"สีหศักดิ์"ปลัดกต.ยันไทยให้ความสำคัญทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์
ปลัดกต.ยืนยันไทยดำเนินนโยบายการทูตให้ความสำคัญทั้งอิสราเอลกับปาเลสไตน์ เรียกร้องให้รัฐบาลดูแลกลุ่มฮามาสมากขึ้น ป้องกันการสูญเสีย พร้อมกับขอให้กลุ่มฮามาสกับอิสราเอลแก้ไขปัญหาด้วยความยับยั้งชั่งใจ ด้วยการเจรจาคืนสันติภาพคืนสู่ตะวันออกกลาง
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิหน้าที่แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวยืนยันในจุดยืนของไทยต่อการรักษาระดับความสัมพันธ์ระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ว่า ประเทศไทยได้ดำเนินนโยบายการต่างประเทศ ในมิติความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยให้ความสำคัญทั้งอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยมีนโนบายชัดเจนในการให้การรับรองรัฐปาเลสไตน์ ขณะที่กลุ่มฮามาสถือว่าเป็นกลุ่มตัวแทนโดยชอบธรรม ซึ่งได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งในเขตเวสแบงค์ในปาเลสไตน์ล่าสุด โดยเราไม่เห็นด้วยกับการกระทำใดๆ ที่จะเป็นการก่อวินาศกรรม หรือก่อการร้าย ไม่ว่าโดยกลุ่มใด และขอเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยดูแลกลุ่มฮามาสให้มากกว่านี้ และเราไม่อยากเห็นความสูญเสียเพิ่มยิ่งขึ้น พร้อมกันนั้น ขอเรียกร้องทั้งกลุ่มฮามาสและอิสราเอลใช้ความยับยั่งชั่งใจ แก้ไขปัญหาด้วยวิธีการเจรจามากกว่าใช้ความรุนแรง
"เราต้องการเห็นการแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจาบนพื้นฐานของสองรัฐ หรือ 2 States นั่นคือ การยอมรับปาเลสไตน์ ขณะที่ประเทศอิสราเอลก็ต้องอยู่ได้ด้วยความปลอดภัย และทุกฝ่ายยอมรับกลุ่มฮามาส ก็เพื่อรักษาสถานการณ์ความสงบ และคืนสันติภาพให้เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง"นายสีหศักดิ์กล่าว
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนท่าทีไทยต่อสถานการณ์ล่าสุด หลังจากที่อิสราเอลยิงถล่มกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์ จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ประเทศไทยไม่ต้องการเห็นสถานการณ์ที่มีความตึงเครียดยิ่งกว่านี้ เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้ส่งผลกระทบต่อเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่บริสุทธิ์ส่วนใหญ่เป็นเด็กเล็ก และในอิสราเอลก็มีคนไทยทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก โดยสถานการณ์เช่นนี้สะท้อนถึงความจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะกลับคืนสู่โต๊ะเจรจาและร่วมกันหาแนวทางสู่สันติภาพ
นายสีหศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ประเทศไทยหวังให้อิสราเอลและปาเลสไตน์จะหันหน้าเข้าหากัน รวมไปถึงประเทศที่มีบทบาทสำคัญต่อแก้ไขสถานการณ์ตรึงเตรียดให้สงบลงได้ โดยเฉพาะกลุ่ม Quartet (สหรัฐฯ รัสเซีย สหภาพยุโรป และสหประชาชาติ) ได้แสดงบทบาท เพื่อนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพที่ประเทศทั้งสองสามารถอยู่เคียงข้างกันได้อย่างสันติและมั่นคง เนื่องจากถ้าปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปอย่างนี้ อาจจะนำไปสู่จุดที่อันตรายและรุนแรงยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้ทำให้ผู้บริสุทธิ์ เด็ก และผู้หญิงบาดเจ็บ และเสียชีวิต น่าจะพอเรียกสติให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา เพื่อให้คืนความสงบสุขโดยเร็ว" นายสีหศักดิ์กล่าว
นายสีหศักดิ์ กล่าวยืนยันว่า ในขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นอพยพคนไทยในอิสราเอล ซึ่งเรามีความเป็นห่วงสถานการณ์ และก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยทางสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้มีคำประกาศแผนการดูแลคนไทยมีการเตรียมพร้อม และติดต่อประสานคนไทยอย่างใกล้ชิด





