วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คสช.เรียกถกสื่อรอบ2วันนี้

"ประยุทธ์" ส่งเลขาธิการ คสช.หารือผู้บริหารสื่อ พร้อมเปิดโอกาสซักถาม "วินธัย"ปัดคุมเนื้อหา

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.) ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวเมื่อวานนี้ (26 มิ.ย.) ถึงการเชิญผู้บริหารสื่อมวลชนมาร่วมหารือกับ คสช. ว่า ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหัวหน้า คสช. ให้เป็นตัวแทน คสช.ไปพบกับผู้บริหารสื่อเพื่อขอบคุณและทำความเข้าใจต่อกันในวันนี้ (27 มิ.ย.)

"เมื่อสื่อมวลชนให้เกียรติ คสช.ก็ให้เกียรติสื่อมวลชนเช่นกัน เพราะมีความเป็นมิตรต่อกัน พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามปัญหาต่างๆ รวมทั้งจะชี้แจงการทำงานของ คสช.ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา" พล.อ.อุดมเดช กล่าว

วินธัยยันไม่ได้ปิดกั้นสื่อ

ก่อนหน้านี้ พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก ในฐานะทีมโฆษก คสช. แถลงว่า เรื่องข้อกังวลของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยต่อกรณี คสช.ตั้งคณะทำงานด้านสื่อหลายคณะนั้น ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการปิดกั้น ไม่มีมาตรการบังคับหรือลิดรอนสิทธิเสรีภาพ หรือกระทบต่อการรับทราบข้อเท็จจริงของประชาชนอย่างแน่นอน

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า การตั้งคณะทำงานดังกล่าวก็เพื่อเสริมประสิทธิภาพการปฏิบัติเพื่อให้การตอบกลับข่าวสารเป็นไปอย่างทันท่วงที และให้ข้อเท็จจริงจากภาครัฐกระจายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เป็นการป้องกันความสับสน

ทั้งนี้หากเป็นกระแสข่าวลือก็ต้องขอความร่วมมือสื่อในการให้น้ำหนัก และพื้นที่อย่างเหมาะสม ซึ่งจะมีการแลกเปลี่ยนรับฟังซึ่งกันและกันด้วยหลักการเหตุผลและข้อเท็จจริง โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติ

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ยังไม่ได้รับข้อมูลที่ว่าทหารบุกเข้าไปยังกองบรรณาธิการสื่อ เพราะตามปกติเราจะใช้การสื่อสารแบบขอความร่วมมือกับสื่อมวลชน

โยนสื่อใช้ดุลยพินิจนำเสนอข่าว

เมื่อถามว่าความเคลื่อนไหวของนายจักรภพ เพ็ญแข หรือนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ นั้นสื่อนำเสนอได้หรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ต้องขึ้นอยู่ดุลยพินิจของสื่อ ส่วนงานของโฆษก คสช.ไม่ได้ให้น้ำหนักกับเรื่องดังกล่าว แต่จะให้ความสำคัญกับปัญหาภายในประเทศมากกว่า เพราะการเคลื่อนภายนอกประเทศเข้าข่ายความไม่เหมาะสมในเรื่องกฎหมายความมั่นคงหลายมาตรา ซึ่งในต่างประเทศเองคงไม่ยอมให้ผู้ใดมาทำการในลักษณะดังกล่าวในประเทศตัวเอง

เมื่อถามว่าเบื้องต้นมีการพูดคุยหรือไม่ว่าจะควบคุมการนำเสนอข่าวของสื่อนานแค่ไหน พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ไม่ได้ควบคุมเนื้อหาแต่จะให้สื่อใช้วิจารณญาณเอง เช่น เรื่องคดีความต่างๆ ที่มีกระบวนการที่จะเดินหน้าในขั้นแรกสื่อก็จะนำเสนอในทางที่ผิด ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อเท็จจริงที่ผิดทำให้ประชาชนเข้าใจผิด แต่เมื่อกระบวนการเสร็จสิ้นไม่เป็นตามที่สื่อนำเสนอก็ทำให้กระบวนการดูไม่น่าเชื่อถือ

ปัดติดตามสื่อเป็นรายบุคคล

ส่วนการพบปะระหว่างผู้บริหารสื่อกับเลขาฯ คสช. วันนี้ (27 มิ.ย.) นั้น พ.อ.วินธัย กล่าวว่า จะมีการพูดคุยเพื่อขอความร่วมมือให้การนำเสนอข่าวอย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์

เมื่อถามต่อว่าการให้ผู้บังคับการตำรวจสันติบาลติดตามข้อมูลข่าวสารของสื่อจะเป็นการดำเนินการเหมือนในอดีตที่ผ่านมาที่มีการเฝ้าจับตาสื่อเป็นรายบุคคลหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า เท่าที่ดูเอกสารและการประสานงานในเบื้องต้นจะเป็นการติดตามเพื่อให้ประสิทธิภาพการตอบกลับข่าวมีความรวดเร็ว ซึ่งคิดว่าน่าจะมองในมุมนี้มากกว่า และขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่ได้เป็นลิดรอนสิทธิเสรีภาพการทำงานของสื่อมวลชนแต่อย่างใด

ส.นักข่าวพบอดุลย์แจงสิทธิสื่อ

ด้าน นายมานพ ทิพย์โอสถ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยเมื่อวานนี้ (26 มิ.ย.) ภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมนักข่าวฯ ว่า ที่ประชุมได้เสนอให้กรณีที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช. ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อติดตามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ ได้ตั้งคณะทำงาน 5 ฝ่าย เพื่อติดตามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ เป็นวาระด่วน

โดยที่ประชุมมีมติให้ นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ นายกสมาคมนักข่าวฯ เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกแก่พล.ต.อ.อดุลย์ ที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันนี้ (27 มิ.ย.) เพื่อชี้แจงเรื่องหลักสิทธิขั้นพื้นฐานในการประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนภายใต้กรอบจริยธรรมและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ

นายมานพ ระบุว่า ส่วนกรณีที่ทหารเดินทางไปที่กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งนั้นทางสมาคมนักข่าวฯ นั้น หลังจากประสานงานกับคณะทำงานของ คสช.แล้วทราบว่า คสช. มีความรู้สึกกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และคาดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความเข้าใจที่ไม่ชัดเจน เนื่องจากคณะทำงานติดตามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะไม่มีนโยบายคุกคามการทำหน้าที่สื่อมวลชนอยู่แล้ว