วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อ้าง'คสช.'รีดส่วยผู้ค้า

ทหารปูดมาเฟียอ้างคสช.รีดส่วยผู้ค้าพัฒน์พงศ์ ไถเดือนละ7แสน-กระจาย12หน่วยงาน มทภ.1ยันไม่ปกป้อง"เสธ.เจมส์"

"นายทหารพระธรรมนูญ"หอบหลักฐานเด็ด เข้าแจ้งความตำรวจให้ดำเนินคดีกลุ่มมาเฟียรีดเงินผู้ค้าพัฒน์พงศ์ ปูดแอบอ้างคสช.จัดระเบียบ รับส่วยเดือนละ 7 แสน จาก 200 ร้านค้า ส่งเจ้าหน้าที่ 12 หน่วยงาน ด้านแม่ทัพภาค 1 เผยรายงาน"ประยุทธ์"ทราบเรื่องแล้ว ระบุมาเฟียเหลือ "กลุ่มมีสี"ไม่กี่คน ขณะผู้ค้าพัฒน์พงศ์ยื่นคสช.ขอความเป็นธรรม ป้อง "เสธ.เจมส์"

กรณีทหารผนึกตำรวจล่อจับ พล.ต.เจนรณรงค์ เดชวรรณ หรือ “เสธ.เจมส์” ผู้ทรงคุณวุฒิประจำสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย น.ส.นงนุช สิทธิรัตน์ นายปานทอง ศิริวรรณ์ นางจันทิมา โชติกิตติเกษม และ น.ส.สุรัตน์ พุ่มพวง ฐานมีส่วนพัวพันกับการเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการค้านย่านซอยพัฒน์พงษ์ ถนนสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ นั้น นายทหารพระธรรมนูญ ได้เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บ่ายวานนี้(31 ก.ค.) ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ท.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ พล.ม.2 รอ.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สารวัตรทหาร ได้พาเจ้าหน้าที่ทหารชุดปฏิบัติการ เข้าให้ปากคำและข้อมูลเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน พร้อมนำหลักฐานประกอบด้วย เงินสด 27,000 บาท สำเนาธนบัตรที่กลุ่มผู้ค้าได้จ่ายเงินค่าคุ้มครอง โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง สมุดบัญชีที่มีการจดรายชื่อแผงค้าและยอดเงิน และหน่วยความจำหรือฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิดของโรงแรมตะวันนา ย่านถนนสุรวงศ์ มามอบให้ไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินคดี

พ.ท.บุรินทร์ เปิดเผยว่า ด้านการข่าวพบว่ามีรายละเอียดการจ่ายเงินให้กันแยกเป็นขนาดของแผงค้า เช่น แผงร้านขายนาฬิกา ความกว้าง 2 เมตร เก็บเงิน 10,000 บาท ร้านขายกระเป๋า เครื่องหนัง เก็บร้านละ 5,000 บาท ส่วนร้านขายของเบ็ดเตล็ด ร้านละ 2,000 บาท โดยทั้งหมดมีอยู่ประมาณ 200 ร้านค้า รวมยอดเงินประมาณ 700,000 บาทต่อเดือน ภายหลังจากรับเรื่องร้องเรียนแล้ว ตนจึงนำข้อมูลไปปรึกษากับผู้บังคับบัญชา ก่อนจะส่งเจ้าหน้าที่แฝงตัวเข้าไปสืบสวนและดำเนินการ

