้างก็ลำบากยากเย็น หลลายคนบ่นว่าแข่งกับคนอื่นไม่กลัวใครดีใครได้ แต่แข่งกับคนที่เส้นใหญ่ให้สินบนเงินทอนเงินกินเปล่าก็สู้ไม่ไหว และบางการไปขอรับการอนุมัติก็ใช้เวลายาวนานและคำตอบออกมาว่าไม่อนุมัติ ด้วยเหตุนี้จึงมีการพูดถึงเรื่องของการปฏิรูประบบราชการ เพราะมีการพูดถึงเรื่องสองมาตรฐานซึ่งจะเท็จหรือจะจริงนั่นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ตราบใดที่มีคนบ่นอย่างนี้ยังเกิดความไม่พอใจไม่สบอารมณ์ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงของระบบราชการ รวมถึงมีการพูดเรื่องระบบนิติธรรมหรือการใช้กฎหมายเป็นใหญ่ก็มีการเรียกหาระบบนิติธรรมนิติรัฐก็แสดงว่ายังไม่พอใจอะไรบางอย่าง

นายวิษณุ กล่าวว่า การปฏิรูประบบราชการหมายถึงการปฏิรูปตำรวจ ฝ่ายปกครอง ศาล อัยการ หรือแม่แต่กิจการราชทัณฑ์ ทนายความและงานที่เกี่ยวกับการให้บริการภาครัฐจะเป็นหัวข้อใหญ่ในการถกแถลงกันยาวนาน

" เชื่อเถอะครับว่าจากนี้ไปเราจะได้ยินเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างของระบบราชการ กระทรวงบวงกรมต่างๆ วิธีทำงานของข้าราชการ ว่าทำอย่างไรหนอให้คนที่ทำงานราชการทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและบริการประชาชนอย่างอุทิศกายและใจ ทำราชการด้วยความรวดเร็วว่องไวใให้ความสะดวกไว้เนื้อเชื่อใจแก่ประชาชนที่มาติดต่อราชการ รวมทั้งต้องพูดถึงเรื่องอัตรากำลังที่ไม่ให้ระบบราชการใหญ่โตเทอะทะ เต็มไปด้วยผู้คนมากมายหรือว่าทำงานทั้งวันได้พันห้าเดินไปเดินมาได้ห้าพันอย่างที่เพลงร้องประชดกัน ทำอย่างไรให้ข้าราชการมีค่าตอบแทนที่เพียงพอ " นายวิษณุ กล่าว

นายวิษณุ กล่าวว่า ในอดีตโครงสร้างระบบราชการเป็นแบบจตุสดมภ์แบ่งออกเป็น4กรม เวียง วัง คลัง นา จากนั้นตั้งเป็นกระทรวงโดยระยะแรกมี12กระทรววง และปัจจุบันเรามีกระทรวงทั้งหมด20กระทรวง 20กระทรวงมากไปหรือน้อยไป และที่สำคัญหลายกระทรวงมีเหตุมีผลในการตั้งขึ้นมาเพียงพอหรือไม่ เราได้ทดลองกันมา10กว่าปี ถึงเวลาแล้วหรืออยังที่ต้องปรับโครงสร้างเสียใหม่ เพราะฉะนั้นช่วงเวลาที่ผ่านมาจนถึงวันนี้มีการพูดกันมาก เช่น มีการพูดถึงเรื่องว่าน่าจะตั้งกระทรวงทรัพยากรน้ำ เอาหน่วยงานที่เกี่ยวกับน้ำทั้งหมดมาไว้ด้วยกัน เพราะบทเรียนมหาอุทกภัยที่ผ่านมาหน่วยงานน้ำยังกระจัดกระจายกันอยู่ หากนำมารวมกันแล้วบริหารจัดการให้ดีก็น่าจะได้ประโยชน์ มีการพูดกันว่าอาจจะมีการตั้งกรมขึ้นมาสักกรมหนึ่ง เช่น กรมขนส่งทางราง กิจการที่ไม่ได้ขนส่งทางบกแต่เป็นการขนส่งทางราง หมายถึงรถไฟรางเดี่ยว รางคู่ แม้กระทั่งรถไฟความเร็วสูง หรือรถราง รถไฟฟ้า รถลอยฟ้า รถใต้ดิน น่าจะมารวมกันที่กรมขนส่งทางราง โดยรัฐดูแลออกแบบวางมาตรฐาน ก่อสร้างดูเฉพาะเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนการเดินรถก็ให้เอกชนรับช่วงต่อ

