วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

สหภาพอสมทร้องปปช.สอบทุจริตโครงข่ายดิจิทัล

สหภาพ อสมท ร้องป.ป.ช. สอบทุจริตประมูลจัดซื้อจัดจ้างโครงข่ายดิจิทัลภายในอสมท

เมื่อเวลา 11.00 น.ที่สำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ นายสุวิทย์ มิ่งมล พร้อมตัวแทนสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ.อสมท และประชาคม MCOT ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป.ป.ช. พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ รวมทั้งรายชื่อพนักงานที่สนับสนุน 500 คนเพื่อขอให้มีการตรวจสอบโครงการจัดซื้ออุปกรณ์และระบบโครงข่าย(บีเอ็นโอ)ของบมจ.อสมท.ในการให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิทัลโดยวิธีพิเศษของ บมจ.อสมท ที่มีมูลค่าทั้งโครงการเกือบ 2,000 ล้านบาทเนื่องจากไม่มีความโปร่งใส โดยมีเลขาธิการป.ป.ช. นายสรรเสริญ พลเจียก เป็นผู้รับหนังสือ

นายสุวิทย์ บอกว่า เหตุผลของการมายื่น ป.ป.ช.ครั้งนี้ เพราะต้องการให้อสมท.เป็นองค์กรนำร่องในการปราบปรามทุจริต ขององค์กรณ์รัฐวิสาหกิจ ธุรกิจสำคัญของ อสมท. ขณะนี้มี 2 ส่วน คือ ทีวีดิจิทัล จำนวน 2 ช่อง และการให้บริการโครงข่ายที่อสมท.ได้รับใบอนุญาตจากกสทช.โดยอสมท.คำนึงถึงการให้บริการลูกค้าที่ดี รวมถึงรายได้ขององค์กรเป็นหลัก จากการลุกขึ้นมาติดตามและตรวจสอบที่ผ่านมา ได้พบกับกระบวนการหลายอย่างที่ส่อไปในทางไม่โปร่งใสหลายข้อ เช่น 1. สตง. เคยทำหนังสือถึง อสมท. ถึง 2 ครั้ง ให้อสมท.พิจารณาทบทวนการดำเนินการจัดหาโครงการดังกล่าวของฝ่ายบริหาร เนื่องจากไม่เปิดโอกาสให้ผู้ต้องการเสนอราคาได้ทราบถึงข้อมูลและรายละเอียดขอบเขตงานและคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ และไม่เปิดโอกาสให้แข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมอาจเข้าข่าย พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ

2. มีการหลีกเลี่ยงไม่ให้ใช้วิธีการประมูล โดยวิธีปกติ แต่ใช้วิธีการจัดซื้อพิเศษ ซึ่งการเสนอดังกล่าวมาจากฝ่ายบริหารบางคนที่ไม่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง ซึ่งพนักงานและฝ่ายจัดซื้อได้พยายามทักท้วงแล้วแต่ไม่เป็นผล โดยอ้างว่าต้องการให้เกิดความรวดเร็ว แต่ในความเป็นจริงเกิดกระบวนการดึงเรื่องไว้ให้เกิดความล่าช้า เพื่อให้สามารถใช้วิธีการจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ และขณะนี้ อสมท. เกิดความเสียหายแล้ว ที่ต้องใช้งบประมาณไปเช่าอุปกรณ์เพื่อให้การบริการโครงข่ายไม่หยุดชะงัก อันจะส่งผลกระทบต่อลูกค้าและประชาชน และอาจส่งผลต่อใบอนุญาตที่ กสทช. ให้ อสมท. ได้

3. สหภาพฯ และประชาคม MCOT ต้องการให้หน่วยงานภายนอกเข้ามาตรวจสอบกระบวนการที่ไม่โปร่งใสนี้ เนื่องจากล่าสุดมีความพยายามสร้างภาพว่ามีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ ได้อนุมัติให้ตั้งคณะกรรมการสอบไปแล้ว ที่ให้ประกอบด้วยพนักงานระดับรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เป็นกรรมการ แต่มีการดึงเรื่องไว้และพยายามที่จะให้คณะกรรมการ (บอร์ด) ชุดเดิมตั้งกรรมการสอบสวนแทน แต่บอร์ดได้มีหนังสือยืนยันว่าการอนุมัติตั้งกรรมการของนายเอนก อยู่ในอำนาจและขั้นตอนของกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ที่อนุมัติหลักการไว้แล้ว แต่ล่าสุดเมื่อวานนี้ (30 มิ.ย. 57) มีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงขึ้นมา แต่เป็นพนักงานระดับผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ซึ่งจะต้องสอบบุคคลที่เป็นถึงระดับรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อีกทั้งคณะกรรมการดังกล่าวได้ถูกตั้งข้อสังเกตถึงความน่าเชื่อถือด้วย

4.แม้จะมีการอ้างว่า จนถึงปัจจุบัน อสมท. ยังไม่ได้ตอบตกลงกับผู้เสนอราคารายใด แต่จากพยานหลักฐานและพยานบุคคลต่าง ๆ ที่นำมายื่นต่อป.ป.ช. ครั้งนี้ เชื่อว่าป.ป.ช. จะเรียกผู้บริหารมาสอบสวน และให้ข้อมูล ซึ่งสหภาพฯ และประชาคม MCOT เชื่อว่าเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏสะท้อนออกมาว่า แม้จะไม่มีการตอบตกลงกับบริษัทรายใด แต่กระบวนการที่ผ่านมา ส่อให้เห็นถึงเจตนาว่า อาจเอื้อประโยชน์ต่อเอกชนบางราย ซึ่งหากสหภาพฯ และประชาคม MCOT ไม่ออกมาเคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ อสมท. อาจมีการสนองราคาให้แก่เอกชนบางรายไปแล้ว

นายสรรเสริญ กล่าวว่า เมื่อได้รับเรื่องแล้วจะดำเนินการตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริงโดยเร็ว และกรณีที่สหภาพอสมท.ต้องการให้บมจ.อสมท.เป็นองค์กรนำร่องในการปราบปรามการทุจริตนั้นสำนักงานป.ป.ช.มีความยินดีอย่างยิ่ง เพราะประสงค์ให้มีการปราบปรามการทุจริตอยู่แล้ว