วงสัมมนาเสนอตัดสิทธิ"นักการเมืองทุจริต"ตลอดชีวิต ตั้ง5ปมปฏิรูปการเมือง ด้านคสช.ยังไม่ถกร่างธรรมนูญ
คสช.ตั้ง 5 โจทย์ปฏิรูปการเมือง เน้นรูปแบบรัฐสภา-ที่มาส.ส.-ส.ว.-วิธีควบคุมนักการเมือง "ปลัดกห."เล็งเสนอรายงาน"ประยุทธ์"ก่อนสิ้นเดือน ก.ค. ด้านวงรับฟังความเห็น ยังหนุนระบบสภาคู่ ให้ ส.ส.มาจากการเลือกตั้ง ส.ว.มาจากทั้งเลือกตั้ง-สรรหา เสียงแตกส.ส.ต้องสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ คสช.เคาะ 11 ส.ค.เป็นวันหยุดราชการ กระตุ้นท่องเที่ยว
กระทรวงกลาโหมร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า จัดสัมมนาระดมความคิดเห็น เรื่อง "การปฏิรูปประเทศไทย:การเข้าสู่อำนาจและการตรวจสอบ" ที่ห้องพินิตประชานาถ ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม โดยมีภาคส่วนต่างๆ ได้แก่ ภาคเอกชน, ภาครัฐและหน่วยงานส่วนท้องถิ่น, นักวิชาการ, เยาวชน, กลุ่มสตรี, เกษตรกร, ภาคประชาสังคม, กลุ่มคนพิการ, นักศึกษาจากสถาบันพระปกเกล้า ประมาณ 300 คนเข้าร่วม เมื่อวานนี้(2 ก.ค.)
ทั้งนี้ในงานนอกจากจะมีการบรรยายของนักวิชาการจากสถาบันพระปกเกล้า เพื่อให้ความรู้กับผู้เข้าร่วมงานแล้ว ยังได้จัดกลุ่มเพื่อรับฟังความเห็นจากบุคคลที่เข้าร่วม ด้วยการรับฟังความเห็นแบบกลุ่มย่อยและตอบแบบสอบถามใน 5 ประเด็น ได้แก่ 1.รูปแบบของรัฐสภาควรเป็นแบบใด 2.จำนวนของส.ส. และ ส.ว.ที่เหมาะสมกับรัฐสภาไทย 3.วิธีการได้มาซึ่ง ส.ส.และส.ว. 4.ส.ส.และส.ว.ควรสังกัดพรรคการเมืองหรือไม่ และ 5.วิธีการควบคุม ตรวจสอบ ลงโทษ ถอดถอน ส.ส.และส.ว. ควรทำอย่างไร
โดยก่อนเริ่มสัมมนา พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าเพื่อสร้างความปรองดองและปฏิรูป ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมาย กล่าวเปิดงาน ว่า เป็นการรับฟังความเห็นเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย โดยตั้งแต่วันที่ 4 มิ.ย.จะมีการรับฟังความเห็นและรับข้อเสนอต่างๆ จากภาคส่วนต่างๆ
รวมถึงแกนนำนักการเมือง กลุ่มการเมืองภาคประชาชน นักวิชาการ สถาบันการศึกษา ข้อเสนอแนะรวบรวมความเห็นประกอบกับกลุ่มต่างๆ ก่อนหน้านี้ จัดเรียงและแยกประเภท จัดเป็นกรอบความเห็นร่วมของคนไทยทุกคนเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศไทย โดยภายในสิ้นเดือนก.ค.นี้ คณะทำงานจะส่งรายงานไปให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคสช. ให้พิจารณาส่งต่อไปยังสภาปฏิรูปต่อไป
พล.อ.สุรศักดิ์ เปิดเผยภายหลังการสัมมนาว่า ผลการจัดการสัมมนาและการรับฟังความเห็นเชิงลึกที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ค่อนข้างพอใจ แต่ยังต้องการที่จะให้เปิดเวทีให้มีความหลากหลายมากขึ้น ซึ่งหลังจากนี้จนถึงการส่งรายงานให้ คสช.ในปลายเดือนก.ค. จะจัดเวทีสัมมนาอีก 2-3 ครั้ง
ส่วนการฟังความเห็นเชิงลึกจากภาคต่างๆ ก็จะดำเนินการทุกวัน เบื้องต้นได้รับการติดต่อจากภาคส่วนต่างๆ เช่น พระสงฆ์ เพื่อเข้ามาแสดงความคิดเห็นเรื่องการปฏิรูปประเทศ ส่วนภาคนักวิชาการ คนเสื้อแดง คณะทำงานพร้อมจะรับฟัง ทั้งนี้เมื่อได้ข้อสรุปจะส่งให้สภาปฏิรูปดำเนินการ โดยคำถึงความจำเป็นเร่งด่วน เบื้องต้นสิ่งที่ประชาชนอยากให้ปฏิรูปเร่งด่วนคือปฏิรูปการเมือง และปฏิรูปการคอร์รัปชัน
ผู้สื่อข่าวถามว่าการประชุมของ คสช.ได้หารือถึงธรรมนูญการปกครองชั่วคราวหรือไม่ พล.อ.สุรศักดิ์ ปฏิเสธว่าไม่ได้คุยเรื่องดังกล่าว
แนะควรมีสภาคู่ทั้งส.ส.-ส.ว.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการสัมมนาเรื่องการปฏิรูปประเทศไทย เรื่องการเข้าสู่อำนาจและการตรวจสอบ ที่มีการรับฟังความเห็นเป็น 8 กลุ่มย่อย มีข้อสรุปใน 5 ประเด็นได้แก่ 1.รูปแบบของสภา ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับระบบสภาคู่คือ มีทั้งสภา ส.ว. และ ส.ส. เพื่อตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างสองสภา นอกจากนั้นยังมีความเห็นอีกส่วนที่ต้องการให้มีสภาประชาชน หรือสภานโยบายที่มาจากตัวแทนของกลุ่มอาชีพต่างๆ เพื่อเข้ามากำหนดนโยบายที่เป็นประโยชน์ ต่อภาคประชาชน โดยยกตัวอย่างจากกลุ่มเกษตรกรว่าหากได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนด ก็จะทำให้ปัญหาการวางนโยบายเรื่องข้าว ราคาผลผลิต จะไม่เป็นปัญหาเหมือนที่ผ่านมา
