วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกต.คาดสรุปแก้กม.รับเลือกตั้งสัปดาห์หน้า

เลขาฯกกต. คาดได้สรุปแก้กฎหมายรับเลือกตั้งสัปดาห์หน้า ก่อนชงคสช.พิจารณา พร้อมเผยมติเอกฉันท์กกต.

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการสำนักงานกกต. แถลงภายหลังกกต.ประชุมร่วมผู้บริหารสำนักงานเพื่อพิจารณาข้อเสนอปัญหาข้อกฎหมายและอุปสรรคในการวิธีการปฏิบัติที่ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม ก่อนที่จะนำเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ว่า ที่ประชุมยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ เนื่องจากเป็นการให้ฝ่ายบริหารนำเสนอปัญหาในลักษณะเชิงวิชาการที่มาจากรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง พรรคการเมือง และกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นรวม 5 ฉบับ และแนวทางการปฏิบัติที่ทำให้เกิดปัญหา แต่ทั้งนี้เชื่อว่ากกต.น่าจะได้ข้อยุติภายในสัปดาห์ เพื่อนำเสนอต่อคณะทำงานด้านปฏิรูปของคสช. และนำไปประกอบการการยกร่างกฎหมายของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

เมื่อถามว่าได้มีการพิจารณาข้อเสนอของสถาบันพระปกเกล้าที่จะให้มีการห้ามหรือตัดสิทธิการลงสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครที่ถูกจับได้ว่าทุจริตการเลือกตั้งตลอดชีวิตหรือไม่ นายภุชงค์กล่าวว่า ไม่ได้พิจารณาเป็นการเฉพาะ แต่ข้อเสนอในเรื่องมาตรการป้องกันปรามการทุจริตมีการเสนอแนวคิดที่หลากหลายมากรวมถึงข้อเสนอดังกล่าวด้วย แต่ก็ต้องมาพิจารณาว่าแต่ละข้อเสนอมีความเป็นได้มากน้อยแค่ไหนและสังคมจะให้การยอมรับหรือไม่ ซึ่งนี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เรายังไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะเกรงจะมีผู้เข้าใจไปว่า กกต.บังคับให้คสช.ต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ อย่างไรก็ตามในบ่ายวันที่4ก.ค.จะมีการประชุมเชิงวิชาการร่วมระหว่างกกต.กับสถาบันพระปกเกล้าโดยนายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง เป็นประธาน เพื่อศึกษากรณีการให้ค่าตอบแทนกับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้นายธีรวัฒน์ ได้ให้เจ้าหน้าที่หาข้อมูลว่ามีประเทศใดบ้างที่มีการให้ค่าตอบแทนกับผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง รวมทั้งเห็นว่า เคยมีการตั้งประเด็นดังกล่าวเมื่อปี 2476 ที่นายปรีดี พนมยงค์ อดีตนายกรัฐมนตรีเสนอแนวคิดว่าควรที่จะมีการตอบแทนผู้มาใช้สิทธิแต่จนวันนี้ก็ยังไม่เกิดขั้น แต่ทั้งนี้ขอย้ำว่ายังเป็นแค่การศึกษา ไม่ใช่แนวความคิดของกกต.ที่จะดำเนินการ

นายภุชงค์ กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมกกต. ยังมีมติเสียงข้างมากให้ยกคำร้องกรณีคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาแม่ฮองสอนที่นายสุรพล สันติโชตินันท์ ได้รับเลือกตั้งเมื่อวันทื่30 มี.ค. 57 เนื่องจากเห็นว่า แม้จะมีการร้องว่านายสุรพล ขาดคุณสมบัติในการลงสมัคร เพราะภรรยาเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น ซึ่งจากการตรวจพบว่า นายสุรพล ลงสมัครรับเลือกตั้งส.ว.วันที่4มี.ค. แต่ภรรยาของนายสุรพล ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาท้องวันที่3มี.ค.โดยยื่นต่อองค์การบริหารส่วนหวัดแม่ฮ่องสอน และหนังสือไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดวันที่6มี.ค.จึงมีปัญหาว่าขณะที่นายสุรพลลงสมัครนั้น คู่สมรสยังเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ ซึ่งทางจังหวัดก็ได้ยืนยันว่า การลาของภรรยานายสุรพล มีผลวันที่3มี.ค.รวมทั้งบุคคลทั้งสองได้มีการจดทะเบียนหย่ากันก่อนการลงสมัครทำให้เป็นว่าไม่มีความเกี่ยวพันกัน กกต.จึงถือว่านายสุรพลไม่ได้ขาดคุณสมบัติในการลงสมัคร

นายภุชงค์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีร้องคัดค้านการเลือกตั้งส.ส.เขต 2 อุบลราชธานี ที่นายสมบัติ รัตโน ผู้ได้รับเลือกตั้งจากพรรคเพื่อไทยวันที่2ก.พ.ถูกร้องเรียนว่า หลังสมัครรับเลือกตั้งและมีพ.ร.ฎ.ยุบสภาแล้ว ได้ติดป้ายที่มีภาพอดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตรมว.คมนาคม พร้อมผู้สมัคร ชูนโยบายทำถนน 4เลน และป้ายโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่วงเงิน 25 ล้านบาท ซึ่งจากการสอบสวนของกกต.พบว่ามีการติดป้ายดังกล่าวจริง แต่นายสมบัติให้แจ้งให้บริษัทจัดทำป้ายทำการจัดเก็บป้ายทั้งหมดแต่ยังคงตกค้างอยู่ ประกอบกับในป้ายไม่มีหมายของผู้สมัคร กกต.จึงเห็นว่านายสมบัติมีความตั้งใจที่จะดำเนินการเก็บป้าย และป้ายดังกล่าวก็ไม่ส่งผลต่อคะแนนนิยม จึงมีมติเอกฉันท์ยกคำร้อง

นายภุชงค์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมกกต.ยังมีมติเอกฉันท์ให้เสนอศาลอุทธรณ์ภาค 5พิจารณาสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง นายไพศาล เปรุนาวิน นายกเทศบาลตำบลแก่งเสี้ยนและสมาชิกฯ กรณีหาเสียงหลัง18.00น.ก่อนวันเลือกตั้ง - 24.00 น. ของวันเลือกตั้ง เนื่องจากนายไพศาลและสมาชิกฯ ในวันเลือกตั้งหลังไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งแล้ว ได้ออกมาหาเสียงที่หน้าหน่วยเลือกตั้ง โดยมีหลักฐานเป็นพยานบุคคลให้ถ้อยคำยืนยันว่าได้ยินและเห็นนายไพศาล และสมาชิกดังกล่าวยกมือไหว้และพูดขอให้ผู้มีสิทธิเลือกตนเอง ซึ่งนายกและสมาชิกฯคนดังกล่าว ยังได้ปฏิบัติพฤติกรรมดังกล่าวในหน่วยเลือกตั้งที่ตำบลอีก 3 ตำบลด้วย