วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

8องค์กรร้องคสช.ปลดบอร์ด'องค์การเภสัช'ส่อทุจริต

8เครือข่ายองค์กรสุขภาพ ร้องคสช.ปลดบอร์ดองค์การเภสัชฯหลังบริหารส่อทุจริต ชี้ปลัดสธ.ต้องร่วมรับผิดชอบ

เมื่อเวลา 10.00 น. ตัวแทน 8 เครือข่ายองค์กรสุขภาพ ประกอบด้วย ชมรมแพทย์ชนบท ชมรมเภสัชชนบท กลุ่มศึกษาปัญหายา กลุ่มคนรักหลักประกันฯ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทยสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค มูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนาและมูลนิธิเภสัชชนบท นำโดย นพ.วชิระ บถพิบูลย์ เข้ายื่นหนังสือต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้พิจารณาปลดคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม(อภ.)และผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรมที่มี นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เป็นประธาน และมี นพ.สุวัช เซียศิริวัฒนา เป็นผู้อำนวยการ

นพ.วชิระ กล่าวว่า เนื่องจากบริหารองค์การฯ จนเกิดวิกฤตด้านยา และมีพฤติกรรมส่อว่าจะดำเนินการให้อภ.อ่อนแอ เพื่อประโยชน์ของธุรกิจยาข้ามชาติ มุ่งหาประโยชน์จาก อภ.และบริหารงานอย่างผิดหลักธรรมาภิบาล นอกจากนี้ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นคณะกรรมการบอร์ด จะต้องร่วมรับผิดชอบด้วย โดยจะต้องปลดให้พ้นจากบอร์ดและไม่ควรได้รับความไว้วางใจให้กลับเข้ามาเป็นผู้แก้ปัญหาหรือเข้ามาเป็นกรรมการบอร์ดอีก

ภญ.ศิริพร จิตรประสิทธิศิริ ตัวแทนจากชมรมเภสัชชนบท กล่าวว่า ขณะนี้โรงพยาบาลในต่างจังหวัดจำนวนมากเผชิญภาวะขาดยา เพราะ อภ.ไม่สามารถส่งยาให้ลูกค้าได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลของรัฐถึง 80 ราการ

"การที่ ผอ.และบอร์ดหวังที่จะแก้ปัญหาภาวะขาดทุนด้วยการงดผลิดตยาจำเป็น เช่น เบาหวาน ซึ่งเป็นผู้ผลิตส่งให้โรงพยาบาลต่างๆ ของรัฐกว่า 80% ของที่ใช้กับคนไข้ทั้งประเทศด้วยเหตุผลว่า กำไรน้อย ทั้งที่พันธกิจของ อภ.ต่อสังคมต้องไม่มุ่งเอากำไรมาก เพื่อให้โรงพยาบาลรัฐ ซึ่งใช้เงินภาษีประชาชนซื้อยาอย่างมีประสิทธิภาพ แต่เมื่อ อภ.ไม่ทำตามพันธกิจ ผู้เดือดร้อนก็อยู่ที่ประชาชน" ภญ.ศิริพร กล่าว

นอกจากนี้ พบว่าการก่อสร้างโรงงานยาที่รังสิตและโรงงานวัคซีนที่อ.ทับกวาง จ.สระบุรี ได้ดำเนินการอย่างล่าข้าและพบว่ามีการส่อทุจริต โดยเอื้อประโยชน์แก่บริษัทที่เคยมีการยกเลิกสัญญาไปแล้วและดำเนินการไม่เป็นตามกำหนดเวลา

ด้านนายอภิวัฒน์ กวางแก้ว เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ระบุว่า อภ.ขาดส่งยาไปยังกองทุนยาต้านไวรัสกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งมีแนวโน้มว่าหากไม่มีการแก้ปัญหาต่อไปคนไข้ก็อาจขาดยา