ตร.ยันไม่ทำร้ายผู้ต้องหารับสารภาพคดีน้องแก้ม

ตร.ยันไม่ทำร้ายผู้ต้องหารับสารภาพคดีน้องแก้ม

'พ.ต.อ.วิเศษ'รอง ผบก.รฟ. ยันไม่ทำร้ายข่มขู่ผู้ต้องหาในคดีน้องแก้ม รับสารภาพ ชี้เหตุถูกดำเนินคดี

กรณีความหน้าคดีฆ่าข่มขืนเด็กหญิงอายุ 13 ปี บนรถไฟ ขบวนที่ 174 นครศรีธรรมราช - กทม. โดยนายวันชัย แสงขาว พนักงานปูเตียงนอนบนรถไฟ ผู้ต้องหาได้โยนศพลงจากรถไฟเพื่ออำพรางคดี ในพื้นที่ อ.ปราณบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามสอบสวนขยายผลโดยมีการนำตัวนายนายณัฐกร หรือ หนึ่ง ชำนาญ อายุ 19 ปี พนักงานบริการบนรถไฟ มาสอบสวนเพิ่มเติม จนกระทั่งนายหนึ่งให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ดูต้นทางให้นายวันชัย เข้าไปก่อเหตุสลดดังกล่าว

โดยเบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.นพวงค์ ซึ่งนำตัวนายหนึ่งมาสอบสวนขยายผล เตรียมที่จะกันนายหนึ่งไว้เป็นพยาน แต่หลังจากส่งตัวนายหนึ่งให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี เจ้าของท้องที่เกิดเหตุอีกครั้งทางพนังานสอบสวนกลับแจ้งข้อกล่าวหาให้การสนับสนุนให้ผู้อื่นก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยา

จนมีกระแสข่าวว่านายหนึงได้กลับคำให้การภายหลังว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิกดขึ้นแต่ยอมให้การเนื่องจากถูกพนักงานสอบสวนแ สน.นพวงค์ ข่มขู่ทำร้ายจึงยอมรับสารภาพดังกล่าว

ต่อมา (16 ก.ค.) พ.ต.อ.วิเศษ เกตุพันธ์ รอง ผบก.รฟ.เปิดเผยเกี่ยวกับกรณีที่นายณัฐกร หรือ หนึ่ง กลับคำให้การภายหลังถูกแจ้งข้อหากล่าวหาดำเนินคดีว่า คำให้การของนายหนึ่งพยายามโกหกพนักงานสอบสวนมาแต่แรกไม่ยอมเปิดเผยข้อเท็จจริงทั้งหมด จนทางพนักงานสอบสวนนำตัวมาสอบสวนอีกครั้ง และพยายามเกลี่ยกล่อมให้นายหนึ่งพูดความจริงทั้่งหมดแล้วจะกันไว้เป็นพยานในคดี จนนายหนึ่งรับสารภาพว่าเป็นผู้ดูต้นทางให้นายวันชัยเข้าไปก่อเหตุโดยที่ตนเองไม่มีส่วนร่วมในการก่อเหตุสลด ทางพนักงานสอบสวน สน.นพวงค์ จึงส่งตัวนายหนึ่งให้พนักงานสอบสวน สภ.ปราณบุรี สอบปากคำเพิ่มเติม

จนกระทั่งมีการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีทำให้นายหนึ่งคงเกิดความผิดหวังน้อยเนื้อต่ำใจที่ครั้งแรกจะถูกกันไว้เป็นพยานแต่กลับถูกดำเนินคดีไปด้วย จึงพยามกลับคำให้การและยืนยันว่าทางตำรวจ สน.นพวงค์ ไม่มีการข่มขู่หรือทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด

" แม้นายหนึ่งจะกลับคำให้การ แต่เราก็มีพยานหลักฐานแน่หนา ไม่ว่าจะเป็นผลทางนิติวิทยาศาสตร์ ผลทางนิติเวชและการตรวจสอบวัตถุ รวมทั้งพยานบุคคล ซึ่งทั้งหมดตรวจสอบเสร็จเรียบร้อย ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐานและคำให้การของผู้ต้องหารวมทั้งพยานแวดล้อม ไม่มีการทำร้ายร่างการหรือข่มขู่แน่นอน แต่ที่เป็นอย่างนี้คงจะเกิดจากความเสียใจที่ต้องมาตกเป็นผู้ต้องหาด้วยมากกว่า " พ.ต.อ.วิเศษ กล่าว