2.จำนวนของ ส.ส. และ ส.ว.ที่เหมาะสม ในการระดมความเห็น เบื้องต้น ต้องการจำนวน ส.ส. ส.ว. ที่สัมพันธ์กับตัวเลขประชากรของประเทศไทย เช่น 2-2.5 แสนคน ต่อ ส.ส.-ส.ว.หนึ่งคน
ชี้ส.ส.ควรมาจากเลือกตั้งทั้งหมด
3.วิธีการได้มาซึ่ง ส.ส. และ ส.ว. ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการให้ ส.ส.มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด แต่บางส่วนไม่เห็นด้วยระบบบัญชีรายชื่อเนื่องจากมองว่า ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อไม่ได้ลงพื้นที่หาเสียง และส่วนใหญ่ เป็นผู้สมัครที่เป็นกลุ่มผลประโยชน์ จึงทำให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อมักจะใช้ตำแหน่งเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์มากกว่าทำประโยชน์เพื่อประชาชน
ส่วน ส.ว.บางกลุ่มเห็นว่าควรมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ตามสัดส่วนของประชากรและจำกัดตัวแทนวิชาชีพ ผู้ด้อยโอกาส กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้ทรงคุณวุฒิ อีกส่วนเห็นควรให้คงระบบเดิมคือ มีทั้งเลือกตั้งและสรรหา โดยการเลือกตั้งก็ให้ใช้จังหวัดละหนึ่งคน ทั้งนี้ผู้ที่แสดงความเห็นแต่ละกลุ่มเห็นไปในทางเดียวกันว่า คนที่จะลงเลือกตั้งเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. ควรกำหนดคุณสมบัติ เช่น วุฒิการศึกษา อายุ และความมีคุณธรรม และจริยธรรม และในส่วนของ ส.ส.ควรมีระบบคัดกรองคือ ให้พรรคการเมืองเป็นผู้คัดกรองบุคคลที่จะลงรับเลือกตั้ง
เสียงแตกส.ส.ควรสังกัดพรรคหรือไม่
4.ว่าด้วยการสังกัดพรรคการเมือง โดยมีความเห็นในสองประเด็นคือหนึ่งควรให้สังกัดพรรคการเมือง เพื่อให้พรรคเข้มแข็ง มีเสถียรภาพ และมีระบบพรรคที่เข้ามาตรวจสอบนักการเมืองในสังกัด รวมถึงให้มีการสะท้อนแนวนโยบายที่ประชาชนเสนอต่อนักการเมือง และให้นักการเมืองนำเสนอพรรคเพื่อให้กำหนดนโยบายพัฒนาประเทศและประโยชน์ต่อส่วนรวม ส่วนผู้ที่เห็นว่า ส.ส.ไม่ควรสังกัดพรรคการเมือง เนื่องจากมีความกังวลว่าจะตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มนายทุน ขาดความเป็นอิสระและมุ่งสนองผลประโยชน์ที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคหยิบยื่นมาให้ ขณะที่ที่มา ส.ว. ทุกกลุ่มเห็นตรงกันว่าไม่ควรสังกัดพรรคการเมือง
แนะตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิตหากทุจริต
5.เรื่องการตรวจสอบและลงโทษ ส.ส. ส.ว. เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าประชาชน 10,000 -20,000 ชื่อมีสิทธิในการถอดถอนนักการเมืองที่ทุจริตคดโกงได้ และให้ใช้กระบวนการตรวจสอบในสภา และหากได้ผลที่ไม่น่าพอใจต้องให้สิทธิประชาชนในการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้
ส่วนการลงโทษนักการเมืองที่ทุจริต หากมีผลที่ประจักษ์ชัดควรใช้บทลงโทษคือ การตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต ในส่วนของเอกสิทธิ์คุ้มครองควรจำกัดเฉพาะกรณีที่ถูกฟ้องร้องคดีลหุโทษกับหมิ่นประมาทเท่านั้น หากเกินกว่านี้ก็ห้ามไม่ใช้เอกสิทธิ
ทั้งนี้ผู้แสดงความเห็นยังเห็นควรให้สร้างความเข้มแข็งของ ส.ส. ส.ว. ด้านจริยธรรม โดยให้มีสถาบันฝึกนักการเมือง ที่มีจิตสำนึกรับใช้ประเทศและประชาชน และยังมีข้อเสนออื่นเช่น ควรกำหนดให้รัฐมนตรีและนายกฯ มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เนื่องจากหากมาจากการเลือกตั้ง ก็จะเป็นเอกเทศจากสภาที่มาจากพรรคการเมือง
คสช.ยังไม่ถกร่างธรรมนูญชั่วคราว
