ปลัดกระทรวงการต่างประเทศเรียกประชุมเจ้าหน้าที่และโฟนอินกับเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงตริโปลี หามาตรการอพยพคนไทย
นายณัฎฐวุฒิ โพธิสาโร รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานศูนย์ช่วยเหลือคนไทยในลิเบีย เปิดเผยภายว่านายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลคนไทยในลิเบีย โดยใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมงว่า ได้มีการโฟนอินสอบถามสถานการณ์ในลิเบีย รวมถึงการดูแลช่วยเหลือคนไทยจากเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงตริโปลีว่า วานนี้มีระเบิดลงในบริเวณใกล้เคียงกับสถานทูต โดยห่างออกไปเพียง 3-4ตึก ซึ่งถือว่าสถานการณ์ไม่ปลอดภัย จึงตั้งออฟฟิคเพื่อประสานช่วยเหลือคนไทยในบริเวณชายแดนลิเบีย เพื่อคอยอำนวยความสะดวกให้กับคนไทย โดยขณะนี้มีคนไทยรอที่จะข้ามแดนไปเจอร์บาชองตูนีเซีย 40 คน ซึ่งอยู่ระหว่างการประสาน เนื่องจากมีคนไปรอออกจากชายแดนลิเบียจำนวนมาก และเกิดการชุลมุน จึงมีการปิดชายแดนเป็นระยะ ๆ อย่างไรก็ตามมีคนไทยที่แจ้งความจำนงกับสถานทูตชัดเจนในการขอความช่วยเหลือในการอพยพมีจำนวน 562 คน ในจำนวนนี้ 18 คนจะเดินทางออกมาจากตูนิสในวันพรุ่งนี้ (4 ส.ค.)และคาดว่าจะมาถึงไทย 6 ส.ค. และอีก81 คนจะออกเดินทาง 6 ส.ค.และคาดว่าจะถึง 8 ส.ค.ขณะที่มีคนไทย 410 คนที่นายจ้างจะเป็นผู้ดูแลจัดการในการอพยพให้ ส่วนอีก 310 คนไม่แน่นอนว่าจะกลับหรือไม่กลับไทย และมี 30 คนที่แจ้งความจำนงชัดเจนว่าขออยู่ในลิเบียต่อ
"การอยพยจากตริโปลี เราต้องหาทางส่งคนทางบกจากรอบตริโปลีให้ข้ามแดนได้ ซึ่งตรงชายแดนค่อนข้างชุลมุน ปัญหาหลักคือหลายคนไม่มีเอกสาร บางคนนายจ้างเก็บไว้ ก็ต้องประสานทางการตูนีเซียเพื่อให้ช่วยข้ามแดนได้ และพอเกิดความวุ่นวายที ก็ปิดพรมแดนที และการเดินทางก็ต้องประสาน รอคนเคลียร์พื้นที่ให้ ว่าต้องปลอดดภัย เพราะมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายอาจซุ่มอยู่ระหว่างทางได้ แต่เราก็พยายามอย่างเต็มที่ในการขนย้ายคนออกมาในที่ปลอดภัยและเดินทางกลับ"นายณัฎฐวุฒิ กล่าว
ส่วนสถานการณ์การสู้รบในอิสราเอลนั้น รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้ถือว่าความเสี่ยงลดลง โดยส่วนใหญ่ที่มีปัญหาอยู่ที่ฉนวนกาซ่า ซึ่งสถานทูตไทยในกรุงเทลอาวีฟได้แนะนำให้คนที่อยู่ในฉนวนกาซ่าออกมาจากพื้นที่ดังกล่าว หรือหากยังอยู่ในพื้นที่ก็ต้องปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด หากได้ยินสัญญาณเตือนไป จะต้องไปหลบในที่ปลอดภัย