นายวิษณุ ยังกล่าวถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เจตนารมณ์ของการตั้งขึ้นไม่ได้คิดเลยว่าจะให้เป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติแห่งที่2ไม่เช่นนั้นก็จะซ้ำซ้อนกันหรือแย่งกันทำงาน แต่เขาออกแบบให้ทำ "คดีพิเศษ" ที่ตำรวจปกติจะรับมือได้ยาก ไม่ใช่คดีอาชญากรรมธรรมดาหรืออาชญากรรมตามท้องถนน(Street crime) เช่นอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ อาชญากรรมที่มีความสลับซับซ้อนมาก แต่เมื่ออยู่ไปหรืออยู่มากรมนี้มักจะเหมาเอาหลายคดีเข้ามาเป็นคดีพิเศษ จนกระทั่งไปถึงคดีที่ดูแสนจะธรรมดาก็ระดับเป็นคดีพิเศษเพื่อจะเอามาทำ

" คงต้องคิดกันเสียใหม่แล้วครับว่าตกลงกรมสอบสวนคดีพิเศษตั้งขึ้นมาเพื่อจะทำอะไรแน่ " นายวิษณุ กล่าว

ส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายวิษณุ กล่าวว่า ย้อนไป10ปีที่ผ่านมาอาจจะมีความจำเป็นที่ต้องนำมาไว้ในกระทรวงเดียวกัน แต่ตอนนี้คงต้องทบทวนแล้วว่า "ท่องเที่ยว" และ "กีฬา" อยู่ในกระทรวงเดียวกันได้หรือไม่ เพราะในที่สุดข้าราชการในกระทรวงนี้ต้องแบ่งภาคความชำนาญยากมาก เพราะจะไปด้านการท่องเที่ยวหรือด้านกีฬากันแน่ เพราะด้านหนึ่งคือด้านของเศรษฐกิจอีกด้านเป็นเรื่องของนันทนาการ สุขภาพและอนามัย และความเข้มแข็งของคนในชาติ นี่ก็เป็นเรื่องที่ต้องทบทวนกัน

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า พอมาถึงหัวข้อที่2ที่เขาจะต้องพูดถึงหากมีการปฏิรูป คือวิธีทำงานและปฏิบัติราชการ ซึ่งปัญหาใหญ่คือการทุจริตประพฤติมิชอบของวงราชการ เรื่องความล่าช้าในการให้บริการ เจ้าหน้าที่ของรัฐบางฝ่ายบางแผนกมีดุลพินิจมาก และอยู่โดยไม่มีธรรมาภิบาล

" ธรรมาภิบาลคือทำอะไรต้องยึดตัวบทกฎหมายคือกติกาเป็นหลัก สองคือทำอะไรต้องโปร่งใส สามทำอะไรต้องทำด้วยความรับผิดรับชอบ สี่ทำอะไรก็ตามต้องเข้าอกเข้าใจกหัวอกของคน ห้าทำอะไรก็ตามต้องยึดเรื่องของการคุ้มทุนคุ้มค่าประหยัดทั้งเวลาของราชการและประชาชนที่มาติดต่อราชการ และสุดท้ายต้องมีการหมั่นประเมินผล เมื่อประเมินแล้วดีก็ทำให้ดียิ่งขึ้น เมื่อประเมินแล้วแย่ก็ต้องปรับปรับให้ดีขึ้น " นายวิษณุ กล่าว

