วันพุธ ที่ 8 เมษายน 2569

Login
Login

'พล.อ.ไพบูลย์'เรียก3อธิบดีใหม่ยธ.ฟังนโยบาย

'พล.อ.ไพบูลย์'เรียก3อธิบดีใหม่ยธ.ฟังนโยบาย

"พล.อ.ไพบูลย์"เรียก 3 อธิบดีใหม่ ก.ยุติธรรม เข้ารับทราบนโยบาย สั่งผนึกกำลังปราบปรามยาเสพติด

นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ รักษาการปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยภายหลังมีคำสั่งโยกย้าย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) ตนพร้อมกับนายประยงค์ ปรียาจิตร์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) นายเพิ่มพงษ์ ชวลิต เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) และนายวิทยา สุริยวงศ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เข้าพบกับพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)

เพื่อรับฟังนโยบายด้านยาเสพติดและการปราบปรามการทุจริต โดยพล.อ.ไพบูลย์ ย้ำในแนวทางที่เคยมอบนโยบายซึ่งสั่งการให้กรมราชทัณฑ์ปราบปรามยาเสพติดในเรือนจำให้เป็นศูนย์เปอร์เซ็นต์ โดยให้ป.ป.ท.เข้าไปร่วมตรวจสอบดูแลการดำเนินงานในกรมราชทัณฑ์ให้เป็นรูปธรรมซึ่งไม่ใช่การเข้าไปจับผิดแต่มอบหมายให้ป.ป.ท.จัดมาตรการเสริมเพื่อให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ทำงานด้วยความมั่นใจมากขึ้น ส่วนของป.ป.ส.ให้ดำเนินการตามมาตรการเดิมให้ได้ผลสำเร็จ

นายวิทยา เปิดเผยว่า พล.อ.ไพบูลย์ กำชับให้ตนเข้าไปดูแลงาน 3 ด้าน คือ 1.เรื่องความเป็นอยู่ของผู้ต้องขังแม้คนเหล่านี้จะถูกคุมขังเพราะทำผิดคดีอาญา แต่กรมราชทัณฑ์ต้องดูแลให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่เหมาะสมตามหลักสิทธิมนุษยชน เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมโทษทางอาญาที่ได้รับ 2 ปัญหายาเสพติดพล.อ.ไพบูลย์สั่งการให้กรมราชทัณฑ์ร่วมมือกับหน่วยบังคับใช้กฎหมายภายนอก เพราะเรือนจำเป็นหน่วยงานตั้งรับ หากสังคมภายนอกแก้ปัญหายาเสพติดไม่ได้ ผู้กระทำความผิดก็จะถูกส่งตัวเข้าเรือนจำจนทำให้ ปัจจุบันผู้ต้องขังกว่า 70%ทั่วประเทศเป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด ทั้งนี้ พล.อ.ไพบูลย์ยังยืนยันนโยบายเดิมให้กรมราชทัณฑ์ดำเนินมาตรการเดิมด้วยการกำจัด การลักลอบนำยาเสพติดและโทรศัพท์เข้าเรือนจำให้หมดสิ้น ไม่เช่นนั้นจะเท่ากับกฎหมายไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ ผู้ต้องขังไม่เข็ดหลาบแม้จะถูกจับกุมคุมขังแต่ก็ยังลักลอบนำสิ่งต้องห้ามเข้ามาทำผิดได้อีก และ 3. พล.อ.ไพบูลย์ กำชับเรื่องความซื่อตรงของเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ นโยบายควบคุมและบริหารต้องตรงไปตรงมาทั้งในเรื่องอาหารในเรือนจำและความเป็นอยู่ของผู้ต้องขัง เรื่องการรับสินบนจากผู้ต้องขังต้องไม่มีหากเจ้าหน้าที่ทำผิดต้องมีการลงโทษทางวินัยอย่างเด็ดขาด

“ผมมีแผนและมาตรการเข้าไปแก้ไขปัญหาเรือนจำตามนโยบายของคสช. แม้ผมจะไม่เคยเป็นผู้บัญชาการเรือนจำ แต่ไม่ใช่คนนอก และเคยผ่านงานราชทัณฑ์มาแล้วทั้งในเรือนจำจังหวัด.ฉะเชิงเทรา และเรือนจำกลางคลองเปรม ดังนั้นจะใช้ประสบการณ์และความรู้ที่มีอยู่ไปแก้ปัญหา โดยจะพยายามเรียกประชุมผู้บัญชาการเรือนจำทั่วประเทศให้น้อยที่สุด เพราะในการเรียกประชุมแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายเป็นค่าเดินทางและที่พักสูงกว่าล้านบาท ยืนยันว่าการทำงานของผมจะต้องมีแนวทางที่ชัดเจนก่อนที่จะมอบหมายให้เรือนจำนำไปปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม การเข้ามาบริหารกรมราชทัณฑ์ของผมจะมุ่งเน้นสร้างความร่วมมือในการทำงานกับเจ้าหน้าที่ทุกเรือนจำ ปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้นไม่ใช่เป็นการเข้ามาจับผิด” นายวิทยา กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันจันทร์ที่ 7 ก.ค. เวลา 09.00 น. พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย อธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่ถูกคำสั่งคสช.ย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรมมีกำหนดส่งมอบงานในหน้าที่ให้กับนายวิทยา อธิบดีกรมราชทัณฑ์คนใหม่ ที่ห้องประชุมกรมราชทัณฑ์