ส.อ.ท.ระบุ หลังประกาศใช้รธน.ชั่วคราวนักลงทุนมั่นใจมากขึ้น เผยดัชนีความเชื่อมั่นอุตสาหกรรมเพิ่มต่อเนื่อง
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยว่า การประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะส่งผลให้นักลงทุนทั้งใน และต่างประเทศ เกิดความเชื่อมั่นประเทศไทยมากขึ้น เนื่องจากเป็นไปตามกรอบเวลาของแผนแม่บท (โรดแมพ) การบริหารประเทศที่คสช.กำหนดไว้ จึงทำให้นักลงทุนมั่นใจว่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ภายในเดือน ส.ค. - ก.ย. นี้ รวมทั้งการเลือกตั้งภายในปี 2558 ส่งผลให้แผนการลงทุนต่างๆ จะเป็นไปตามเป้าหมายที่คสช.กำหนดไว้
ส่วนการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทปัจจุบันที่แข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 31.99 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐนั้น เกิดจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น หากทั้งปีเคลื่อนไหวในกรอบ 31.50 - 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ยังถือเป็นระดับที่ไม่ผันผวนมากนัก
สำหรับผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทยในเดือนมิ.ย. อยู่ที่ระดับ 88.4 เพิ่มขึ้นจากระดับ 85.1 ในเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 เนื่องจากผู้ประกอบการเห็นว่า สถานการณ์การเมืองเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่งผลดีต่อการขับเคลื่อนและฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ประกอบกับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้คำสั่งซื้อในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น เช่น เสื้อผ้ากีฬา รองเท้ากีฬา อุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทเครื่องรับโทรทัศน์ดีขึ้น
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 101.9 เพิ่มขึ้นจากเดือนพ.ค. อยู่ที่ 101 ชี้ให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีความมั่นใจในสถานการณ์ในอนาคตจะส่งผลให้การประกอบการธุรกิจปรับตัวดีขึ้น ทั้งยอดขาย และกำไร
“ผู้ประกอบการยังกังวลกรณีที่ไทยถูกปรับลดบัญชีการค้ามนุษย์ลงไปอยู่ที่ระดับต่ำสุด (เทียร์ 3) ซึ่งทำให้การส่งออกสินค้าไทยไปยังตลาดสหรัฐ และสหภาพยุโรป โดยเฉพาะสินค้าประมงที่อาจจะมียอดขายลดลง จึงต้องการให้ภาครัฐเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการในการขยายตลาดส่งออกใหม่ๆ ขณะเดียวกันต้องเร่งพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งและโครงสร้างพื้นฐาน ให้ไทยเป็นศูนย์กลางเออีซี รวมถึงปรับปรุงระเบียบและขั้นตอนการขอใบอนุญาต เพื่อสนับสนุนให้เกิดการลงทุนมากขึ้น" นายสุพันธุ์ กล่าว





