"อรรถวิชช์ "ระบุรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ มุมมิบย้าย 38 ผู้คุมช่วงคสช. สั่งย้าย"สุชาติ"เผยขรก.ยุติธรรม.วิจารณ์แซด
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีตส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีประกาศคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 84 เรื่อง การกำหนดตำแหน่งเพิ่มและการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งแก่ พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย พ้นจากตำแหน่ง อธิบดีกรมราชทัณฑ์และให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการ ในสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม และให้นายวิทยา สุริยะวงศ์ พ้นจากตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม โดยให้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมราชทัณฑ์แทน เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า ตนทราบว่ามีเรื่องการเซ็นทิ้งทวนที่สุดพิศดารในเรือนจำ ในระหว่างที่รอให้นายวิทยามารับตำแหน่งอธิบดีกรมราชทัณฑ์ คือ น.ส.พรพิตร นรภูมิพิภัชน์ รองอธิบดี ได้ลงนามเซ็นคำสั่งแต่งตั้งผู้คุม 38 ตำแหน่ง ระดับชำนาญการพิเศษ พูดง่ายๆภาษาชาวบ้าน คือ เป็น ผอ.ส่วนคุมแดนต่างๆ ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญในการควบคุมแดนขังต่างๆ ในคุกทั่วประเทศ ในช่วงวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา
นายอรรถวิชช์. กล่าวว่า ที่ว่าพิศดารคือ เอกสารลงนามแต่งตั้งโดยรองอธิบดี(รักษาการอธิบดี) ที่นายสุชาติ หมดอำนาจแล้ว แต่ในคำสั่งเดียวกันก็ได้ตั้งให้นายวิทยาเข้ารับตำแหน่ง หน้าที่อธิบดีแทนทันที
นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า จึงเกิดความสงสัยของข้าราชการกรมราชทัณฑ์ว่า น.ส.พรพิตร ที่ใช้อำนาจรักษาการแทนอธิบดีโดยลงนามเซ็นคำสั่งในวันที่ 4 ก.ค.ไปได้อย่างไร ทั้งที่มีคำสั่งแต่งตั้งคนมาเป็นอธิบดีในวันที่ 3 ก.ค.ชัดเจน ซึ่งเรื่องนี้คนในกระทรวงต่างวิจารณ์ว่า นอกจากเป็นการใช้อำนาจที่ผิดมารยาททางราชการแล้ว อาจเป็นการลงนามในคำสั่งที่ส่อว่าผิดกฎหมายด้วย
นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อว่า หากพิจารณาตามคำสั่งที่ 84 คสช. ก็ไม่น่าจะมีสิทธิกระทำได้ เพราะในคำสั่งดังกล่าวได้ระบุชัดเจนให้นายวิทยาเข้ารับตำแหน่งต่อในทันทีในคำสั่งเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้คนในกระทรวงยุติธรรมต่างงงไปตามๆกัน
นายอรรถวิชช์. กล่าวว่า ส่วนคนนอกอย่างตนก็ยิ่งมึนหนักเข้าไปอีกว่าทำได้อย่างไร และมีเหตุผลใดที่ต้องทำโดยลงนามสั่งย้ายถึง 38 ตำแหน่งหลัก เป็นเรื่องที่สื่อประจำกระทรวงยุติธรรมน่าติดตามหาคำตอบให้สังคม เพราะมีหลักฐานคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายผู้คุมแดนขังทั้ง38ตำแหน่งทั่วประเทศ


