วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นโยบายคสช.ทำปัญหาใต้กระเพื่อม

"พล.อ.เอกชัย"ประเมินภารกิจดับไฟใต้ตลอดเดือนเศษของคสช.น่าจะหยุดชั่วคราว เพราะที่ทำไปสร้างแรงกระเพื่อมมากขึ้น

นอกจากเดินงานเรื่อง "ปรองดอง-ปฏิรูป" แล้ว สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาลในยุคของ พล.อ.เอกชัยศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล แห่งสถาบันพระปกเกล้า ยังมีบทบาทโดดเด่นในเรื่องการช่วยแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในบางมิติด้วยโดยเฉพาะเรื่องการพูดคุยสันติภาพ

พล.อ.เอกชัย ประเมินภารกิจดับไฟใต้ตลอดเดือนเศษของ คสช. ที่มุ่งไปที่การปรับโครงสร้างการบริหารจัดการและงบประมาณ รวมทั้งเปลี่ยนแปลงตัวข้าราชการในพื้นที่ว่า น่าจะหยุดชั่วคราวก่อน เพราะสิ่งที่ทำไปสร้างแรงกระเพื่อมค่อนข้างมาก

"ภาคใต้ควรจะหยุดไว้แค่นี้ก่อนนะในแง่การปรับเปลี่ยน เพราะที่ปรับเปลี่ยนมาหลังมี คสช. สถานการณ์ที่สามจังหวัดกระเพื่อมอย่างมาก ถามว่าแล้วแต่ก่อนล่ะ ผมมองว่าก่อนหน้านี้มันเริ่มเข้าสู่กระบวนการสันติภาพที่ดี บรรยากาศดีขึ้น เพราะฉะนั้น คสช.ต้องพยายามอย่าให้กระเพื่อมมากกว่านี้"

ถามว่ากระเพื่อมเพราะอะไร พล.อ.เอกชัย อธิบายว่า เพราะ คสช.ไปปรับเปลี่ยนกระบวนการการทำงานในพื้นที่ นั่นคือเหตุผลข้อ 1 ขณะที่ข้อ 2 คือ เพราะ คสช.ไปเปลี่ยนตัวเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จริงๆ ถ้าเปลี่ยนแล้วใช้คนใหม่อาจจะไม่กระเพื่อมแบบนี้ แต่เผอิญเปลี่ยนแล้วได้คนเก่า (นายภาณุ อุทัยรัตน์ อดีตผู้อำนวยการ และเลขาธิการ ศอ.บต. เคยดำรงตำแหน่งเมื่อ 9 พ.ย.52 ถึง 11 ต.ค.54) จึงมีป้ายโจมตีไปทั่ว แต่ก็ไม่เป็นไร เมื่อเปลี่ยนไปแล้ว แต่ก็ควรหยุดไว้แค่นี้ก่อน ให้คนใหม่ได้ทำงานไป แต่บอกเลยว่ากว่าจะปรับฟื้นคืนสภาพได้ ต้องใช้เวลาพอสมควร

ข้อ 3 เรื่องโครงสร้างใหม่ที่จะให้มีเอกภาพ โดยให้ทหารเข้าไปดูแลนั้น มันก็ทำให้กระเพื่อม ฉะนั้นทหารต้องทำให้เห็นว่าเมื่อทหารเข้าไปแล้ว งานพัฒนาจะดีกว่าเดิม งานความมั่นคง งานชุมชนจะดีกว่าเดิม ถ้าทหารทำให้เห็นภาพพวกนี้ได้ ก็ช่วยแก้การกระเพื่อมได้

เมื่อถามอีกว่า แรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้น โยงได้ไหมว่าเป็นเพราะมีคนเสียผลประโยชน์ พล.อ.เอกชัย ตอบว่า เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องใหญ่ๆ เพราะการเสียผลประโยชน์ย่อมเกิดอยู่แล้ว เช่น การจัดการน้ำมันเถื่อน คนที่เคยขายก็เสีย รวมทั้งยาเสพติด ของเถื่อน แต่การจัดการยาเสพติด คนในพื้นที่ดีใจ ชอบ ซึ่งจากการลงพื้นที่ ผลตอบรับดี

"เรื่องโครงสร้าง ถ้าจะปรับจริงๆ มันต้องปรับถึงอันใหญ่เลย เช่น กอ.รมน.นั้น โครงสร้างควรปรับใหม่ จำเป็นไหมที่นายกรัฐมนตรีต้องนั่งตำแหน่ง ผอ.รมน. อาจจะไม่จำเป็นก็ได้ อาจจะมีแค่รองนายกฯฝ่ายความมั่นคงเป็น ผอ.แทนก็ได้ ถ้าอยากจะให้มีการเมืองด้วยนะ และควรจะมีรอง ผอ.รมน.ทั้ง 4 ส่วน ได้แก่ รองฝ่ายทหาร ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายพลเรือน และฝ่ายประชาชน แล้วให้แต่ละฝ่ายดูแลรับผิดชอบงานในส่วนนั้น น่าจะทำงานได้ดีกว่า แยกเป็นหมวดๆ เลย อีกหน่อยการทำงานของ ศอ.บต.ต้องร่วมกับ กอ.รมน. ก็น่าจะดีขึ้น แต่ก่อนมันแยกส่วนกันบริหาร"