จุฬาราชมนตรียื่นไขก๊อกสนช.แล้ว ยันไม่รู้ล่วงหน้าได้รับการแต่งตั้ง ฝากทุกฝ่ายช่วยแก้ปัญหาประเทศ
นายปรีดา เชื้อผู้ดี ที่ปรึกษาจุฬาราชมนตรี เป็นตัวแทนนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ได้เดินทางมายื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ผ่านนางนิภาพร ศรีสุวรรณ รองเลขาธิการวุฒิสภา โดยนายปรีดากล่าวว่า จุฬาราชมนตรีขอขอบคุณคสช.ที่แต่งตั้งเป็นสนช. แต่เห็นว่า ตำแหน่งจุฬาราชมนตรีเป็นผู้นำสูงสุดในการบริหารกิจการศาสนาอิสลาม ไม่ควรมีสถานะดำรงทางการเมืองเช่นเดียวกับผู้นำสูงสุดของศาสนาอื่น จึงได้ทำหนังสือถึงหัวหน้าคสช.เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อไม่ขอรับตำแหน่งดังกล่าว โดยมีความยินดีให้คำปรึกษาและเสนอแนะ ประสานความเข้าใจเกี่ยวกับศาสนาอิสลาม และภารกิจด้านต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมต่อไป โดยจุฬาราชมนตรีฝากบอกว่า ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันแก้ปัญหาให้ประเทศ และให้คสช. เร่งสร้างความปรองดอง และแก้ปัญหาเศรษฐกิจ จากนั้นให้คืนอำนาจแก่ประชาชน
“จุฬาราชมนตรีไม่ทราบมาก่อนล่วงหน้าว่าจะได้รับการแต่งตั้งและไม่เคยมีการทาบทามมาก่อนเพิ่งมาทราบตอนที่มีการโปรดเกล้าฯรายชื่อลงมา “นายปรีดา กล่าว
นายปรีดา กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีการเสนอชื่อจุฬาราชมนตรีจะขัดพ.ร.บ.การบริหารองค์กรศาสนาอิสลามพ.ศ.2540 ที่ห้ามจุฬาราชมนตรีดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น มาตรา 41 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ระบุว่า กรณีที่มีบทบัญญัติกฎหมายใดกำหนดคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง มิให้นำบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้น มาบังคับใช้แก่ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งในคสช. สนช. สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ดังนั้นจึงสามารถเป็นสนช.ได้ แต่การไม่รับตำแหน่งสนช. เป็นเรื่องความเหมาะสมของการเป็นผู้นำสูงสุดศาสนาอิสลามเท่านั้น


