วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาดว่าที่สมาชิกสภาปฏิรูปฯ1ต.ค.ครบ250คน

"ภุชงค์"เผยคสช.เปิดรับการเสนอชื่อ-ตรวจคุณสมบัติ"ว่าที่สมาชิกสภาปฏิรูปฯ คาด1ต.ค.ได้ครบ250คน

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. แถลงภายหลังการประชุมกกต.ว่า ที่ประชุมกกต.ได้รับทราบกรณีที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ซึ่งในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมาทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้เชิญตนเองและเจ้าหน้าที่กกต.ไปหารือร่วมกับคณะกรรมการกฤษฎีกาโดยได้มีการมอบหมายให้สำนักงานกกต.เป็นฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ซึ่งจากนี้ทางสำนักงานฯจะรอให้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ. .... ที่อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 30 ในการออกประกาศใช้ ซึ่งคาดว่าน่าจะออกประกาศในเร็วๆ นี้ และเมื่อพ.ร.ฎ.ดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้วกระบวนการในการสรรหาก็จะเริ่มขึ้น

นายภุชงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับการสรรหาสปช. จะมาจาก 2 ส่วน คือ ในส่วนจังหวัดที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้เสนอชื่อบุคคลมาจังหวัดละ 5 คน เพื่อให้คสช.เลือกเหลือจังหวัดละ 1 คนนั้น กระบวนการสรรหาสปช.ระดับจังหวัดตามพ.ร.ฎ.ที่จะออกมาจะให้มีคณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัดๆ ละ 1 คณะ ทั้ง 77 จังหวัดที่จะประกอบไปด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้พิพากษาหรือหัวหน้าศาล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนตำบล ประธานกกต.จังหวัด โดยมีผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเป็นฝ่ายเลขานุการ ขณะที่ในส่วนกรุงเทพมหานคร จะมีประธานที่ประชุมอธิการบดี อธิบดีศาลแพ่ง ปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสภาชุมชนเขต ประธานกกต.กรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร เป็นเลขานุการ

นายภุชงค์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่ 2 การสรรหาสปช.จาก 11 ด้านตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 27 นั้น ในพ.ร.ฎ. จะกำหนดให้คสช.ตั้งคณะกรรมการสรรหาในแต่ละด้านรวม 11 คณะ คณะละ 7 คน โดยสำนักงานกกต.ทำหน้าที่เป็นฝ่ายธุรการของคณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 คณะ ซึ่งจะมีหน้าที่ในการเปิดรับการเสนอชื่อบุคคลเป็นสปช.จากองค์กรนิติบุคคลที่ไม่แสวงหากำไรหรือผลประโยชน์ ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคลแล้ว โดยให้แต่ละองค์กรประชุม เพื่อมีมติเสนอชื่อบุคคลที่จะเข้ารับการสรรหาเป็นสปช. องค์กรละไม่เกิน 2 คน ซึ่งจะต้องได้รับการยินยอมจากผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อ ซึ่งเบื้องต้นกกต.วางกรอบเวลาไว้ว่าอาจจะเปิดให้มีการเสนอชื่อประมาณ 15 วัน จากนั้นสำนักงานกกต.ก็เชิญประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นสปช. ซึ่งอาจจะใช้หน่วยงานเดียวกับเมื่อครั้งตรวจสอบคุณสมบัติ ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นส.ว.สรรหา ที่มีอยู่ 7 องค์กร และเมื่อได้รับข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อแล้วทางสำนักงานกกต.ก็จะรวบรวมส่งให้กับคณะกรรมการสรรหาในแต่ละด้าน โดยทางสำนักงานกกต.จะทำได้เพียงมีข้อสังเกตในคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อแต่ละรายเท่านั้นจะไม่สามารถตัดชื่อออกบัญชีได้แม้ว่าบุคคลนั้นจะขาดคุณสมบัติก็ตาม

"การสรรหาในส่วนนี้คสช.เปิดกว้างมากตอนนี้มีนิติบุคคลที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้วกว่า 3 พันแห่ง พรรคการเมืองก็ถือเป็นนิติบุคคลที่สามารถเสนอชื่อหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคเข้ามาเป็นสปช.ได้ วัด โรงเรียน หรือแม้แต่กกต. ก็เสนอชื่อได้ รวมทั้งไม่ได้จำกัดว่าองค์กรนิติบุคคลที่จะเสนอชื่อนั้นต้องเป็นองค์กรที่ทำงานเฉพาะที่เกี่ยวกับ 11 ด้านที่รัฐธรรมนูญกำหนด แต่กำหนดเพียงว่าผู้ได้รับการเสนอชื่อจะต้องเสนอได้เพียงด้านเดียวเท่านั้น จะเสนอเกินหนึ่งด้านไม่ได้"นายภุชงค์ กล่าว

นายภุชงค์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม การเปิดกว้างในการสรรหาดังกล่าวอาจทำให้มีจำนวนนิติบุคคลและผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นสปช.มีเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งในพ.ร.ฎ .ก็ได้มีการกำหนดไว้ว่าคณะกรรมการสรรหาในแต่ละด้านได้รับรายชื่อ พร้อมประวัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นสปช.แล้ว ให้คณะกรรมการสรรหาแต่ละด้านเสนอชื่อผู้ได้รับการสรรหาต่อคสช.ด้านละไม่เกิน 50 คน หรือไม่น้อยกว่ากี่งหนึ่งของจำนวนที่มีการเสนอชื่อในแต่ละด้าน เพื่อให้คสช. เลือกสปช. จาก 11 ด้านให้เหลือ 173 คน และเมื่อนำไปรวมกับสปช.ที่มาจากจังหวัดทั้ง 77 จังหวัดที่คสช.เลือกแล้วจังหวัดละ 1 คน ก็จะได้สปช.รวม 250 คนตามที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวมาตรา 30 กำหนดไว้ โดยทั้งกระบวนนั้นพ.ร.ฎ.จะกำหนดให้มีเวลาในการสรรหาสปช.ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันดังนั้นคาดว่า ช้าที่สุด 1 ต.ค.จะได้สปช.ทั้ง 250 คน โดยกกต.พร้อมดำเนินการในทันทีเมื่อพ.ร.ฎ. มีผลบังคับใช้ ขณะนี้ก็ได้มีปฏิทินกรอบเวลาในการทำงานแต่ละขั้นตอนไว้แล้ว และพร้อมเปิดรับการเสนอชื่อจากองค์กรนิติบุคคลได้ทันที

นายภุชงค์ ยังกล่าวด้วยว่า ขั้นตอนการสรรหาสปช.นี้จะไม่ต้องผ่านมติของที่ประชุมกกต. แต่ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่า กกต.จะไม่มีงานทำงาน กกต.ยังมีงานทำอีกมาก ทั้งในเรื่องการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย 5 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งเพื่อเตรียมข้อมูลไว้หากคสช.ต้องการ ก็พร้อมจะเสนอ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า จะมีการยุบองค์กรอิสระนั้น ในการแถลงข่าวเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวนายวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ก็ได้แถลงไว้ชัดเจนแล้วว่า องค์กรอิสระก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม ดังนั้นพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ต้องตั้งใจทำงานตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป