"วิบูลย์"แจงผลแรงงานต่างด้าว ขีดเส้น 22 จังหวัดชายทะเลรายงานลงทะเบียนเรือ-แรงงานประมง 2 สัปดาห์
นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเร็นซ์กับ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล เสนาธิการทหาร ในฐานะประธานอนุกรรมการประสานงานการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าว (อก.นร.) เพื่อรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และขอรับทราบผลการดำเนินการของศูนย์บริการแรงต่างด้าว
โดยนายประดิษฐ์ ยมานันท์ รองผู้ว่าจังหวัดพังงา ในฐานะเลขานุการศูนย์เฉพาะกิจกระทรวงมหาดไทย ชี้แจงถึงความคืบหน้าการดำเนินงานของกระทรวงมหาดไทยว่า ในระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยได้มีกรอบการทำงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติตามนโยบาย 11 เรื่อง อาทิ การสร้างความเข้าใจในการเข้ามาบริหารของคสช.ที่อยู่ในช่วงการทำความเข้าใจกับประชาชนถึงนโยบายของหัวหน้าคสช.ในการจัดตั้งสภาปฏิรูปการเมือง และการทำธรรมนูญปกครองชั่วคราว โดยมีการดำเนินการแล้วทุกจังหวัด 50,147 ครั้ง สำหรับมาตรการป้องกันในการสร้างสถานการณ์ มีการตรวจพบอาวุธสงคราม 693 มอบคืนอาวุธปืนจำนวน 458 กระบอก เครื่องกระสุนกว่า 20,000 นัด และมีการจัดตั้งจุดตรวจตามจุดสำคัญต่าง ๆ ทั่วประเทศ รวมถึงการตรวจสอบสถานีวิทยุที่ไม่ได้ใบอนุญาตดำเนินการที่ถูกต้องตามกฎหมาย การป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า การกวาดล้างบ่อนการพนัน การติดตามการทวงหนี้ของชาวนา รวมทั้งการปราบปรามยาเสพติด
ส่วนความคืบหน้าในการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าวนั้น นายศิริพงษ์ ห่านตระกูล อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวรายงานว่า กรมการปกครองได้จัดตั้งศูนย์จัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวแรงงานต่างด้าว ใน 4 จังหวัดคือ จ.สุรินทร์ จ.สระแก้ว จ.ตราด และจ.จันทบุรี ส่วนศูนย์จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ หรือศูนย์วันสต๊อปเซอร์วิส ที่ จ.สมุทรสาคร โดยขณะนี้มีแรงงานต่างด้าวมาใช้บริการทำทะเบียนประวัติแล้วรวม 4,318 คน โดยปัญหาในการจดทะเบียนประวัติคือแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาไม่มั่นใจว่าหลังจากทำทะเบียนประวัติแล้วจะต้องทำอะไรต่อไป จึงมีความไม่มั่นใจเกี่ยวกับนโยบายทางด้านแรงงาน และยังขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดีจึงทำให้มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาจดทะเบียนประวัติน้อย
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดที่จัดตั้งศูนย์จดทะเบียนแรงงานต่างด้าวได้ชี้แจงปัญหาในการดำเนินการต่อที่ประชุมว่า บางจุดมีปัญหาจากหน่วยงานเรื่องตรวจคนเข้าเมืองของกัมพูชา ที่มีการจัดทำเอกสารช้าและมีค่าบริการ ทำให้การจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในประเทศไทยล่าช้าตามไปด้วย ขณะที่บางจุดพบว่าค่าธรรมเนียมผ่านแดนของกัมพูชายังไม่แน่นอน และแรงงานชาวกัมพูชายังไม่เข้าใจภาษาไทยการประสานงานจึงต้องผ่านล่ามทำให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง นอกจากนั้นยังมีปัญหาเรื่องการประชาสัมพันธ์ โดยมีการแก้ปัญหาแล้วในบางจุด อาทิ จังหวัดสระแก้ว ที่ได้เชิญผู้สื่อข่าวจากกัมพูชาจำนวน 105 สถานีข่าว มาร่วมประชุม เพื่อให้ผู้สื่อข่าวได้สร้างความเข้าใจกับประชาชนชาวกัมพูชา
ด้านพล.อ.ศิริชัย กล่าวว่า อก.นร.จะนำปัญหาในการดำเนินการไปพิจารณาและแก้ไขต่อไป เรื่องนี้อยากเน้นย้ำให้ทุกคนให้ความร่วมมือร่วมใจในเชิงรุกในการเร่งรัดงานตามหน้าที่รับผิดชอบในทุกมติ ตามนโยบายของ คสช. เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเรื่องแรงงานต่างด้าว และการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญเร่งด่วนที่ต้องรีบดำเนินการ ดังนั้นอยากให้ทุกจังหวัดเตรียมตัวเปิดศูนย์วันสต๊อปเซอร์วิส โดยในระหว่างนี้ขอให้เตรียมการระบบ บุคลากร และสำรวจข้อมูลแรงงานต่างด้าวในพื้นที่เพื่อให้การจดทะเบียนสามารถทำได้โดยสะดวกยิ่งขึ้น ส่วนจังหวัดชายทะเล 22 จังหวัดให้เร่งรัดตรวจสอบ และจัดทำทะเบียนเรือ รวมถึงแรงงานประมง เพื่อตรวจสอบไม่ให้มีการบังคับใช้แรงงานและการค้ามนุษย์ โดยขอให้รายงานผลในการดำเนินการภายใน 2 สัปดาห์





