วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กล้านรงค์'หวังสื่อให้ปชช.รู้ผลกระทบคอร์รัปชั่น

"กล้านรงค์" อดีตปปช. ตั้งความหวัง สื่อมีบทบาทให้ความรู้-เข้าใจปชช.ปมคอร์รัปชั่นกระทบชีวิต

โรงแรมเดอะสุโกศล - 4 ก.ค. 57 - นายกล้านรงค์ จันทิก อดีตกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง บทบาทสื่อกับการตรวจสอบคอร์รัปชั่นในสังคมไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 17 ปี สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ว่า สังคมไทยมีปัญหาเรื่องการทุจริตมาอย่างเรื้อรัง

โดยปัญหาดังกล่าวนั้นมีมานาน นับตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ที่จากการบอกเล่าพบว่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่มีการฉ่อราษฎร์บังหลวง แต่การทุจริตนั้นไม่ความรุนแรง เพราะสังคมสมัยนั้นไม่ยอมรับ และมีการต่อต้านกดดันทำให้คนฉ้อราษฎร์บังหลวงไม่กล้า แต่ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง สังคมไทยมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดคำว่าเศรษฐีสงครามขึ้น และเป็นผลสะท้อนสังคมไทยปัจจุบัน คือ ไม่รู้สึก หรือไม่รังเกียจการคอรัปชั่น

ดังนั้นในช่วงที่เป็นวิกฤตแห่งการทุจริต คอร์รัปชั่นนั้น อยากให้สื่อมวลชนใช้เป็นโอกาสที่ต้องระดมให้ประชาชนเลิกและรังเกียจการคอร์รัปชั่น ที่เป็นในรูปแบบของการติดสินบน, การยักยอก และอุปถัมภ์บุคคลที่เป็นพรรคพวกเดียวกัน ทั้งนี้ในประเทศต่างๆ ที่ได้รับการจัดอันดับให้มีความโปร่งใสสูงนั้น ปัจจัยสำคัญ คือ ความเป็นประชาธิปไตยและสื่อมีเสรีภาพในการแสดงความเห็น ดังนั้นในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ควรคงหมวดที่ 7 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงคิดเห็นของบุคคลและสื่อมวลชนไว้ เพื่อไม่ให้นักการเมืองเข้าไปแทรกแซง

“ผมมองว่าสื่อมีเสรีภาพถือเป็นความทางนิตินัย แต่ทางพฤตินัยเป็นจริงอย่างนั้นหรือไม่ ส่วนตัวผมมองว่าสื่อจะอยู่ได้มีต้นทุนและได้รับการสนับสนุนจากการซื้อโฆษณา จากทุนรายใหญ่ คือ รัฐบาล หรือบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ ที่จะเข้ามาเป็นหางเสือต่อการนำพาสื่อไปในทิศทางใด ทั้งนี้ยอมรับว่าหากสื่อ นำเสนอการตรวจสอบองค์กร หรือรัฐบาล อาจจะลดการซื้อโฆษณาเพื่อกดดันให้ลดการตรวจสอบ ส่วนตัวผมสงสารนักข่าวภาคสนาม อย่างนักข่าวที่ทำข่าวที่สำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งต้องใช้เวลารอทำข่าวนานและเมื่อเขียนข่าวไปแล้ว บางสื่อไม่ลง หรือลงไม่ครบ หรือลงข่าวที่ไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะส่วนกลางไม่ได้นำไปลงเนื่องจากขึ้นอยู่กับหางเสือที่มอิทธิพลต่อสื่อ ดังนั้นหากสื่อมีเสรีภาพสูงจะเป็นประโยชน์ในการต่อต้านการคอรัปชั่น” นายกล้านรงค์ กล่าว

นายกล้านรงค์ กล่าวเสนอแนะการทำหน้าที่สื่อฯ ด้วยว่าบทบาทสำคัญคือการให้ความรู้กับประชาชน ต่อสาเหตุและผลของการคอร์รัปชั่นที่กระทบต่อการดำรงชีวิตและบริการสาธารณะของประชาชนอย่างไร ทั้งนี้ต้องทำให้ประชาชนเข้าใจว่า การคอร์รัปชั่นจะสร้างความเสียหายอย่างไร ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนตกต่ำอย่างไร หรือการสูญเสียงบประมาณด้านพัฒนาประชาชนจะได้รับผลกระทบอย่างไร ดังนั้นเป็นส่วนสำคัญที่สื่อต้องชี้ให้ประชาชนเห็นถึงความเสียหายจากการคอร์รัปชั่น และให้ประชาชนรับทราบถึงข้อเท็จจริง เพื่อประกอบการตัดสินใจของประชาชนอย่างถูกต้องที่สุด ทั้งนี้องค์กรสื่อจำเป็นต้องทำเรื่องดังกล่าวอย่างเข้มแข็ง เพราะเป็นองค์กรเดียวที่เข้าถึงประชาชนทุกระดับเป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ในงานครบรอบ 17 ปีสภาการหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ยังมีการประกาศเกียรติคุณพร้อมมอบโล่ให้กับบทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ดีเด่นและชมเชย ประจำปี 2556 ทั้งหนังสือพิมพ์ส่วนกลาง, ส่วนภูมิภาค และหนังสือพิมพ์ในมหาวิทยาลัย โดยรางวัลบทบรรณาธิการดีเด่น ส่วนของหนังสือพิมพ์ส่วนกลาง เป็นของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ในบทบรรณาธิการ เรื่อง ก.ม.ป้องกันรัฐประหาร, หนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาค คือหนังสือพิมพ์เสียงสาริกา จากบทบรรณาธิการ เรื่อง “หายไปไหน?” และหนังสือพิมพ์ในมหาวิทยาลัย คือ หนังสือพิมพ์บ้านกล้วย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เรื่อง จิตรกรที่เรียกว่าสื่อ และกระดาษขาวที่ชื่อ วัยรุ่น

ด้านรางวัลบทบรรณาธิการชมเชย จำนวน 2 รางวัล โดยหนังสือพิมพ์ส่วนกลางที่ได้รับรางวัล ได้แก่ 1.หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก จากบทบรรณาธิการ เรื่อง “ปฏิรูปการเมือง ทางออกประเทศไทย” และหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ จากบทบรรณาธิการ เรื่อง “เมืองไทยไม่ใช่สนามรบของคนไทย”, จากหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาค จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ 1. หนังสือพิมพ์ลานนาโพสต์ เรื่อง “ความหวังขอลำน้ำวัง” และ หนังสือพิมพ์ประชามติ (ตราด) เรื่อง หน้าที่ของ “ข้าราชการ” และหนังสือพิมพ์ในมหาวิทยาลัย จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ 1.หนังสือพิมพ์มหาวิทยาลัย ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง วิชาทำประชามติ เพื่อให้นักศึกษาหาข้อยุติในสังคม และ 2. หนังสือพิมพ์หอข่าว ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เรื่อง เยาวชนต้องรู้เท่าทันโลกออนไลน์

ทั้งนี้ได้มีการมอบรางวัลคลิปหนังสั้นส่งเสริมจริยธรรมวิชาชีพสื่อ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2556 โดยรางวัลดีเด่น จำนวน 2 รางวัล คือ มหาวิทยาลัยศรีปทุม คลิปเรื่อง “เชื่อหรือคิด” และมหาวิทยาลัยศิลปากร คลิปเรื่อง 1+X=X และ รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คลิปเรื่อง “ประชาชนปลายปากกา” และ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา เรื่อง จรรยาบรรณ