ที่ปรึกษาคสช. กล่าวว่า ต้องมีกฎกติกาอะไรออกมาหลายอย่างในการติดต่อราชการด้วยความสะดวกสบายในการบริการ และให้เกิดความโปร่งใสสุจริต ซึ่ง2เดือนที่ผ่านมา ท่ามกกลางประกาศของคสช.หลายฉบับแต่มีฉบับหนึ่งระบุว่าการประชุมอะไรก็ตามถ้าไม่มีกฎหมายระบุไว้เป็นพิเศษ แทนที่จะเชิญกรรมการมาประชุมแล้วนับองค์ประชุม สุดท้ายครบหรือไม่ครบองค์ประชุมบ้างการประชุมก็ล่ม ซึ่งวันนี้การสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์นั้นสะดวกสบายมาก ทำไมเราไม่เปิดให้มีการสื่อสารทางไกลโดยใช้ระบบโทรทัศน์มีการถ่ายทอดเห็นภาพเห็นเสียงแทนแล้วก็นับองค์ประชุมได้แทนที่จะต้องมานับองค์ประชุม เว้นเสียแต่ว่าเป็นเรื่องลับที่จำเป็นต้องมาเจอกัน อย่างนี้ก็ทำให้มีมติคลี่คลายกัน คณะกรรมการที่ประชุมปีละครั้งก็อาจจะประชุมบ่อยขึ้นได้

นายวิษณุ กล่าวว่า เวลานี้มีการเตรียมกฎหมายไว้บางฉบับที่จะเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ในเร็ววันนี้ที่จะเอื้อต่อการไปขอรับบริการจากทางราชการ เช่น ต้องกำหนดให้ส่วนราชการที่มีอำนาจอนุญาต อนุมัติ ท่านต้องทำให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด หรือระเบียบราชการที่ทำให้เยิ่นเย้อชักช้า ให้อำนาจเจ้าหน้าที่มากเกินไป และลับ ลับมากเกินไปก็จะเปลี่ยนให้มีการเปิดเผยอย่างมีเหตุผล คนที่เขาขอดูขอทราบต้องบอกเขาได้ และเป็นเพราะอะไรถึงไม่อนุญาตและไม่อนุมัติ

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า เอกสารราชการที่หลายคนมาติดต่อเรียกให้ขนมาหมด บัตรประชาชน บัตรเปลี่ยนชื่อ ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน สุดท้ายเอามาเก็บก็ไม่รู้จะเก็บไว้ทำไม วันนี้ถ้าเรายอมรับว่าเรามีระบบบัตรประจำตัวประชาชน13หลัก แต่ละอย่างสื่อความและใช้คอมพิวเตอร์ถอดออกมาได้เลยว่าผู้ที่มาติดต่อนั้นเป็นใครมาจากไหน รู้กระทั่งหมู่เลือด ศาสนา และประวัติหลายอย่าง ทำไมเราถึงไม่นำระบบนี้เข้ามาใช้ และลดภาระประชาชนในการถ่ายเอกสารมากมาย

" สมัยที่ผมเป็นเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเคยขบขันเรื่องหนึ่งส่วนราชการแห่งหนึ่งมาของบประมาณนำไปสร้างตึก ท่านนายกฯในเวลานั้นถามว่าเอาตึกไปทำอะไร ส่วนราชการตอบว่าเอาไปเก็บเอกสาร เอกสารก็มาจากคนที่เขามาติดต่อราชการแล้วมายื่นไว้ครับ ท่านนายกเลยถามว่าทำไมไม่เผาหรือว่าาทำลาย ส่วนราชการบอกว่าไม่ได้ครับต้องเก็บไว้ 50 ปีก็ต้องเก็บ เวลานี้ไม่มีที่จะเก็บจึงต้องมาของบไว้เพื่อเก็บเอกสารเหล่านั้น ถามว่าท่านมีเวลาดูไหมก็ไม่มีเวลาดู แต่ก็ไม่มีกฎหมายให้ทำลาย " นายวิษณุ กล่าว