"โฆษกกอ.รมน."เผยตร.ร้องขอให้เขตศก.3จว.ชายแดนใต้ห้ามสวมหมวกกั้นน็อค ระบุผลประชุมคปต.ตั้งคกก. 4 ชุดพูดคุยกับกล
พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้(คปต.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบตามที่เลขาฯสมช.เสนอให้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพูดคุยสันติสุขกับกลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จ.ชายแดนภาคใต้ จำนวน 4 ชุด โดยชุดแรกจะเป็นชุดที่เป็นผู้ดำเนินการพูดคุย ส่วนอีก 3 ชุด จะเป็นฝ่ายสนับสนุนแนวทางและนโยบายการพูดคุย ซึ่งยังไม่ได้กำหนดตัวบุคคลที่จะเข้าไปนั่งเป็นกรรมการ
โฆษกกอ.รมน. กล่าวอีกว่า พล.อ.อุดมเดช สีตะบุตร เลขาธิการคสช.ในฐานะประธานคปต.ได้กล่าวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งสร้างความเข้าใจกับชุมชนในพื้นที่ และให้เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะให้ลดขั้นตอนการดำเนินคดีและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ ให้บูรณาการร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยจะนำระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนท์มาร่วมกับซักถามพยาน เพื่อลดขั้นตอนในการปฎิงานให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว พร้อมจัดทำคู่มือให้เจ้าหน้าที่ระดับปฎิบัติเข้าใจวิธีปฎิบัติอย่างถูกต้อง ทั้งนี้คปต.จะมีการประชุม 2 สัปดาห์ต่อครั้งเพื่อติดตามการทำงานของหน่วยงานต่างๆที่ได้รับมอบหมายงาน
พ.อ.บรรพต กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นที่ประชุมยังเห็นชอบให้ตั้งสำนักงานเลขานุการคปต.ขึ้นที่ชั้น 7 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ80 พรรษา เพื่อติดตามและประสานการทำงาน หลังจากนี้จะนำผลการประชุมเสนอเข้าที่ประชุมคสช.ชุดใหญ่พิจารณาต่อไป
เมื่อถามว่าในที่ประชุมได้หารือถึงสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 3จ.ชายแดนภาคใต้หรือไม่ พ.อ.บรรพต กล่าวว่า มีการข่าวเป็นระยะ เรากำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมให้ได้ หากเกิดเหตุจะส่งผลกระทบในหลายด้าน ส่วนข้อเสนอของตำรวจในพื้นที่ไม่ให้ใส่หมวกกันน็อคในเขตเศรษฐกิจให้สามารถมองเห็นผู้ขับขี่ได้ชัดเจนนั้น เรื่องนี้เราประสานตำรวจซึ่งมีอำนาจบังคับใช้กฎหมายจราจรให้ขอความร่วมมือประชาชนในการดูแลความเรียบร้อย
เมื่อถามกรณีที่ข่าวว่านักวิชาการสถาบันพระปกเกล้า เสนอแนะให้นำแนวทางแก้ปัญหาของประเทศอื่นๆ เช่น ฟิลิปปินส์ มาใช้เพื่อแก้ปัญหา พ.อ. บรรพต กล่าวว่า เรานำแผนของประเทศอื่น ทั้งอาเจะห์ ศรีลังกา เป็นต้น ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ประชุมมีความกังวลกับข่าวที่นายสะแปอิง บาซอ ไปใช้ฐานประเทศเพื่อนบ้านในการฝีกแนวร่วม โฆษกกอ.รมน. กล่าวว่า ตนดูรายละเอียดที่เป็นข่าวแล้วไม่พบเรื่องของสถานที่และเวลาในการฝึก ซึ่งข่าวประเภทนี้มีเยอะมาก ยืนยันว่าหน่วยงานความมั่นคงไม่ได้เป็นผู้ปล่อยข่าวแน่นอน


