สอบ4จว.โกดังข้าววันนี้พบเกิน5%ฟ้องทันที

สอบ4จว.โกดังข้าววันนี้พบเกิน5%ฟ้องทันที

"ปนัดดา"แจงทีมตรวจสอบโกดังข้าวทั่วประเทศกว่า1พันแห่ง นำร่องพื้นที่4จังหวัดวันนี้ ชี้พบเกิน5%ฟ้องทันที

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ กล่าวหลังมอบนโยบายและชี้แจงแนวทางการตรวจสอบความมีอยู่จริงของข้าวที่เก็บในโกดังทั่วประเทศ ว่าวันนี้ (3 ก.ค.) คณะทำงานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าว ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากกองทัพบก ผู้ตรวจราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)

โดยคณะทำงานฯจะลงพื้นที่สุ่มตรวจสต็อกข้าวรัฐบาลในพื้นที่ 4 ภาคประกอบด้วยจังหวัดกำแพงเพชร ฉะเชิงเทรา นครราชสีมา และนครศรีธรรมราช ส่วนการตรวจสอบสต็อกข้าวโดยทีมผู้ตรวจ 100 ชุด จะตรวจสอบสัปดาห์หน้าคาดจะใช้เวลา 1 เดือนครึ่งในการตรวจสอบโกดังกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ ตามรายงานปริมาณข้าวของกระทรวงพาณิชย์กว่า 18 ล้านตัน

คาดสิ้นก.ย.ได้ข้อสรุปผลสอบโกดังข้าว

นอกจากนี้ ข้าวสารที่ตรวจสอบในโกดังและไซโลของรัฐบาลครั้งนี้ จะมีการสุ่มตรวจคุณภาพและส่งเข้าตรวจสอบวิเคราะห์ในห้องแล็บส์ เพื่อตรวจสอบคุณภาพและชนิดของข้าวควบคู่กับการตรวจสอบปริมาณคงเหลือ คาดจะสรุปผลเสนอคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายในเดือนก.ย.นี้

“กองทัพบกจะเป็นหน่วยงานหลักในการตรวจสอบ ที่ประชุมได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เน้นความโปร่งใส ใช้ความระมัดระวังในการเข้าตรวจสอบ”มล.ปนัดดา กล่าว

วาง2แนวทางสอบสต็อกข้าว

นายจิรชัย มูลทองโร่ย ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าที่ประชุมได้ทำความเข้าใจการตรวจสต็อกข้าว วิธีการสุ่มตัวอย่างข้าว การตรวจสอบเน้นตรวจปริมาณข้าวตามบัญชีว่ามีอยู่เท่าไหร่ สถานะปริมาณข้าวขณะตรวจ ถ้า 2 ส่วนแรกขัดแย้งกันคือตัวเลขไม่ตรงกับปริมาณที่แจ้งไว้เกิน 5% ก็จะแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของโกดังและไซโลทันที

นอกจากนั้น จะมีการตรวจคุณภาพของข้าวที่มีอยู่ว่าคุณภาพดีหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องจะสุ่มตัวอย่าง "ที่ประชุม ม.ล.ปนัดดา ได้ย้ำกับผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องให้ความสำคัญกับการตรวจสต็อกข้าวอย่างเคร่งครัด ติดตามไม่ให้มีการโยกย้ายข้าว และให้ประสานหน่วยงานในพื้นที่ ให้ความร่วมมือรายงานข้อมูล หากพบมีสิ่งผิดสังเกตให้แจ้งหัวหน้าคณะผู้ตรวจในพื้นที่ทันที"

การตรวจสอบผู้ตรวจราชการทั้งหมด ทั้งที่สังกัดกระทรวงและสำนักนายกรัฐมนตรี จะเป็นหัวหน้าทีมตรวจ 100 ทีม กระจายไปยังจุดต่างๆทั่วประเทศ เบื้องต้นนำร่องตรวจวันนี้ 4 ชุด ที่เหลือจะทยอยตรวจสัปดาห์หน้า