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษกคสช.เปิดเผยว่า ในการประชุม คสช. ที่ประชุมยังไม่มีการพิจารณาเรื่องร่างธรรมนูญปกครองชั่วคราว ส่วนที่หัวหน้าคสช.ระบุในรายการ "คสช.พบประชาชน"ว่าจะนำเรื่องนี้เข้าหารือกับผู้เกี่ยวข้องในสัปดาห์นี้นั้น ตามปกติประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองการปกครอง ทางหัวหน้าคสช.จะเป็นผู้ให้รายละเอียดเอง
แหล่งข่าวจากคณะทำงาน คสช.เปิดเผยว่า ทีมที่ปรึกษา คสช. ฝ่ายกฎหมายและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มีการนัดหมายหารือกันถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการร่างธรรมนูญปกครองในห้วงเวลาที่เหมาะสมอยู่เป็นระยะๆ เพื่อติดตามความคืบหน้าที่บ้านพักรับรองเกษะโกมล แต่ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนใด ๆ
คสช.เคาะ11ส.ค.เป็นวันหยุดราชการ
พ.อ.วินธัย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคสช.เห็นชอบให้วันจันทร์ 11 ส.ค.เป็นวันหยุดราชการ เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว กระตุ้นระบบเศรษฐกิจให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในสังคม
นักธุรกิจเกาหลีใต้พบ"ประยุทธ์"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น.วันเดียวกัน คณะนักธุรกิจจากประเทศเกาหลีใต้ได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อขอความเชื่อมั่นในการค้าการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศ โดยในช่วงต้น พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวต้อนรับ พร้อมแนะนำรองหัวหน้า คสช.ทั้ง 4 คน โดยระบุว่า คสช.ได้แบ่งงานกันดูแลทั้ง 21 กระทรวง และขับเคลื่อนการทำงานกับข้าราชการกระทรวงต่างๆ พร้อมยกตัวอย่างว่า ในอดีตเคยรับราชการในกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ ซึ่งเป็นหน่วยที่ส่งกำลังพลไปร่วมรบในสงครามเกาหลี และได้สร้างอนุสาวรีย์ทหารผ่านศึกเกาหลีไว้ที่ จ.ชลบุรี
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวชื่นชมประเทศเกาหลี ที่เจริญก้าวหน้าในด้านต่างๆ พร้อมชี้แจงถึงความจำเป็นต้องเข้ามาบริหารราชการแผ่นดินของ คสช. โดยระบุว่า สถานการณ์ก่อน 22 พ.ค.ที่ผ่านมา รัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตยไม่มีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน จึงจำเป็นที่ คสช.จะต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาเพื่อให้ประเทศขับเคลื่อนต่อไปได้
ผบ.สส.พม่า"พบ"ประยุทธ์-ป๋าเปรม"ศุกร์นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 4 ก.ค.นี้ เวลา 9.30 น. พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมาร์ จะเดินทางเข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทย ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ตามคำเชิญของกองทัพไทย จากนั้นเวลา 11.15 น. พล.อ.มิน อ่อง หล่าย จะเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ และในเวลา 14.00 น.จะเดินทางเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ ที่กองทัพบก เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะ และหารืออย่างเป็นทางการ
มติกกต.ไม่คืนค่าสมัครส.ส.
นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการ กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง แถลงถึงกรณีที่หัวหน้าพรรคพัฒนาคุณภาพชีวิต ได้มีหนังสือขอคืนเงินค่าธรรมเนียมการสมัคร การเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า ที่ประชุมกกต. มีมติเห็นว่าไม่สามารถคืนเงินดังกล่าวได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายรองรับ และตามมาตร 38 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. ระบุว่าเมื่อสมัครแล้วไม่สามารถถอนตัวได้ และเงินค่าทำเนียบการสมัครก็จะตกเป็นของกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง ซึ่งเงินดังกล่าวก็จะหมุนเวียนกลับมาให้พรรคการเมือง





