ศาลนัดลูกจ้าง-กทม.ไต่สวนคดีหักเงินเดือน

ศาลปกครอง นัด"ลูกจ้าง-กทม." ไต่สวนเพิ่ม 15-20 วัน คดีหักเงินเดือนหลักแสน
นายโชติ เขียวจันทร์ ลูกจ้างกองโรงงานช่างกล สำนักการคลัง กทม. กล่าวภายหลังศาลปกครองนัดคู่ความทั้งสองฝ่ายไต่สวน เพื่อพิจาณาคำร้องขอกำหนดมาตราการคุ้มครองชั่วคราวในคดีที่ลูกจ้างกทม. ถูกสำนักการคลังเรียกรับเงินเดือนคืนหลักแสนบาท ว่า วันนี้ศาลได้ใช้เวลาไต่สวนประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ก่อนที่ศาลปกครองจะได้นัดคู่ความทั้งสองฝ่ายทั้งลูกจ้างกทม. และกทม.มาไต่สวนเพิ่มเติมในเวลา 15-20 วัน ก่อนจะมีคำตัดสินว่าจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ ซึ่งลูกจ้างกทม.ยังเชื่อว่ามีแนวโน้มไปในทางที่ดี เพราะคิดว่าศาลได้มองถึงความเดือดร้อนของลูกจ้างเป็นหลัก และลูกจ้างกทม.ก็ยังเชื่อมั่นว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากศาล ภายหลังที่ผ่านมาลูกจ้างกทม.ถูกหักเงินเดือนตั้งแต่ปลายปี 2556
ด้านนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ หัวหน้าสำนักงานทนายความรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ซีอีโอ บริษัทแอพพ์เดียสตูดิโอ จำกัด ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายลูกจ้างประจำกทม. กล่าวว่า คดีนี้ลูกจ้างกทม.ได้ขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งทุเลาคำสั่งหักเงินเดือนของลูกจ้างกทม.จนกว่าจะมีคำตัดสิน โดยทราบมาว่าในเอกสารสำคัญในการเรียกคืนเงินเดือนมีลายเซ็นต์ของม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. แต่ฝ่ายลูกจ้างก็ยังไม่เห็นเอกสารตัวจริงว่าเป็นเอกสารใด เพราะกทม.ไม่เคยมอบหนังสือดังกล่าวเพื่อชี้แจงให้กับฝ่ายลูกจ้างได้รับทราบ โดยในช่วง 15-20 วัน หากศาลได้เรียกเอกสารฉบับนี้ทางฝ่ายลูกจ้างก็จะขอดูเอกสารฉบับนี้ด้วย ภายหลังลูกจ้างกทม. 136 คน ได้ยื่นฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งเรื่องการลดเงินเดือนไปแล้ว โดยขณะนี้ก็จะมีลูกจ้างอีก 300 กว่าคนมาฟ้องคดีเพิ่มเติมเพื่อขอความเป็นธรรม
"วันนี้ลูกจ้างนัดหยุดงานเพื่อมาฟังคำพิจารณาของศาล เพื่อหวังว่าศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว หากศาลท่านมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว การหักเงินเดือนลูกจ้างที่ผ่านมาก็จะยังไม่เป็นผล จนกว่าศาลจะมีคำตัดสินออกมา โดยระหว่างนั้นกทม.ก็ต้องคืนเงินเดือนในส่วนที่หักไปตั้งแต่เดือนต.ค.2556 เพื่อคืนให้กับลูกจ้างกทม.ด้วย"นายณรงค์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในหนังสือสำนักการคลัง กทม.ได้ส่งมายังลูกจ้างประจำกทม. รายหนึ่ง ลงวันที่ 23 มิ.ย. เลขที่ กท 1306/3496 เรื่อง แจ้งให้คืนเงินที่ได้รับเกินสิทธิหรือได้รับไปโดยไม่มีสิทธิ ระบุข้อความตอนหนึ่งว่า ตามที่กรุงเทพมหานครได้ปรับเปลี่ยนตำแหน่งลูกจ้างประจำเข้าสู่ตำแหน่งลูกจ้างตามระบบใหม่ โดยมีการกำหนดอัตราค่าจ้างให้สอดคล้องกับการจัดระบบตำแหน่งตามที่กระทรวงการคลังกำหนดตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2553 และได้มีการเลื่อนขั้นค่าจ้างของลูกคัาประจำตามอัตราค่าจ้างดังกล่าวถึงปัจจุบัน แต่ปรากฎว่าเกิดการคลาดเคลื่อนของอัตราค่าจ้างในกรณีดังกล่าว ทำให้ท่านได้รับเงินเกินสิทธิหรือได้รับไปโดยไม่มีสิทธินั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาในหนังสือได้ระบุชื่อ ตำแหน่ง และจำนวนเงินที่ทางลูกจ้างประจำกทม.ต้องคืนกทม. ต่อด้วยข้อความว่า ทั้งนี้ ขอให้ท่านส่งเงินจำนวนดังกล่าวที่ท่านได้รับเกินสิทธิหรือได้รับไปโดยไม่มีสิทธิคืนแก่กรุงเทพมหานครภายใน 15 วัน นับตั้งแต่ได้รับหนังสือฉบับนี้ หรือหากไม่สามารถส่งเงินคืนทั้งหมดได้โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อจัดทำหนังสือรับสภาพหนี้และขอผ่อนชำระหนี้ ที่หน่วยงานต้นสังกัดภายในกำหนด 15 วัน นับแต่ได้รับหนังสือฉบับนี้เช่นเดียวกัน หากไม่มาภายในระยะเวลากำหนดข้างต้นกรุงเทพมหานครจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายกับท่านต่อไป
ขณะที่นายกฤษฎา ศิริพิบูลย์ รองผู้อำนวยการสำนักการคลัง ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการคลัง กล่าวว่า จะขอดูในรายละเอียดและประเด็นที่ศาลสอบถามข้อมูลมาเพิ่มเติม ซึ่งกทม.ก็พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ไปชี้แจงให้ข้อมูล โดยภายหลังวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา สำนักการคลังก็ได้ส่งรายชื่อลูกจ้างที่จะฟ้องร้องไปยังสำนักงานกฎหมายและคดีแล้วจำนวน 200 กว่ารายที่ไม่ได้ติดต่อขอชำระหนี้ แต่ก็มีลูกจ้างกทม.แค่ 50 คนได้ติดต่อขอชำระหนี้แล้ว ทั้งนี้ ประเด็นหลักที่กทม.จะชี้แจงกับศาลคือเรื่องเงินเดือนที่มีการจ่ายผิดเพราะอะไร และเหตุใดกทม.ต้องเรียกเงินเดือนคืน ซึ่งไม่ได้เรียกคืนทันที โดยมีการหักเงิน 5 เปอร์เซ็นต์จากเงินเดือน ในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี







