ปชป.ค้านจำกัดส.ส.2สมัย กกต.ย้ำต้องแก้กม.ขจัดคนทุจริตเข้าสู่อำนาจ "สดศรี" หนุนมีศาลเลือกตั้งแบ่งเบากกต.
ปชป.ดาหน้าค้าน"กกต."จำกัดวาระส.ส.แค่ 2 สมัย "นิพิฏฐ์" ชี้ไม่มีประเทศประชาธิปไตยที่ไหนจำกัดวาระฝ่ายนิติบัญญัติ จำกัดแค่วาระของนายกฯ-ประธานาธิบดี "วิรัตน์"หนุนกกต.มีอำนาจกำหนดวันเลือกตั้งเอง "นิคม"ติงกกต.อย่าหลงประเด็น แนะควรให้ส.ว.-ส.ส.มีส่วนร่วมปฏิรูป "ประยุทธ์"เร่งปรับปรุงกฎหมาย เตรียมเสนอ สนช. ด้านเลขาฯสภาขอพันล้านเป็นค่าตอบแทนสนช.
ความเห็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ที่เสนอต่อคณะทำงานด้านการปฏิรูป ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เกี่ยวกับการปฏิรูปกฎหมายเลือกตั้ง มีบางประเด็นที่ฝ่ายการเมืองไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะการจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งส.ส. 2 สมัย หรือ 8 ปี
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าคณะทำงานทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวว่า การกำหนดให้ส.ส.ดำรงตำแหน่ง 4 ปี ติดต่อกันไม่เกิน 2 วาระนั้น ควรดูการทำงานและประสบการณ์ทางนิติบัญญัติของส.ส.มากกว่าจะมาล็อกคุณสมบัติแบบนี้ เพราะบางคนมีประสบการณ์จากการทำซ้ำ ทำมากในพื้นที่
นายวิรัตน์ กล่าวว่า สิ่งที่ควรให้น้ำหนักคือ การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิในการเลือกตัวแทนของเขา และส.ส.จำเป็นต้องสังกัดพรรคการเมืองเพื่อป้องกันพวกชอบเอาเปรียบ ที่สำคัญอย่าให้พรรคการเมืองมีอำนาจเหนือส.ส. เพราะตัวแทนของประชาชนต้องมีอำนาจเหนือพรรคการเมือง
"ผมเห็นด้วยกับการที่จะให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) พ้นจากตำแหน่ง โดยไม่ต้องรักษาการ และการให้อำนาจกกต.เป็นผู้เสนอหรือกำหนดวันเลือกตั้ง โดยไม่ต้องขอความเห็นผ่านนายกฯ เพราะสามารถลดการได้เปรียบและเสียเปรียบทางการเมืองได้ ส่วนการห้ามสามี ภรรยา และบุตรลงสมัครส.ส.ในวาระเดียวกัน ผมคิดว่าอาจสุ่มเสี่ยงต่อการขัดสิทธิบุคคล ซึ่งหากจะทำเช่นนั้นต้องมีเหตุผลมาอธิบายให้ชัดเจน อย่างกรณี ส.ส.และส.ว.ชัดเจนว่าทั้งสองฝ่ายต้องใช้อำนาจตรวจสอบถ่วงดุลซึ่งกันและกัน"
"นิพิฏฐ์"เหน็บกกต.-ค้านเป็นส.ส.แค่2สมัย
ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว ระบุว่า รู้สึกหงุดหงิดกับเรื่องนี้ เพราะมีคนถามว่ากกต.จะเสนอให้ส.ส.เป็นได้ 2 วาระ แต่ไม่เกิน 8 ปี มีความเห็นอย่างไร ตนขอตอบแบบฟันธงขาดไปหลายผืนว่า ไม่เห็นด้วย เพราะเชื่อว่าเป็นความคิดของกกต.ที่อาจเกิดขึ้นตอนบ่ายโมงครึ่ง หลังงีบหลับไปช่วงบ่าย และเห็นว่าบ่ายนี้ไม่มีอะไรทำก็เลยเสนอไปอย่างนั้น
นายนิพิฏฐ์ ระบุว่า ขอให้กกต.ลองคิดดูว่า 1.ไม่มีประเทศประชาธิปไตยหลักๆ ประเทศไหน ที่จำกัดวาระฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะระบอบประชาธิปไตยต้องการฝ่ายนิติบัญญัติที่เชี่ยวชาญในการออกและแก้ไขกฎหมาย รู้ปัญหาของประชาชน ฝ่ายนิติบัญญัติหากเลือกตั้งแล้วไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็ต้องทำหน้าที่ฝ่ายค้าน และตรวจสอบรัฐบาล หากเอาส.ส.สมัยแรกหรือไม่เกินสมัยที่สองตรวจสอบรัฐบาล รับรองปวกเปียกเหมือนขนมเปียกปูน ถ้าอย่างนั้นเสร็จรัฐบาล
และ 2.สมมุติว่าเที่ยวหน้า พรรคเพื่อไทย(พท.) เป็นรัฐบาล และเป็นต่อ 2 สมัย พอถึงสมัยที่ 3 หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่เป็นนายกรัฐมนตรีมา 2 สมัย และหัวหน้า ปชป.ที่เป็นฝ่ายค้านมา 2 สมัย ลงเลือกตั้งไม่ได้แล้ว เพราะจะเกิน 2 สมัย ตามที่กกต.กำหนด ก็ต้องเลือกหัวหน้าพรรคใหม่ หากปชป.ชนะ จะได้นายกฯ และ ครม.ที่เพิ่งเป็น ส.ส.สมัยแรก หมดทั้งชุด และจะได้ฝ่ายค้านที่ส่วนใหญ่เป็น ส.ส.สมัยแรก
"ที่ผมออกมาเขียนเช่นนี้ กกต.ตามผมทันหรือไม่ หากตามไม่ทัน ขอให้ไปล้างหน้าด้วยน้ำแข็ง แล้วดื่มกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลสักแก้วใหญ่ๆ คงนึกออกว่า เขาจำกัดแค่วาระของนายกฯ หรือประธานาธิบดีกัน แต่ไม่มีที่ไหนจำกัดวาระของส.ส. ดังนั้นขอเชิญสนุกสนานสำราญกัน ส่วนผมจะพูดอะไรได้ เดี๋ยวนี้รังเกียจนักการเมืองจะตายไป จะเขียนให้สมัครต่อ หรือเขียนไม่ให้สมัครต่อก็ได้ แต่ผมก็มีสิทธิหงุดหงิดกกต. เพราะสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้ เรียกว่ามือใหม่ มือสมัครเล่น ลองไปเรื่อย เหมือนกำลังจะลองเอาเครื่องรถเบนซ์ไปใส่ยันม่าร์ เอาเครื่องยันม่าร์มาใส่รถเบนซ์ ยังไงยังงั้น”
"นิคม"ติงกกต.อย่าหลงประเด็น
ขณะที่นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กล่าวถึงข้อเสนอกกต.ในส่วนของ ส.ว.ว่า น่าจะเป็นการคงส.ว.เลือกตั้งและสรรหาไว้เช่นเดิม แต่กรณีที่บอกว่าปราชญ์ชาวบ้านไม่สามารถผ่านการเลือกตั้งเข้าไปทำหน้าที่ได้นั้น ตนอยากให้พิจารณาถึงภาระหน้าที่ของสภาสูง ส.ว.