"โฆษกคสช."หวังนักธุรกิจเกาหลี ช่วยดึงนักท่องเที่ยวสร้างความเชื่อมั่น "ประยุทธ์"ชูเกาหลีใต้คือมิตรแท้
น.ส.ปถมาภรณ์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต คณะทำงานโฆษกคสช. แถลงว่านาย Bak Dong Bin รองประธานหอการค้าเกาหลี-ไทยได้นำตัวแทนนักธุรกิจชั้นนำของประเทศเกาหลีเขัาเยี่ยมคารวะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าคสช.ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้าคสช. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายสังคมและจิตวิทยา พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้าคสช.ในฐานะหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และนางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ส่วนตัวแทนจากนักธุรกิจเกาหลีใต้นั้นประกอบด้วย ตัวแทนจากภาคธุรกิจอุตสาหกรรมการบิน รถยนต์และการธนาคาร ซึ่งได้มีการหารือร่วมกันเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทั้งสองประเทศ
โดยฝ่ายหัวหน้าคสช.ได้อธิบายเหตุผลถึงความจำเป็นที่จะต้องเข้ามาบริหารประเทศ เพื่อปลดล็อคทางการเมือง ให้การบริการประเทศไม่มีอุปสรรค รวมถึงความมั่นใจกับตัวแทนนักธุรกิจเกาหลีใต้ด้วย ว่า หลังจากนี้การค้าการลงทุนกับนักธุรกิจต่างชาติจะเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรมตรวจสอบได้ และที่สำคัญคือไม่สร้างปัญหาให้กับประเทศ ในระยะยาว รวมถึงจะขยายความสำคัญด้านการค้า การลงทุนให้มากขึ้น
นอกจากนี้ทางฝ่ายคสช.ได้ให้ความมั่นใจ ในโครงการที่นักลงทุนชาวเกาหลีใต้ให้ความสนใจ ซึ่งคสช. จะคงเดินหน้าต่อไม่ว่าจะเป็นโครงการบริหารจัดการน้ำ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงระบบคมนาคม ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และที่สำคัญจะเปิดโอกาสให้นักลงทุนเกาหลีใต้ เข้ามาลงทุนอย่างแน่นอน ส่วนข้อขัดข้อง ข้อติดขัดในเรื่องกฎหมายการค้าต่างๆ หัวหน้าคสช.ได้แจ้งให้กับนักลงทุนชาวเกาหลีโดยระบุว่า ตอนนี้อยู่ในระหว่างการทบทวนแก้ไขปรับปรุง และอยากให้นักลงทุนเกาหลีใต้ ช่วยประเทศไทย ประชาสัมพันธ์เชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ เดินทางมาประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งจะเป็นหนึ่งในโครงการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย
ด้านรองประธานหอการค้าเกาหลี-ไทย ได้บอกกับหัวหน้าคสช.ว่า เกาหลีนั้นเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและทราบถึงเหตุผลความจำเป็นที่คสช.เข้ามาบริหารประเทศ และพร้อมจะเป็นมิตร ที่ดีคงควมสัมพันธ์ ให้แน่นแฟ้นกับประเทศต่อไปทุกระดับ ส่วนโครงการลงทุนได้รับความสนใจจากนี้ไปคือเรื่องการลงทุน ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมหนัก และโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับคมนาคม โดยยืนยันว่า นักธุรกิจของเกาหลีพร้อมสนับสนุนทั้งความรู้ และเทคโนโลยีต่างๆที่มีคงามเชี่ยชาญ
ช่วงท้ายของการหารือหัวหน้าคสช.ได้กล่าวขอบคุณตัวแทนนักธุรกิจเกาหลี และย้ำว่าเกาหลีคือมิตรของประเทศไทยเสมอมา ไม่ทอดทิ้งประเทศไทย ฉะนั้นประเทศไทยก็จะไม่ทอดทิ้งเกาหลีเช่นเดียวกัน โดยขณะนี้ไทยนั้นกำลังอยู่ในภาวะที่คับขัน ซึ่งทางหัวหน้าคสช.ได้ย้ำว่า มิตรย่อมไม่ทิ้งกันในยามลำบาก และหวังว่าเกาหลีนั้นจะเป็นกำลังสำคัญช่วยประเทศไทย สร้างความมั่นใจไปยังประเทศอื่นๆ
นางสาวปถมาภรณ์ กล่าวว่า ในการหารือหัวหน้าคสช. ระบุว่า คสช.จะดำเนินการต่อในการบริหารจัดการน้ำ โครงสร้างพื้นฐานและเรื่องคมนาคมต่อไป ซึ่งยังเปิดโอกาสให้นีกธุรกิจเกาหลีใต้และผู้ที่สนใจเข้ามามีส่วนร่วมด้วย อย่างไรก็ตามหัวหน้า คสช.ไม่ได้ลงรายละเอียดว่าโครงการที่เคยดำเนินการหรืออนุมัติมาแล้วจะสามารถดำเนินการโครงการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้หรือไม่
นางสาวปถมาภรณ์ กล่าวต่อว่า ในการหารือกับผู้แทนธุรกิจเกาหลีหัวหน้า คสช.ได้เน้นย้ำถึงโรดแม็ป 3 ขั้นตอนให้ที่ประชุมทราบ และยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิม ซึ่งทางผู้แทนเกาหลีไม่ได้มีการสักถามใดๆ และเข้าใจสถานการณ์ เพียงแต่ระยะแรกมีความกังวลอยู่ บ้าง แต่จริงๆ แล้วก็มีความเป็นห่วงมาตั้งแต่ช่วงครึ่งปีก่อนที่เกิดสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศไทย จนทำให้การขยายการลงทุนเป็นไปอย่างลำบาก แต่เมื่อเห็นว่าการบริหารจัดการโดยคสช.ทำให้ประเทศปลดล็อคไปได้ก็หวังว่าจะมีการแลกเปลี่ยนกันระหว่างไทยและเกาหลี เช่น การลงทุนของคนเกาหลีในไทยที่มีจำนวนมากในขณะนี้ ก็หวังว่าจะมีคนไทยไปลงทุนในเกาหลีเช่นเดียวกัน
โดยภายหลังการหารือได้มีการมอบหนังสือให้ทางคสช. โดยระบุว่า 50 ปีก่อนเกาหลีใต้เคยเผชิญสถานการณ์ที่คล้ายกับประเทศไทยในตอนนี้และสามารถสร้างความเข้มแข็งของประเทศมาได้จนทุกวันนี้ จึงหวังว่าไทยจะสามารถทำได้เช่นเดียวกัน