ปูดส่วยพัฒน์พงศ์พันจนท.12หน่วยงาน

พ.ท.บุรินทร์ กล่าวต่อว่า มีการเฝ้าตรวจสอบข้อเท็จจริงระยะหนึ่งก็พบว่า มีการเรียกรับเงินในส่วนดังกล่าวจริง และมีใครเกี่ยวข้องเป็นคนเรียกเก็บเงินก่อนไปส่งให้กับใคร กระทั่งพบข้อมูลว่า มีทหารยศนายพล เข้ามาเกี่ยวพันด้วย แต่ทางเจ้าหน้าที่ทหารที่แฝงตัวเข้าไปยังไม่มั่นใจในข้อมูลและหลักฐานต่างๆ จึงมีการประสานผู้บังคับบัญชาตลอดเวลา ก่อนจะมีการวางแผนจับกุม โดยที่แม่ค้าซึ่งเป็นคนจ่ายเงินให้ความร่วมมือจ่ายเงินจำนวน 2,000 บาท มีการถ่ายสำเนาและไปลงบันทึกประจำวันเอาไว้ จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาที่เป็นพลเรือนทั้ง 4 คน จะคอยเดินเก็บเงิน มีพฤติกรรมคือ ผู้หญิงเป็นคนเก็บ ส่วนผู้ชายจะคอยยืนบัง แล้วจดใส่สมุดบัญชีว่าผู้ค้ารายใดจ่ายเงินแล้วบ้าง

"มีการเก็บเงินมาได้แล้ว 20,000 กว่าบาท จากนั้นก็เอาไปส่งให้ พล.ต.คนนี้ ที่กำลังนั่งรออยู่ที่ล็อบบี้โรงแรมตะวันนา เจ้าหน้าที่ซึ่งเฝ้าตามมาอยู่แล้ว จึงเข้าควบคุมตัวและยึดของกลางทั้งหมด ก่อนจะเข้าไปพบกับ พล.ต.คนดังกล่าว ระหว่างนั้นจึงได้แจ้งทางตำรวจ สน.บางรัก เจ้าของท้องที่มาดำเนินการ เพราะฉะนั้นหลักฐานส่วนนี้ก็มีอยู่ รวมทั้งแม่ค้าที่จ่ายเงินก็พร้อมเป็นพยานด้วย"

พ.ท.บุรินทร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้จากการตรวจสอบหลักฐานที่พบ ยังมีการระบุว่าเงินที่ได้มานั้นมีการนำไปจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่อีกหลายหน่วยงาน รวมทั้งหมด 12 หน่วย นอกจากนี้แม่ค้าที่เป็นพยานยังเปิดเผยด้วยว่าจำเป็นต้องจ่ายเงิน ถ้าไม่จ่ายก็ขายของไม่ได้ หรือไม่ก็จะโดนจับ หรือถูกกลั่นแกล้ง

"แล้วยังพบหลักฐานอีกส่วนคือ การออกสติ๊กเกอร์ในนาม ศูนย์ประสานงานราชการจัดระเบียบถนนพัฒน์พงศ์ นำไปแจกจ่ายกับกลุ่มผู้ค้า เหมือนเป็นการอ้างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จัดระเบียบต่างๆ หลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ แล้ว จะขยายผลให้ถึงเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ ที่มีการรับส่วย"

ตร.ชี้หลักฐานเพียงพอเอาผิดได้

ด้าน พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป.กล่าวว่า หลังจากมีการร้องทุกข์กล่าวโทษแล้ว ทางพนักงานสอบสวนก็จะเรียกพยานมาสอบสวน ไม่ว่าจะเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กลุ่มผู้ค้าที่จ่ายเงินค่าคุ้มครอง เบื้องต้นน่าจะเข้าข่ายความผิดฐานกรรโชกทรัพย์ แต่จะพิจารณาตามข้อกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย โดยหากเชื่อมโยงถึงใครก็ดำเนินคดีทุกราย และยืนยันว่าทางตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า ในส่วนของทหารที่กระทำความผิดเป็นคดีอาญา ก็จะต้องขึ้นศาลพลเรือน เนื่องจากฐานความผิดยังไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะไปดำเนินคดีในศาลทหาร และเนื่องจากคดีนี้มีพยานบุคคลเป็นจำนวนมาก จะเสนอผู้บังคับบัญชา เพื่อตั้งเป็นรูปคณะพนักงานสอบสวน บก.ป.ในการดำเนินคดี สำหรับหลักฐานต่างๆ เชื่อว่าน่าจะเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องได้

"จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า กลุ่มดังกล่าวน่าจะกระทำกันมาเป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้ว" พ.ต.อ.ประสพโชค ระบุ

แม่ทัพภาค1ยันไม่ป้อง"เสธ.เจมส์"

พล.ท.ธีรชัย นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย(ผบ.กกล.รส.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า แม้จะเป็นนายทหารระดับสูง แต่ถ้าพบว่าทำความผิดจริงก็ต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย และดำเนินการเอาผิดทางวินัย ซึ่งกองทัพจะไม่ปกป้อง เพราะถ้าคิดจะช่วยเหลือกันก็คงไม่เข้าจับกุม

"ตอนนี้กลุ่มมาเฟีย หรือผู้มีอิทธิพลได้หายไปเกือบหมดแล้ว เหลือไม่กี่รายที่พบว่าเป็นคนมีสี ซึ่งคสช.จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด และผมได้รายงานเรื่องดังกล่าวให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.รับทราบแล้ว"

ปลัดกห.ไฟเขียวดำเนินคดีตามกฎอัยการศึก

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายทหารยศพลตรี พัวพันเรียกเก็บค่าคุ้มครองว่า หากมีการกระทำความผิดก็ว่าไปตามกฎหมาย และให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ดำเนินการตามกฎอัยการศึก ทั้งนี้ขอเตือนกำลังพลสังกัดกระทรวงกลาโหมทุกคนว่าอย่าไปยุ่งเกี่ยวหรือเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย เพราะคสช.จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยเฉพาะการปราบปรามกลุ่มมาเฟียและผู้มีอิทธิพล

"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมรู้สึกแปลกใจเพราะไม่น่าเชื่อว่าจะมีทหารกล้ากระทำการในลักษณะดังกล่าว ทั้งที่คสช.ดำเนินการอย่างจริงจังกับเรื่องนี้ ซึ่งหากผิดจริงก็คงรับโทษหนัก เพราะเป็นทหารและอยู่ในช่วงประกาศกฎอัยการศึก เรื่องนี้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการสอบเรื่องดังกล่าวอีก ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการไปตามกฎอัยการศึกได้เลย" ปลัดกระทรวงกลาโหม กล่าว

ผู้ค้าร้องคสช.ให้ความเป็นธรรม"เสธ.เจมส์"

บ่ายวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มพ่อค้า แม่ค้าในตลาดพัฒน์พงศ์ ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนถึง หัวหน้า คสช. เพื่อขอความเป็นธรรมให้ พล.ต.เจนณรงค์ และคณะ โดยอ้างว่า มีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเข้าเก็บค่าคุ้มครองจากพ่อค้าแม่ค้าเป็นจำนวนมาก และถูกกดขี่ข่มเหงเป็นเวลากว่า 20 ปี พ่อค้า แม่ค้าจึงรวมตัวกันไปร้องเรียนตามหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้แก้ไขปัญหาดังกล่าว และได้ขอให้ พล.ต.เจนณรงค์ เข้าจัดการกลุ่มผู้มีอิทธิพลเหล่านี้ ซึ่งพล.ต.เจนณรงค์ ได้เข้าช่วยเหลือจัดระเบียบให้กลุ่มพ่อค้า แม่ค้ามากว่า 2 เดือนแล้ว แต่ก็ยังถูกผู้มีอิทธิพลกลั่นแกล้ง โดยแจ้งไปยังคสช.ให้เข้าไปสอบสวน พล.ต.เจนณรงค์ ฐานพัวพันกับการเรียกรับผลประโยชน์ โดยที่ไม่ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง

"เสธ.เจมส์ เป็นคนเข้าช่วยเหลือและจัดระเบียบในตลาด ถ้าผมเป็นคนเสียผลประโยชน์ถูกเก็บค่าคุ้มครองจากเสธ.เจมส์จริง จะรวมตัวมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้เขาทำไม" ตัวแทนพ่อค้าระบุ