"สีหศักดิ์" ปลัดกต.และรก.รมว.ตปท.ของไทย แจงที่ประชุม'ยูเอ็น' ยืนยันไทยมุ่งสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน
ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกระทรวงการต่างประเทศ ว่า ค่ำวานนี้ (7 ก.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ภายหลังการขึ้นกล่าวแถลงการณ์ (Country Statement) ในส่วนของประเทศไทย ต่อประชุมระดับสูงของคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็น (ECOSOC) ที่สำนักงานสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก
ระบุว่า เวลานี้เป็นเวลาที่สำคัญเนื่องจากเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการบรรลุเป้าหมายสหัสวรรษสู่การกำหนดวาระการพัฒนาหลังปี 2015 และนำไปสู่การตั้งเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอแง่คิดของไทย โดยเป้าหมายหลักเห็นตรงกัน อาทิ การลดความยากจน รวมทั้งเห็นว่าลักษณะของแต่ละภูมิภาคสำคัญ ซึ่งไทยได้จัดประชุมไปแล้วสองครั้ง ที่กรุงเทพฯ และเมืองพัทยาเพื่อเป็นผลลัพท์มานำเสนอที่ประชุมนิวยอร์กครั้งนี้
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ทางไทยได้เสนอแนวทางการพัฒนา คือ 1. การพัฒนาที่ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 2. การพัฒนาการที่ทุกคนได้รับความเป็นธรรม หรือ ความเท่าเทียม เช่น ประกันสุขภาพถ้วนหน้า และ 3. เน้นความเป็นหุ้นส่วน โดยเห็นว่าแต่ละประเทศมีขีดความสามารถไม่เท่ากัน และต้องนำภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วม ทั้งนี้ แนวทางที่หารือเป็นกรอบที่ทุกประเทศยอมรับ โดยเปิดช่องทางให้แต่ละประเทศปรับ นอกจากนี้ ไทยได้กล่าวถึงการบริหารจัดการภัยพิบัติ เนื่องจากภัยพิบัติมีผลกระทบต่อการพัฒนา
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ประเด็นที่ไทยเน้นย้ำคือ การพัฒนาเกิดขึ้นไม่ได้ หากประเทศไม่มีหลักนิติธรรม (rule of law) ซึ่งไทยเรายังยึดมั่นในหลักประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม ขณะนี้เรามีโรดแมปที่ชัดเจนซึ่งจะนำไปสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน
ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวด้วยว่า ในช่วงรับประทานอาหารกลางวัน ได้มีโอกาสพบปะกับผู้แทนถาวร ที่ประจำสหประชาชาติของหลายประเทศ ได้แก่ ประเทศคองโก เวเนซูเอลา จาไมกาและอิรัก โดยวัตถุประสงค์หลักของการพบหารือ คือการรณรงค์หาเสียงของไทยสมัครเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ โดยได้ใช้โอกาสชี้แจงสถานการณ์การเมืองไทย เนื่องจากหลายประเทศยังไม่เข้าใจว่าสถานการณ์การเมืองไทยเป็นอย่างไร จึงถือโอกาสมาอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรดแมป และการจัดตั้งสภาการปฏิรูปซึ่งจะเปิดกว้างให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ขณะที่ประเทศอื่นสนใจอยากดูรายละเอียด อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมของการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ ผลตอบรับดีเนื่องจากต่างประเทศมีความเข้าบริบทการเมืองไทยมากยิ่งขึ้น





