"ดีเอสไอ"ชงคสช.สั่งกรมที่ดินเร่งเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยมิชอบ รอจนสิ้นสุดกระบวนการยุติธรรมกินเวลา 20 ปี
พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีบุกรุกอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ.ภูเก็ต ว่า พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ อธิบดีดีเอสไอ ได้ประสานไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เพื่อหามาตรการให้กรมที่ดินจัดการเพิกถอนที่ดินที่ออกเอกสารสิทธิโดยไม่ชอบ โดยรัฐต้องใช้อำนาจรัฐอย่างเต็มที่ในการจัดการปัญหาบุกรุกทำลายทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะแปลงที่มีหลักฐานบุกรุกชัดเจนร้อยเปอร์เซ็น กรมที่ดินควรมีคำสั่งเพิกถอนเอกสารสิทธิทันที ที่ผ่านมากรมที่ดินปฏิเสธไม่เพิกถอนเอกสารสิทธิโดยจะรอให้คดีมีคำตัดสินถึงที่สุดในชั้นฎีกาทำให้กว่าจะเพิกถอนเอกสารสิทธิได้ต้องใช้เวลาในกระบวนการยุติธรรมถึง 20 ปี ซึ่งในห้วงเวลาดังกล่าวถือว่าสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งกับทรัพยากรของชาติ รวมถึงผู้ที่เข้ามาซื้อที่ดินโดยสุจริตก็ต้องนำเงินมาลงทุนก่อสร้างโรงแรมไปนับหมื่นล้านบาท หลังเพิกถอนต้องมีการฟ้องแพ่งเพื่อเรียกเงินคืนอีก อย่างไรก็ตาม หากกรมที่ดินยอมเพิกถอนเอกสารสิทธิแปลงที่มีปัญหาบุกรุกชัดเจนโดยไม่ต้องรอกระบวนการยุติธรรมสิ้นสุด รัฐจะได้ที่ดินคืนทันทีไม่ต่ำกว่าหมื่นไร่
ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคฯ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ดีเอสไอได้เข้าไปตรวจสอบการบุกรุกที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถเนื้อที่ 20 แปลง ในจำนวนนี้ 10 แปลงได้เข้าไปลงทุนปลูกสร้างรีสอร์ทและโรงแรมแล้ว จึงถือว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว อธิบดีดีเอสไอจึงสั่งการให้สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคฯลงพื้นที่เร่งสอบสวนการบุกรุกในที่ดินที่เหลืออีก 10 แปลงที่ยังไม่มีการเข้าไปแผ้วถาง โดยเนื้อที่ 10 แปลงที่เหลือมีประมาณ 100 ไร่ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท มีผู้ครอบครองรายใหญ่ถือครองเพียงคนเดียว 80 ไร่ และอีก 20 ไร่ เป็นการครอบครองของรายย่อย ทั้งนี้จากการสำรวจภาพถ่ายทางอากาศยังเป็นสภาพป่าสมบูรณ์ แต่ในพื้นที่ที่ออกเอกสารสิทธิเป็นพื้นที่ภูเขาติดชายทะเล เบื้องต้นดีเอสไอไปตรวจสอบจากฐานข้อมูลรูปแปลงที่ดินอุทยานฯพบว่าในพื้นที่อุทยานบางแปลงเป็นเขตพื้นที่ทับซ้อนกับป่าสงวนแห่งชาติ โดยมีหลักฐานว่าก่อนประกาศเป็นป่าสงวนได้มีการสำรวจการถือครองเอกสารสค. 1 โดยรัฐได้จ่ายค่าชดเชยให้กับชาวบ้านที่ครอบครองเดิมก่อนประกาศเป็นเขตป่าไปแล้ว โดยเจ้าของเดิมมีประมาณ 5-6 ราย ยอมรับเงินชดเชยและมี 2 รายไม่ยอมรับเงินและนำสค. 1 มาขอออกโฉนด แต่ภายหลังปรากฏว่ามีการนำสค. 1 จำนวนมาก มาขอออกโฉนด ดังนั้น ในกรณีที่เป็นสค. บินต้องเพิกถอน ส่วนที่มีสค. 1 ฉบับจริงแต่รับเงินชดเชยไปก็จะต้องถูกเพิกถอนด้วยเช่นกัน เพราะที่ดินกลายเป็นเขตป่าสงวนไปแล้วจะนำมาออกโฉนดซ้ำไม่ได้
ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคฯ กล่าวอีกว่า ภายหลังกฎหมายฟอกเงินกำหนดให้ความผิดเกี่ยวกับบุกรุกทรัพยากรเป็นมูลฐานความผิดตามพ.ร.บ.ฟอกเงิน ดังนั้น คดีที่มีการร้องทุกข์ตั้งแต่เดือน ก.พ. 57 ดีเอสไอจะประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ตรวจสอบเพื่อยึดทรัพย์คดีฟอกเงินด้วย เนื่องจากที่ผ่านมาดีเอสไอต้องส่งสำนวนไปให้ป.ป.ช. ตรวจสอบทรัพย์สินกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตต่อหน้าที่ แต่การไต่สวนของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ใช้เวลาเนิ่นนานจนไม่สามารถนำผลคดีมาบังคับยึดทรัพย์ได้