ปปช.รอผลสอบก่อนเชือดผู้เกี่ยวข้อง

ด้านนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการป.ป.ช. กล่าวถึงการลงพื้นที่ตรวจสต็อกข้าวว่าป.ป.ช.เป็นหนึ่งในคณะกรรมการร่วมของคสช.เป็นผู้สังเกตการณ์และดำเนินการร่วมในพื้นที่ โดยตรวจสอบตามรายการของคณะกรรมการปิดบัญชีที่มีข้อมูลอยู่ ที่ผ่านมาได้หารือกับคสช. ได้กำชับให้หน่วยงานรัฐ ดูแลป้องกันการทุจริต หากผู้บังคับบัญชาที่ปล่อยปละละเลยต้องถูกลงโทษทางวินัย เพื่อลดความแตกแยกของสังคม

การตรวจสอบสต็อกข้าว โดยคสช.พบบางโกดังปริมาณข้าวที่มีอยู่ไม่ตรงกับตัวเลขที่รายงานนั้น นายสรรเสริญ ระบุว่า ต้องรอผลการตรวจสอบจากคสช.ก่อน เพราะยังไม่ทราบข้อเท็จจริง ปปช.จะดูภาพรวมแต่จะไม่ลงไปตรวจสอบแต่ละโกดัง

ปปช.-คสช.เดินหน้าปราบทุจริต

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานป.ป.ช.กล่าวว่าป.ป.ช.ได้ร่วมกับคสช.เน้นการปราบปรามทุจริต สอดคล้องกับหน้าที่ของป.ป.ช.อยู่แล้ว ในการตรวจสต็อกข้าวหรือตรวจค้นโรงสีในพื้นที่ต่างจังหวัดของป.ป.ช. ได้ขอความร่วมมือไปยังคสช.เพื่อให้ส่งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ลงพื้นที่ร่วมกัน

นายปานเทพ กล่าวถึงกรณีที่ป.ป.ช. เตรียมเสนอให้คสช.แก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เพื่อเสนอคสช.ปรับปรุงกฎหมายต่างๆ ของป.ป.ช.ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ กฎหมายเรื่องการต่อยอดที่เป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กฎหมายที่เกี่ยวกับการติดตามทรัพย์สินคืนระหว่างประเทศ หรือกฎหมายที่เกี่ยวกับอายุความของคดี เนื่องจากระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดอยู่ขณะนี้ 15-20 ปีเท่านั้น จึงต้องพิจารณาว่าเพียงพอต่อการดำเนินการตามกฎหมายหรือไม่ เพราะบางคดีต้องใช้เวลานาน คดีอาจขาดอายุความระหว่างการพิจารณาได้

“บางเรื่องกว่าคดีจะเข้ามาถึงป.ป.ช.ก็ช้า ทำให้อายุความลดน้อยลงไป บางส่วนก็ขาด ดังนั้นจึงขอให้ คสช.พิจารณาถึงความเหมาะสมว่าควรจะขยายอายุความ หรือไม่ต้องมีอายุความ แต่ผมไม่เห็นด้วยที่จะไม่มีอายุความ เพราะกฎหมายต้องมีอายุความ จะมีการคุยกันในรายละเอียดกับ คสช.อีกครั้ง ถ้ามีกฎหมายบางอย่างออกเป็นประกาศได้ ก็ให้ คสช.ดำเนินการ แต่ถ้ามีความซับซ้อนก็ต้องไปอยู่ในกระบวนการของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่จะเป็นผู้ดำเนินการ” นายปานเทพ กล่าว

อ.ต.ก.แจงข้าวที่ปทุมถูกขโมย

นายธเนศพล ธณบุณยวัฒน์ ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) กล่าวถึงการตรวจสอบคลังข้าวในส่วนของอ.ต.ก. ที่คลังจังหวัดปทุมธานีว่า “เบื้องต้นคงต้องชี้แจงทำความเข้าใจกับโรงสีที่เข้าร่วมโครงการข้าวกับอ.ต.ก.ก่อน ซึ่งอ.ต.ก.ไม่ได้เป็นผู้เลือกเอง โรงสีที่จะเข้าโครงการต้องมีมาตรฐานตามที่คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ หรือ กขช. ส่วนผู้ตรวจสอบข้าว หรือเซอร์เวเยอร์ ที่ตรวจสอบอ.ต.ก.ก็ไม่ได้เป็นผู้เลือกเอง แต่คัดเลือกมาจากมาตรฐานของกระทรวงพาณิชย์

โครงการปี 2555/2556 กระทรวงพาณิชย์ได้คัดเลือกเซอร์เวเยอร์ ส่งมาให้อ.ต.ก.ทำสัญญา ซึ่งภารกิจของอ.ต.ก.มีเพียงออกเอกสารรับข้าว และเป็นผู้ดูแลข้าวเท่านั้นอ.ต.ก.ไม่มีอำนาจหาโรงสีหรือเซอร์เวเยอร์ รวมถึงการขายข้าวทั้งหมดต้องทำตามที่กระทรวงพาณิชย์สั่ง

นายธเนศพล กล่าวว่าส่วนข้าวที่จังหวัดปทุมธานี คงเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน กรณีดังกล่าวไม่ใช่ข้าวหายไปจากฉ้อฉลหรือการทุจริต แต่เกิดจากการลักทรัพย์ข้าวในคลัง ซึ่งคลังและบริษัทดังกล่าว เป็นคดีความกับอ.ต.ก.ไปแล้ว ก่อนหน้านี้ อ.ต.ก. ได้แจ้งความไว้แล้ว เกี่ยวกับการขโมยข้าวในโกดัง

ทั้งนี้ อ.ต.ก.ได้แจ้งความดำเนินคดีมาแล้ว มีหมายจับจากศาลจังหวัดปทุมธานี เพื่อดำเนินการกับผู้เกี่ยวตั้งแต่ปีที่ผ่านมาอ.ต.ก.ได้ดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง จนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าไปตรวจสอบ พบว่ามีการลักลอบขนข้าวออกจากคลัง และสนธิกำลังกับอ.ต.ก.เพื่อเข้าตรวจสอบโดยพบว่ามีข้าวหายเพิ่มอีก ซึ่งอ.ต.ก.ก็ได้แจ้งความเพิ่มอีก รวมทั้งหมด 3 คดี ทั้งคดีลักทรัพย์ บุกรุก และทำละเมิด สำหรับคลังข้าวดังกล่าว

ปัจจุบันข้าวจากโครงการรัฐมีอยู่ประมาณ 18-19 ล้านตัน แต่อยู่ในความรับผิดชอบของ อ.ต.ก.ประมาณ 3-4 ล้านตัน จำนวนกว่า 400 โกดัง จากคลังข้าวทั่วประเทศที่มีอยู่กว่า 1,500 -1,600 แห่ง

'ฉัตรชัย'ลั่นพบผิดส่งป.ป.ช.

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก รองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ในฐานะรองประธานกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว กล่าวว่า บัญชีในการตรวจสอบที่ขณะนี้ยังไม่สมบูรณ์ 100% แต่ให้ยึดถือมาตรฐานตามบัญชีเดิมแม้อนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงเพราะต้องมีการเคลื่อนไหวข้าวเข้าและออกจากโกดัง เนื่องจากข้าวบางส่วนมีการขายหรือทำสัญญาซื้อขายไว้ก่อน 22 พ.ค.2557 ก่อนการควบคุมอำนาจดังนั้นจึงต้องมีการดำเนินการสีข้าวเพื่อส่งมอบตามสัญญา

“หากพบว่าผิดจะให้เจ้าหน้าที่แจ้งความเอาผิดตามกฎหมาย ครั้งนี้เป็นหน้าที่ที่ผู้ว่าราชการจังหวังต้องดูแล เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและการตรวจสอบคุณภาพข้าวและการระบายขณะนี้ยอมรับว่า กำลังดำเนินการแบบคู่ขนาน และหากผลการตรวจสอบออกมา ป.ป.ช. จะขอข้อมูลเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาในคดีกับรัฐบาลชุดก่อน คสช.ก็ยินดีหากเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาครัฐด้วยกัน”พลเอกฉัตรชัยกล่าว