มีหน้าที่การกลั่นกรองกฎหมาย ซึ่งสามารถแต่งตั้งปราชญ์ชาวบ้านที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมาธิการได้ และหากต้องการให้ปราชญ์ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในสภาสูงผ่านการเลือกตั้งก็สามารถทำได้เช่นกัน เพียงแค่ไปแก้ข้อจำกัดคุณสมบัติของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะการแข่งขันการเลือกตั้งของ ส.ว.นั้น มีข้อกำหนดที่เคร่งครัดมากกว่า ส.ส.โดยเฉพาะการหาเสียง ซึ่งไม่ได้สร้างความเสียเปรียบเสียเปรียบระหว่างผู้สมัครมากนัก
อดีตประธานวุฒิสภา กล่าวด้วยว่า อยากขอให้ กกต.พิจารณาถึงการควบคุมส.ว.สรรหา ด้วย เพราะที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า ส.ว.สรรหา ที่ได้มามักไม่ตรงกับภาควิชาชีพที่เสนอชื่อมา บุคคลที่มีความรู้ความสามารถมีผลงานเป็นที่ยอมรับจากสังคมอย่างเห็นได้ชัด กลับไม่เคยถูกสรรหาเข้ามาทำหน้าที่
"ผมขอให้ กกต.อย่างหลงประเด็น กกต.มีหน้าที่เพียงจัดการเลือกตั้งให้เสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมาย ไม่ใช่ผู้รู้หรือผู้มีประสบการณ์ในการแข่งขันการเลือกตั้ง หากต้องการทำข้อเสนอแนะที่เกี่ยวกับการปฏิรูปการเมือง ก็อยากให้เชิญฝ่ายการเมืองทั้ง ส.ส.และส.ว.เข้าไปมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์และเกี่ยวข้องกับการเมืองโดยตรงด้วย"
"สดศรี"หนุนศาลเลือกตั้งลดครหาสองมาตรฐาน
นางสดศรี สัตยธรรม อดีต กกต.กล่าวว่า ขณะนี้กกต.มีอำนาจและภาระมากเกินไป เพราะต้องคอยจัดการเลือกตั้งที่มีตลอดทั้งปีและยังต้องคอยพิจารณาคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง หรือพิจารณาคำร้องที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ซึ่งกกต.ทำหน้าที่เหมือนเป็นกึ่งผู้พิพากษา ดังนั้นเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของกกต.จึงเห็นว่าน่าจะมีการจัดตั้งศาลเลือกตั้ง ให้เป็นศาลพิเศษที่คอยพิจารณาคำร้องคดีความต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และยังเพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการพิจารณาคำร้อง
อีกทั้งหากมีศาลเลือกตั้งซึ่งแยกตัวออกมาจากกกต. ก็น่าจะทำให้กกต.พ้นจากข้อครหาว่าเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะขณะนี้น่าจะมีการปฏิรูปเรื่องกระบวนการยุติธรรม แยกแยะอำนาจหน้าที่ให้ชัดเจน จะได้ไม่มีข้อกล่าวหาว่าสองมาตรฐาน
ประธานกกต.ชงข้อเสนอรื้อเลือกตั้งถึงคสช.
นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีที่ กกต.มีความเห็นเสนอเรื่องการปฏิรูปกฎหมาย กกต.ต่อคสช.ว่า นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.จะลงนามในบ่ายวันที่ 8 ก.ค. และส่งให้ คสช.ทันที โดยเนื้อหาทั้งหมดมี 10 หน้า แต่เป็นเพียงการแสดงความเห็นข้อดีข้อเสียของกฎหมายแต่ละฉบับว่าควรปรับปรุงอย่างไรบ้าง รวมถึงข้อดีข้อเสียการได้มาซึ่งนายกฯ ทั้งจากการเลือกตั้งนายกฯ โดยตรง และการสรรหานายกฯผ่านระบบรัฐสภา การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 5 ฉบับ ซึ่งจะมีความชัดเจนในรายละเอียดมากขึ้น โดย กกต.จะเร่งปรับปรุงโดยเร็ว
"ศุภชัย"หนุนขจัดคนทุจริตเข้าสู่อำนาจ
ส่วนนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวว่า ภายหลังจากเสนอข้อสรุปของกกต. ไปยังคสช.แล้ว ก็ขึ้นอยู่กับคสช.ว่าจะมอบหมายให้กกต. เข้าไปร่วมเป็นกรรมการปฏิรูปหรือสภาร่างกฎหมายหรือไม่ เรื่องนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน แต่หากมีการขอข้อมูลหรือเชิญไปก็พร้อมให้ความร่วมมือ เพราะ กกต.พร้อมทำงานสนองนโยบาย คสช. ตามเจตนาที่จะทำให้บ้านเมืองกลับสู่ความสงบ ด้วยการปฏิรูปกฎหมายที่คิดว่าเป็นอุปสรรค ที่เปิดช่องให้คนทุจริตเข้าสู่อำนาจนิติบัญญัติหรืออำนาจบริหาร
"คิดว่าข้อเสนอที่สรุปให้นั้น มีการตอบคำถามที่ชัดเจนไปทุกประเด็นแล้ว แต่ปัญหาของการเลือกตั้งและปัญหาของบ้านเมืองยังมีอีกมาก ในการเสนอครั้งนี้คงยังแก้ไม่หมด เพราะละเอียดอ่อน และหลายจุดยังไปโยงกับฝ่ายอื่น จึงต้องค่อยๆ แก้กันไป ซึ่งหลังจากที่ตอบคำถามไปแล้ว กกต. ก็จะเสนอการแก้กฎหมายล็อตใหญ่ว่าควรจะทำยังไงต้องแก้ตรงไหนต่อไป"
นายศุภชัย กล่าวว่า สำหรับแนวคิดในการให้คนดีเข้าไปบริหารบ้านเมือง กกต.ได้เสนอในส่วนของคุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งให้เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะคนเคยทุจริตการเลือกตั้ง เคยค้ายาเสพติด และเคยหมิ่นสถาบัน จนศาลตัดสินความผิดถึงที่สุดแล้ว ต้องกำจัดคนเหล่านี้ให้พ้นจากวงการเมืองไป
"ถ้าถามว่ารูปแบบการเลือกตั้งของประเทศไหนดี ก็ต้องบอกว่ายังไม่มีของประเทศไหนที่เหมาะสมกับวัฒนธรรมไทย เราจึงต้องเอาวิธีของเรามาใช้ เพียงแต่เอาบางส่วนของต่างประเทศมาประกอบ เพราะที่ผ่านมาเราปฏิรูปกันมาตั้งแต่ปี 2475 มาถึงปี 2540 และปี 2550 หยิบของประเทศนั้นประเทศนี้มาใช้ ที่สุดก็ยังต้องมาปรับแก้ให้เข้ากับวัฒนธรรมของบ้านเราอยู่ดี" นายศุภชัย กล่าว
"ประยุทธ์"เร่งปรับปรุงก.ม.รอเสนอสนช.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. กล่าวระหว่างการประชุม คสช. คณะใหญ่ว่า ขอบคุณทุกกลุ่มงานที่ให้ความร่วมมือปฏิบัติงานเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย และย้ำให้ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเร่งรัดพิจารณากฎหมายที่ยังคั่งค้าง และปรับปรุงกฎหมายที่ไม่ทันสมัยหรือกฎหมายที่มีผลผูกพันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมนำกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาภายใน 2 เดือนแรก หลังจากมีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)
สภาขอพันล้านเป็นค่าตอบแทนสนช.
นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ในส่วนของการเตรียมความพร้อมค่าตอบแทนสมาชิก สนช. และสภาปฏิรูปนั้น เบื้องต้นได้นำระเบียบค่าตอบแทนของสมาชิกสภาผู้แทนฯ มาเป็นกรอบพิจารณา คาดว่าจะใช้งบประมาณโดยรวม 1,000 ล้านบาท ส่วนจะได้รับอนุมัติตามเงินจำนวนดังกล่าวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสำนักงบประมาณ





